ในการทำงานนั้น  แม้ว่าจะพบกับหลากหลายปัญหาอุปสรรคก็ตาม  แต่ผู้ที่กล้าที่จะคิด  กล้าที่จะทำ  กล้าที่จะแก้ไขเพื่อให้ปัญหาและอุปสรรคเหล่านั้นให้สำเร็จลุล่วงด้วยดี  เพื่อให้เกิดซึ่งสิ่งที่ถูกต้องและพัฒนางานของตนให้ไปสู่ความสำเร็จ ทั้งต่อตนเอง  ผู้อื่น และสังคม ก็ย่อมต้องหาจังหวะและโอกาสอันเหมาะสมในการที่จะเสนอแนะความคิดเห็นของตนเอง ให้กับผู้ที่เห็นประโยชน์  และหลีกเลี่ยงในการที่จะเสนอแนะกับผู้ที่ไม่เห็นประโยชน์ในการทำงาน แต่จะพยายามผลักดันให้ผู้ที่มีอิทธิพลเหนือกว่าเข้าไปเสนอแนะแทน  แม้ว่าความคิดนั้นจะเป็นของตนเองก็ตาม  เปรียบเหมือนปิดทองหลังพระ  แต่ก็ทำให้สุขใจ

ในหลากหลายองค์กรก็ย่อมเกิดปัญหาเช่นนี้อย่างเดียวกัน  อยู่ที่ว่าองค์กรเหล่านั้นจะประกอบไปด้วยบุคคลประเภทไหน  มีคุณธรรมหรือไม่  และต้องการเห็นความก้าวหน้าขององค์กรนั้นหรือไม่

ดังนั้น  "เห็นมาอย่างไร  พูดไปอย่างนั้น  เป็นอันตรายหรือเปล่า"  จึงต้องอาศัย จังหวะและโอกาส  รวมถึงสภาพแวดล้อมมาเป็นองค์ประกอบด้วย  เพราะ การเห็นมาอย่างไร  พูดไปอย่างนั้น  จะใช้ไม่ได้กับระดับสูงที่ไม่มีใจเปิดกว้างพอ  และใช้ไม่ได้กับองค์กรที่มีการเล่นพรรคเล่นพวกซึ่งไม่คำนึงถึงความรุ้  ความสามารถ  หรือประสบการณ์ของผู้อื่นที่สั่งสมเป็นระยะยาวนานกับงานนั้น ๆ  บางองค์กรจึงถึงขั้นที่ว่า  ภูมิปัญญาของการทำงานใช้ไม่ได้กับองค์กรนั้นเลย 

 เคยมีคนพูดเปรย ๆ ไว้ว่า  " สังคมแห่งนี้ดี  แต่น่าเสียดายที่ไม่ให้คนเก่ง คนมีความรู้  มีความสามารถ มีประสบการณ์  ได้ขึ้นมา  แต่กลับเล่นพรรคพวกเสียจนทำให้องค์กรนั้นเสียหาย  เหมือนต้นไม้ที่เติบใหญ่แต่มีปลวกอยู่ภายในเช่นนั้นเอง"

จึงอยากฝากสิ่งเหล่านี้ไว้เป็นข้อคิด  แง่คิด  และรวมกันแสดงความคิดเห็น  เพื่อจะทำให้มุมมองของสังคมนั้นกว้างขึ้น  มีความยุติธรรม  และพร้อมกันสร้างสรรเพื่อให้สังคมไทยเติบโตไปได้