แม่แจ่ม ในวันที่ไม่มีนาขั้นบันได


Day3 (ขอนแก่น-จอมทอง-แม่แจ่ม)-แม่หลุ แม่แจ่มมีชื่อเสียงจากนาขั้นบันได ฉันมานอกฤดูทำนา จะเห็นเร้อนาขั้นบันไดหน่ะ ก่อนเดินทางฉันก็ถามตัวเองว่าฉันมาแม่แจ่ม เพื่อ...เพื่อ คำตอบคือ เพื่อไปต่อยังบ้านแม่หลุงัย

นาขั้นบันได@แม่แจ่ม นอกฤดูกาลไม่มีก็ไม่เสียใจ ฉันก็เที่ยววัฒนธรรมไป หาของกินอร่อยๆ  และคงต้องหาโอกาสมาเที่ยวนาขั้นบันได้ใหม่

เช้านี้ฉันเปลี่ยนใจไม่ไปตลาดเช้า  กินกาแฟในสวนหน้าบ้านของโฮมสเตย์ขวัญหล้า  ค่อยๆ จิบ พูดคุยกับเพื่อนร่วมที่พัก ไม่ต้องเร่งรีบ  อากาศ 18 องศากำลังดีทีเดียว...ส้มสายน้ำผึ้งของสวนเชียงใหม่ ต้องลองนะคะ รสชาติแจ่มค่ะ

ใช้เวลาพักผ่อนถึง 9 โมง จึงให้น้องที่โฮมสเตย์พาฉันมาส่งที่ร้านเช่ามอเตอร์ไซค์จากร้านขายมอเตอร์ไซค์ที่เลย 7/11 ไปสัก 200 เมตร

น้องที่ร้านถาม พี่เอาเกียร์ธรรมดาหรืออัตโนมัติ...อัตโนมัติสิ ลุ้นๆ พี่ไม่ได้ขับมอเตอร์ไซค์มานานโข

Honda Click แรงดี ราคา 150 บาทสำหรับครึ่งวัน ฉันแค่ต้องการขับรถไปเพื่อฆ่าเวลาระหว่างรอเพื่อนจากบ้านแม่หลุมารับ และลดระยะการเดิน

Station แรกที่แวะคือ วัดบุปผาราม  เป็นวัดที่อยู่ในเมือง นอกจากกราบพระแล้ว ยังเป็นการเชคสภาพความปลอดภัยของตัวเองที่จะขับรถคนเดียวออกไปนอกเมือง  ฉันแบ่งเงินเป็น 2 ส่วน ส่วนที่น้อยเอาไว้ในกระเป๋าเสื้อ  ส่วนที่มากเอาไว้ใต้เบาะรถ มือถือใส่ไว้ในช่องหน้ารถ ทุ่งลาเวนเดอร์อาจจะไม่มีทุกแห่งในโลก---ข่าวสมัยนี้ทำให้ฉันต้องระมัดระวัง และที่ลืมไม่ได้คือน้ำดื่ม

ประวัติความเป็นมา จารไว้ในแผ่นเงิน ฝีมือความชำนาญของช่างเชียงใหม่

Next Station ฉันตั้งใจไปวัดพระพุทธเอ้น ที่ขับออกนอกเมืองไปสักประมาณ 7 กม. ผ่านไร่หอม ชาวแม่แจ่มปลูกหอมแดงหลังการทำนา บรรยากาศดี สดชื่น และใช้นำจากคลองส่งน้ำที่มาจากภูเขา น้ำเย็นมาก

วัดพุทธเอ้นสวยงามเหมือนในรีวิว ทั้งในด้านสถาปัตยกรรมและศิลปกรรม

หอไตรกลางน้ำ บางสารสนเทศก็ว่าโบสถ์กลางน้ำ

แต่ที่ชอบคือน้ำผุด หรือบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่มีตลอดทั้งปี มีมาตั้งแต่โบราณกาล ที่ชาวบ้านใช้บริโภคและอุปโภค จนต้องมีกฏของชุมชนในการใช้น้ำ

ต่อมาฉันไปที่วัดบ้านกองกาน การขับมอเตอร์ไซค์ไปคนเดียวก็เปลี่ยวใจนะคะ  มีแต่เขา เรือกสวนไร่นา แปลงผัก

เห็นร่องรายของนาขั้นบันได  ถ้ามีข้าวคงดูสวยงาม

วัดกองกาน ค่อนข้างเงียบ มีฉันคนเดียวหล่ะมั้งที่แวะเข้าไปในตอนนั้น ฉันจึงไม่ค่อยอยู่นาน  

โบสถ์หลังเก่าที่ไม่อนุญาตให้ผู้หญิงเข้า  

ออกจากวัดเลี้ยวขวาลงไปที่ริมน้ำ ไปถ่ายรูปกับขัวโต๋งเต๋ง  ซึ่งเป็นสะพานเชือก  คนเดียวก็เสียวได้ คนเดียวยิ่งเสียวใหญ่  เพราะฉันกลัวความสูง เดินไปหน่อยสะพานก็สั่นไหว พอยกกล้องขึ้นมาเซลฟี่ ไม่มีมือจับราวนั่นแหล่ะ คือที่มาของความเสียว

ขึ้นจากสะพานมาคุยกับชาวบ้านที่ร้านค้าเรื่องจุดชมวิวนาขั้นบันไดบ้านกองกาน  เค้าบอกตอนนี้ไม่มีอะไรหรอก ต้องมาหน้านา ถึงจะสวย ไปอีกโค้งหน้าก็ถึงแต่ต้องจอดรถไว้ริมถนนแล้วเดินเข้าไป  จากจุดนี้จะเห็นภาพมุมสูง

อีกคนบอกให้ขับย้อนไปทางเดิม ถึงกำแพงวัดให้เลาะไปในทางหมู่บ้าน ถึงเหมือนกัน ฉันไปค่ะ บอกแล้ว วิวนาขั้นบันได้ไม่มีในเดือนมกราคม  แต่ฉันก็ได้สัมผัสอะไรอื่นๆ อีกมาก จากจุดที่ฉันไป หากเป็นฤดูปลูกข้าว  จะเห็นจุดชมวิวบ้านกองกานในมุมเงย

มองเห็นผู้คนแถวอยู่กลางนาลิบๆ ท่าทางไม่มีอะไร  ไม่มีพิษไม่มีภัย ฉันจอดรถเมอร์เตอร์ไซค์ไว้ ไปเดินเล่นที่กระต๊อบกลางนา สูดกลิ่นกองฟาง เอาเท้าแช่น้ำในลำธารเล่น

และเห็นความเป็นอยู่ของผู้คนในวิถีเกษตร

กลับทางเดิมได้แวะแปลงปลูกดอกเบญจมาศ ที่อยู่หน้าวัดนางแล เพิ่งรู้ว่าการขยายพันธุ์ คือการเด็ดยอดไปเสียบ ตอนกลางคืนชาวบ้านจะเป็นไฟในซุ้มพลาสติก ดูท่าจะสวยงามดี

วันนี้ชุมชนวัดนางแลกำลังจัดทำเครื่องบูชา แถวอีสานเรียกว่าแต่งขัน 5  เห็นแม่อุ้ยรวมกลุ่มกันทำ ฉันมีโอกาสได้ทำด้วย ดอกไม้พุทธบูชาชาวบ้านก็เก็บมาจากรั้วนั่นแหล่ะ

ขอบคุณแม้อุ้ยคุณยายที่สอนวิธีทำกรวยดอกไม้ พร้อมให้ทดลองสูบบุหรี่ขี้โย...ที่มีส่วนประกอบของใบยา และเปลือกมะขามสุกป่น เสียดายไม่มีรูป มวนด้วยใบตองย่างไฟ...ดูดแล้วมันซี้ด

วัดนางแลมีพระธาตุอยู่บนเชิงเขา ม มีบันไดให้เดินออกกำลังกาย แต่ฉันไม่ได้เดิน มองดูสิเห็นลิบๆ ตำนานน่าสนใจทีเดียว

ตั้งใจจะไปน้ำออกฮู ขับไปเกือบ  10 กม. ชักมีแต่เขา ทำเอาผู้หญิงหน้าตาดีอย่างฉันใจเสีย ค่อยมาใหม่แล้วกัน

เลี้ยวรถหันหน้าเข้าเมือง หาของกินดีกว่า

เกือบบ่ายแวะร้านยายจันทร์อีกที จัดการมื้อเที่ยงด้วยเมนูข้าวซอยในราคาถ้วยละ  30 บาท ถู้กมากกกก

มีเวลาอีกค่อนชั่วโมง ขับข้ามสะพานแม่แจ่มไปหมู่บ้านหัตถกรรมผ้าซิ่นตีนจก บ้านท้องฝาย หรือ จกแม่แจ่ม ที่อยู่ห่างจากที่ว่าการออกไป 2 กม. ขับรถชิวชิว

มีพิพิธภัณฑ์ให้ชมด้วย เช่น เฮือนลายเมืองแจ่ม

ฉันได้ตุ้มหูติดมาเป็นที่ระลึก  ระย้าได้ใจ และได้ความรู้มากมายเกี่ยวกับการ จก...

ใกล้ถึงเวลานัดหมายกับชาวแม่หลุ ต้องเอารถไปคืน  และกลับไปเก็บกระเป๋า ให้น้องที่โฮมสเตย์มาส่งที่ AmeZon ปั๊ม ปตท.  นับเป็นจุดนัดพบที่ใครๆก็รู้จัก นั่งสบาย แอร์ ไวไฟ ห้องน้ำสะอาด และเป็นการได้กินกาแฟสดแก้วที่ 2 ของการเดินทาง...กาแฟแก้วนี้อร่อยมาก

พอกาแฟหมดถ้วยเพื่อนๆ ก็มารับพอดี นับเป็นการจบ Lonely Planet trip ไว้

การเดินทางไปแม่หลุเริ่มจริงจัง ฉันเจอเพื่อนแล้ว แต่น่าแปลกใจเราไม่มีรูปถ่าย 3 คนด้วยกันเลยจนวันสุดท้ายของค่าย...

การเดินทางคราวนี้เป็นรถกะบะ...ฉันไปสมทบกับเพื่อนๆ ที่ไปทำงานมีเพื่อนใหม่อีก 4 คน

ระยะทางจาก อ.แม่แจ่มไปบ้านแม่หลุประมาณ 20 กม.ใช้เวลาเดินทางเกือบชม. รถเก๋งเข้าไม่ได้ คนขับต้องมีประสบการณ์พอสมควร ฉันยังมีเรื่องเล่าอีกเยอะเกี่ยวกับการเดินทางและ  3 วัน / 2 คืน กับชาวปกากะเญอบ้านแม่หลุ ถ้าไม่เบื่ออ่านก็คอยคิดตามนะคะ



ความเห็น (2)

ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี