ติดต่อ

  ติดต่อ

คนข้างหลัง

  เห็นมาอย่างไร พูดไปอย่างนั้น อันตรายหรือเปล่า  

บางครั้งกับการทำงาน ที่ผ่านร้อผ่านหนาวมาหลายปี และมาจากความหลายอาชีพ   บวกกับประสบการณ์ในชีวิตที่ผ่านมาในสถาบันศึกษา การแลกเปลี่ยนประสบการกับเพื่อนกลุ่มองค์กรเอกชน เพื่อนกลุ่มธุรกิจในหลากรูปแบบ ทำให้การเห็นปัญหาในสิ่งที่จะทำให้การทำงานไม่ประสบความสำเร็จนั้น ก็ไม่สามารถนำออกมาพูดได้  ทั้งที่ ถ้าผู้ที่มีอำนาจนั้นรับฟังและพิจารณาเสียบ้าง โดยไม่คิดว่าความคิดเห็นเหล่านั้นจะมาจากผู้ที่อายุอ่อนกว่า จะมาจากผู้ที่อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าแล้ว ก็จะทำให้ป้ญหาเหล่านั้นสามารถคลี่คลายไปได้ด้วยดี หรือสามารถแก้ไขปัญหาให้ลดระดับความรุนแรง และมีความราบรื่นที่จะดำเนินงานนั้นให้สำเร็จมากขึ้นในระดับหนึ่ง   ทำให้เข้าใจในคำพูดที่หลายคนได้เคยเอ่ยมาว่า "  การเห็นมาอย่างไร พูดไปอย่างนั้น กับเป็นอันตรายต่อผู้พูด เป็นอันตรายต่อผู้แสดงความคิดเห็น  " ทั้งที่มีเหตุและผลประกอบกัน นับว่าเป็นความยากยิ่งในการที่จะทำให้ปัญหานั้นลดระดับลง เพราะบางครั้งผู้รับฟังมิใช่เป็นผู้ทำงาน แต่ผู้แสดงความคิดเห็นเป็นผู้ที่ทำงานและพบกับเรื่องราวมามากมายหลากหลาย  รวมถึงรับแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหมู่กลุ่มคนทำงานด้วยกันมาตลอด เป็นแต่เพียงว่า.....ผู้นำเสนอข้อคิดเห็นนั้นมีฐานะเป็นผู้ปฏิบัติงานเท่านั้น

ดังนั้น  จึงเห็นได้ว่า ไม่ว่าองค์กรใด ๆ ก็ตาม หากความคิดเห็นนั้นยังไม่สามารถที่จะนำมาซึ่งยังประโยชน์ได้อย่างแท้จริงแล้ว องค์กรเหล่านั้นก็เท่ากับยังวนเวียนอยู่ในความคิดเดิม ๆ อาจจะก้าวหน้าเพิ่มเติมได้ก็แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น  และถ้าหากความกล้าหาญในด้านความคิดกับทำให้ชีวิตเกิดปัญหาอุปสรรค์แล้วก็ย่อมทำให้ผู้ที่ผ่านพบมาล้มเลิกที่คิดจะพัฒนาองค์ความรู้ประสบการณ์ในที่สุด  สุดท้ายความคิดเห็นก็จะกลายเป็นความคิดที่ตายแล้วจากคนที่ยังมีชีวิตอยู่

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 65998, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก

ความเห็น (1)

ในการทำงานนั้น  แม้ว่าจะพบกับหลากหลายปัญหาอุปสรรคก็ตาม  แต่ผู้ที่กล้าที่จะคิด  กล้าที่จะทำ  กล้าที่จะแก้ไขเพื่อให้ปัญหาและอุปสรรคเหล่านั้นให้สำเร็จลุล่วงด้วยดี  เพื่อให้เกิดซึ่งสิ่งที่ถูกต้องและพัฒนางานของตนให้ไปสู่ความสำเร็จ ทั้งต่อตนเอง  ผู้อื่น และสังคม ก็ย่อมต้องหาจังหวะและโอกาสอันเหมาะสมในการที่จะเสนอแนะความคิดเห็นของตนเอง ให้กับผู้ที่เห็นประโยชน์  และหลีกเลี่ยงในการที่จะเสนอแนะกับผู้ที่ไม่เห็นประโยชน์ในการทำงาน แต่จะพยายามผลักดันให้ผู้ที่มีอิทธิพลเหนือกว่าเข้าไปเสนอแนะแทน  แม้ว่าความคิดนั้นจะเป็นของตนเองก็ตาม  เปรียบเหมือนปิดทองหลังพระ  แต่ก็ทำให้สุขใจ

ในหลากหลายองค์กรก็ย่อมเกิดปัญหาเช่นนี้อย่างเดียวกัน  อยู่ที่ว่าองค์กรเหล่านั้นจะประกอบไปด้วยบุคคลประเภทไหน  มีคุณธรรมหรือไม่  และต้องการเห็นความก้าวหน้าขององค์กรนั้นหรือไม่

ดังนั้น  "เห็นมาอย่างไร  พูดไปอย่างนั้น  เป็นอันตรายหรือเปล่า"  จึงต้องอาศัย จังหวะและโอกาส  รวมถึงสภาพแวดล้อมมาเป็นองค์ประกอบด้วย  เพราะ การเห็นมาอย่างไร  พูดไปอย่างนั้น  จะใช้ไม่ได้กับระดับสูงที่ไม่มีใจเปิดกว้างพอ  และใช้ไม่ได้กับองค์กรที่มีการเล่นพรรคเล่นพวกซึ่งไม่คำนึงถึงความรุ้  ความสามารถ  หรือประสบการณ์ของผู้อื่นที่สั่งสมเป็นระยะยาวนานกับงานนั้น ๆ  บางองค์กรจึงถึงขั้นที่ว่า  ภูมิปัญญาของการทำงานใช้ไม่ได้กับองค์กรนั้นเลย 

 เคยมีคนพูดเปรย ๆ ไว้ว่า  " สังคมแห่งนี้ดี  แต่น่าเสียดายที่ไม่ให้คนเก่ง คนมีความรู้  มีความสามารถ มีประสบการณ์  ได้ขึ้นมา  แต่กลับเล่นพรรคพวกเสียจนทำให้องค์กรนั้นเสียหาย  เหมือนต้นไม้ที่เติบใหญ่แต่มีปลวกอยู่ภายในเช่นนั้นเอง"

จึงอยากฝากสิ่งเหล่านี้ไว้เป็นข้อคิด  แง่คิด  และรวมกันแสดงความคิดเห็น  เพื่อจะทำให้มุมมองของสังคมนั้นกว้างขึ้น  มีความยุติธรรม  และพร้อมกันสร้างสรรเพื่อให้สังคมไทยเติบโตไปได้