ขณะที่ผมปักธูปลงกระถาง..รู้สึกได้เลยว่าใจเบิกบานสดชื่นสว่างไสว..หรือว่าจะหมดเคราะห์หมดโศก หมดห่วงหมดกังวลใดๆก็เป็นได้..ผมจึงพนมมืออธิษฐานจิต..ขอให้ชีวิตปีนี้มีสิ่งดีๆเข้ามาเหมือนปี ๒๕๖๑..ที่ผ่านไป

        ผมมีเรื่องราวจะมาเล่าให้ฟัง..ผมเกิดปีขาล..๒๕๐๕..และปีนี้ ๒๕๖๒ ถือเป็น “ปีชง”ของผม แม้จะเป็นแค่ “ปีชงร่วม” ไม่ใช่ชง ๑๐๐% แต่ผมก็ไม่อยากวางใจ..

    ปีชง..แล้วยังไง? ผมจะเชื่อหรือไม่เชื่อ..ก็ยังรู้สึกว่าไม่ค่อยแน่ใจเท่าใดนัก แต่ที่แน่นอนที่สุด ผมอยากทำให้ใจสบายๆ ผ่อนคลายจากความกังวล..

    ปีขาล คือปีชงร่วม อาจจะประสบเคราะห์กรรม ตามที่ตำราว่าไว้ แล้วผมต้องทำอย่างไร? ตัดสินใจไปแก้ชงที่กรุงเทพฯ..

    ผมไปราชการที่กรุงเทพฯหลายวัน..และได้การ์ดบัตรเชิญงานแต่งงานพอดี แต่ไม่มีเวลาแล้ว..เพราะข้อมูลที่ค้นคว้ามาได้บอกผมว่า การได้กราบไหว้เทพเจ้าไท้ส่วยเอี้ย จะช่วยบรรเทาเคราะห์กรรมได้.ทำให้ผมไม่อยากไปไหนเลย..อยากตามหาแต่เทพเจ้าอย่างเดียว..แล้วผมก็ได้พบท่าน..

         ตามความเชื่อของชาวจีน การไหว้องค์ไท้ส่วยเอี้ย สามารถที่จะช่วยบรรเทาเคราะห์กรรมในปีชงนี้ให้เบาบางลงได้ และควรที่จะต้องไปไหว้เป็นอย่างยิ่ง เพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และเสริมสิริมงคลให้กับตัวเอง...

         วัดจีนที่ผมเดินทางไปไหว้ ได้แก่วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ คณะสงฆ์จีนนิกายรังสรรค์ (หรือวัดเล่งเน่ยยี่ ๒) อยู่ที่ อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี

        ผมลงทะเบียน(ทำบุญ) ๑๐๐ บาท..ได้รับกระดาษหงิ่งเตี๋ย หรือกระดาษเงินกระดาษทอง 13 แผ่น พร้อมเทียบแดง ผมเขียนชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด..เสร็จเรียบร้อย

        ผมเดินขึ้นไปบนอาคาร ที่มีองค์เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์เป็นจำนวนมาก ผมไหว้ทุกองค์ แล้วนำกระดาษหงิ่งเตี๋ยมาปัดที่ตัวเอง ๑๓ ครั้ง  ปัดลงมาตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าจนสุดแขน

         แล้วนำซองที่บรรจุดวงชะตา ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ฝากไว้ที่ศาลเจ้าเพื่อให้พระจีนได้สวดมนต์  ทำพิธีเสริมดวงชะตาให้เราแคล้วคลาดปลอดภัย เป็นสิริมงคลตลอดทั้งปี..เป็นอันเสร็จพิธี

          ขณะที่ผมปักธูปลงกระถาง..รู้สึกได้เลยว่าใจเบิกบานสดชื่นสว่างไสว..หรือว่าจะหมดเคราะห์หมดโศก หมดห่วงหมดกังวลใดๆก็เป็นได้..ผมจึงพนมมืออธิษฐานจิต..ขอให้ชีวิตปีนี้มีสิ่งดีๆเข้ามาเหมือนปี ๒๕๖๑..ที่ผ่านไป

        คิดสิ่งใดขอให้สมปรารถนา..คิดงานขอให้ได้งานแต่พอดี..มีสุขภาพที่แข็งแรง ผมไม่ต้องหวาดระแวงกับการเดินทางอีกแล้ว...

        เย็นย่ำค่ำ..ผมเริ่มจะหิวแล้ว..อยากหาอะไรลงท้อง ใจก็ให้นึกถึงร้านริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่คุ้นเคย..มีหลายร้าน ผมเลือกร้านที่คิดว่าน่าจะมองเห็น “เกาะเกร็ด”และ “สะพานพระราม ๔”

        แล้วก็ไม่ผิดหวังตั้งแต่ทางเข้าร้าน..รอบๆทางเดินที่ทอดยาว เต็มไปด้วยสวนหย่อมที่สวยงาม ประดับด้วยโต๊ะไม้และของใช้เก่าๆ เข้าบรรยากาศร้านริมน้ำจริงๆ..

        ภายในร้านค่อนข้างหรู..ผมนั่งโต๊ะที่ชิดติดลำน้ำ ทานข้าว..เคล้าเสียงเพลงบรรเลงขับกล่อมแบบสบายๆ ไม่ต้องรีบร้อน..

        มองเห็นเกาะเกร็ดและสะพานได้ไม่นาน ความมืดก็คืบคลานเข้ามา พร้อมสีแสงวับแวมจากบ้านเรือนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามและแสงจากลำเรือโยงที่ยังเดินทางล่องไป..อย่างไม่หยุดหย่อน..

        ผมอิ่มเอมกับบรรยากาศยามค่ำคืน..ถูกใจกับรสชาติอาหาร ถึงแม้ว่าราคาค่อนข้างสูงไปสักหน่อย แต่เมื่อเทียบกับบริการที่ให้ความใส่ใจกับลูกค้าและภาพริมน้ำเจ้าพระยาตรงหน้า..คุ้มค่ายิ่งกว่าอะไรทั้งหมด..

        นับเป็นช่วงเวลาแรก หลังจากที่ได้ไป “แก้ชง” ที่ดวงชะตาเริ่มสมพงษ์กับความสุขอย่างพอดิบพอดี..ได้ทานอาหารที่ชอบกับบรรยากาศที่ใช่..เคราะห์กรรมน่าจะจากไปนับแต่นาทีนี้...ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่นะ..จะบอกให้..

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๘  มกราคม  ๒๕๖๒