สิริพรไปนอนนา@จอมทอง

ไม่ไปก็ไม่ถึง ทริปขอนแก่น-จอมทอง-แม่แจ่ม-แม่หลุ : Day 1 ขอนแก่น-จอมทอง เดินทางคนเดียวเหงาที่ไหน เพื่อนๆเต็มรถเลย

หลายคนอาจแปลกใจของคนที่พบเห็นกับการผู้หญิงสูงวัยที่ไม่ได้โตจากต่างประเทศเดินทางท่องเที่ยวคนเดียว


แต่ด้วยเหตุต้องตามไปสมทบเพื่อนที่ไปทำงานที่บ้านแม่หลุ อำเภอแม่แจ่ม ชุมชนปกากะเญอ ก็เป็นเหตุให้ฉันต้องตัดสินใจออกรอบคนเดียว  ไม่งั้นก็คงไม่มีโอกาสสัมผัสวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของชาวปกากะเญอ

Lonely  planet trip จึงได้เริ่มขึ้น

เครื่องบินไฟล์ทบ่ายจากขอนแก่นจอดที่สนามบินนานาชาติเชียงใหม่ในเวลาบ่าย 2 กว่า 

ต้องเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยเพราะการเดินทางอีกยาวไกล เรียกแท๊กซี่สนามบินให้ไปส่งที่ประตูเชียงใหม่บริเวณท่ารถจอมทองในเวลา 15.30 น. ดูนาฬิกาหากจะเลยไปแม่แจ่มเลยก็คงได้ แต่คงจะมืด เดินทางคนเดียวของผู้หญิงอย่างฉันต้องปลอดภัยไว้ก่อน 555 จึงขอนอนค้างที่ อ.จอมทองก่อนคืนนึง

ภาพของท่ารถจอมทองที่ฉันนึก คือสถานีที่รถเมล์เข้าเทียบท่า ที่ไหนได้มันคือศาลารอรถข้างๆถนน เมื่อแท๊กซี่จอดให้ลง ฉันก็ไม่สามารถขึ้นรถเมล์คันที่จอดรอผู้โดยสารได้ เพราะรถเต็ม

ฉัน"ยืน" รอรถเทียวต่อไปในเวลา 16.00 น. แดดมันร้อนมาก หุ่น Big Size ของฉันเป็นประโยชน์ เพราะเงาของฉันบังแดดให้เด็กเล็ก ๆได้ตั้ง 3 คน  ทำให้รู้สึกว่าตัวเองเป็นนางฟ้า ฮร่าาา   ผู้คนแถวนั้นอัธยาศัยดีมาก คนรถดูแลผู้โดยสารดีมาก พูดเพราะ


รถคันใหม่เทียบท่า แต่มีคนนั่งมามากกว่าค่อนคัน ฉันมัวแต่เอากระเป๋าไปใหญ่ไปเก็บที่ท้ายรถ...อ้าวที่นั่งเต็มอีกแล้ว หากไปเทียวนี้ต้องยืนไปอีกนานเท่าไหร่ถึงจะถึง หากไม่ไปก็จะมืดค่ำ แต่มีพระใจดีให้ฉันขึ้นก่อน ท่านว่าท่านจะคอยไปพร้อมเพื่อน ทำให้ฉันได้ที่นั่งในตอนหน้า ลมเย็นๆพัดปะทะใบหน้า

นานๆนั่งที ก็ดีเหมือนกันนะรถเมล์นี่ อารมรณ์วัยเด็กหมุนย้อนกลับมา เค้า่บอกรถเมล์วิ่งเร็วกว่ารถสองแถวเหลือง

เกือบ 17.30 น. รถเมล์จอดที่หน้าตลาด อ.จอมทอง ฉันโทรหาคนจากที่พักที่มาช่วยรับไปรีสอร์ท---ให้พี่คอยที่ไหนคะ...

ปลายสายบอก แล้วตอนนี้พี่อยู่ตรงไหนหล่ะคับ...ผมรออยู่หน้าพระธาตุจอมทองไม่เห็นมีใครสักคน

อิป้ารีบบอก พี่อยู่ตรงตลาดค่ะ รถเค้าไม่จอดหน้าพระธาตุให้ เค้าบอกมันคือทีเดียวกันให้เดินย้อนมาอีก 150 ม.

ฉันตุปัดตุเป๋ ลากกระเป๋าที่อัดแน่นด้วยเครื่องกันหนาวและอุปกรณ์ส่งเสริมการอ่านสำหรับเด็ก  เสียงจากปลายสายโทรศัพท์ยังอยู่ และบอกว่า ผมเห็นพี่แล้ว...เมื่อฉันเงยหน้าขึ้นมีผู้ชายผิวดำตัวโต สวมเสื้อกล้ามกางเกงขาก๊วยกำลังก้าวเข้ามา...มันทำเอาฉันตกใจเล็กน้อย ...เฮ้ย...ใครวะ

เพื่อความชัวร์ฉันถามเค้าด้วยความมั่นใจอีกที...ว่านอกชานมีนาให้มารับใช่ไหม---รู้ป่าวว่ามารับใคร---เค้าก็แจ้งชื่อจริงของฉันมาอย่างถูกต้อง 555   หลังจากที่รู้จักกันแล้วถึงทราบว่า เค้าเป็นเจ้าของรีสอร์ท เป็นคนใต้...ที่ฉันตกใจเพราะภาพของฉันนึกออกแต่ผู้ชายเหนือ ผิวขาว ตัวเล็ก  แหะๆ  2 อย่างไปแล้วที่ไม่เหมือนกันความจริง ทั้ง ท่ารถ และคนมารับ


ออกจากเมืองจอมทองไปสัก 7 กิโลก็ถึง "นอกชานมีนา"

ฉันเลือกที่นี่เพราะรูปจากของการจองโรงแรมออนไลน์ แต่ทริปนี้เดินทางด้วยรถเมล์ ฉันจึงกังวลเรื่องการเดินทางเข้าที่พักไม่มีและอาหารเย็น---คนอ้วนกลัวหิว---แต่ข้อมูลจากการติดต่อก่อนเดินทาง ที่พักบอกจะมารับ (เจ้าของมาเองด้วย อิอิ) และมีข้าวเย็นให้สั่ง ควมกังวลจึงคลายไป

ฉันรู้สึกสุขใจกับที่พัก

พระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า แสงสีอุ่นอยู่เหนือภูเขา ก่อนที่พีะอาทิตย์จะโบกมือลาทำเอาฉันรีบเก็บของเข้าห้องพัก แล้วเดินตามสะพานไม้ไผ่ไปสุดปลายนา สูดหายใจลึกๆเอาความสดชื่นและกลิ่นทุ่งนาเข้าปอด...ตอนเป็นเด็กๆบ้านฉันก็ทำนา แต่อารมณ์นี้ห่างหายไปนานโข

ที่นี่ทำนาสองครั้ง ใช้น้ำจากเขื่อนที่ปล่อยมาตามลำคลองหลังที่พัก ให้หลักการนาขั้นบันได วันที่ฉันไปเพิ่งดำนาได้ 6 วัน ถ้ามีเงินคิดว่าต้องมาอีกตอนข้าวโตและออกรวง  เพื่อนๆของฉันว่าฉันเป็นบ้า...จะมาดูนาอะไรไกลถึงเชียงใหม่

มันก็จริง ก็เพราะมีเหตุให้ผ่านจึงแวะ 

การเดินทางคนเดียวทำให้ฉันต้องอยู่กับตัวเอง ลมภูเขาเย็นกว่าลมแถบอีสานบ้านฉัน นอกชานที่กว้างปูเสื่อเข้าก็เหมาะสำหรับนอนดูดาวที่เห็นชัดตั้งแต่ 1 ทุ่ม เสียงจั๊กจั่นและการไหลของน้ำจากห้องนาแต่ละห้องไหลล้นไปยังห้องนาที่อยู่ต่ำกว่าฟังเพลินดี  

อาหารค่ำจากส่วนครัวก็ยกมาส่งให้นั่งกินที่นอกชาน  กระเพราไข่ดาวที่ฉันสั่ง ที่น้องแม่ครัวไปเก็บใบกระเพราจากสวนมาประกอบอาหารให้ฉัน คอนเซปต์ของที่พัก ปลูกไว้กิน  ลูกค้าสามารถเก็บพืชผัก ผลไม้ มากินหรือทำอาหารได้เลย...น่าเสียดายที่ฉันมีเวลาน้อย...ไม่งั้นแม่ครัวที่นี่ต้องได้ชิมรสฝีมือฉันแน่

อากาศช่วง 2 ทุ่มของกลางเดือนมกราคมชักหนาว ทำเอาฉันรีบกลับเข้าห้อง ประมาณ 16-17 องศาน่าจะได้ เครื่องกันหนาวได้ทำหน้าที่เต็มที่  

ก่อนนอนฉันรูดม่านปิดเนื่องจากห้องพักเป็นกระจกกว้าง 3 ด้าน ไม่ได้ทำให้ฉันกลัว แต่เพราะอายเค้า...เป็นสาวเป็นนางจะนอนแบบเปิดเผยก็คงไม่ดี ฉันเปิดม่านทิ้งไว้เฉพาะด้านที่ตรงข้ามกับปลายเท้า เพื่อให้ฉันมองเห็นธรรมชาติก่อนหลับและลืมตาตื่น

คืนนี้เพลงที่เปิดก่อนนอน เพราะเป็นพิเศษ เพราะเป็นการฟังเพลงกับดาว  น่าเสียดายที่กล้องมือถือถ่ายดาวไม่ติด ก่อนจะปิดสวิตซ์ตัวเอง ความคิดถึงใครหลายคนโผล่เข้ามา...อยากให้มาด้วยกันจัง

ตี 5 ของวันรุ่ง ฉันตื่นมาเปิดม่านที่เหลือออกให้กว้างที่สุด  นอนอ้อยอิ่ง เลื้อยตัวอยู่บนเตียงกว้าง นุ่ม หมอนนอนกำลังดี  

เจ้าของที่พักเดินมาดูไฟหน้าบ้านที่ฉันเปิดทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืน  พร้อมเก็บถาดอาหารมื้อเย็นไป

สายหน่อยฉันชงกาแฟ 3 in 1 ที่รีสอร์ทจัดเตรียมไว้ให้มากินที่นอกชาน จิบกาแฟดูนา ทอดสายตาไปไกลเหมือนกับสายตาจะข้ามภูเขาได้ เสียดายไม่ได้นั่งห้อยขา...ที่นี่นั่งห้อยขากับชานหรือสะพานไม้ไผ่อารมณ์จะฟินน่าเล่ทันที

มีโอกาสพูดคุยกับ"คุณก้อย"...เจ้าของ...ที่มาแห่ง”นอกชานมีนา”...ที่มีแนวคิดอยากทำนา เพราะคุณพ่อทำนา เป็นเกษตรกรดีเด่น  เริ่มจากทำไว้พักผ่อนและขยายห้องเพื่อแบ่งปัน แล้วกำลังต่อยอดเป็นธุรกิจเพื่อให้ตัวเองมีอาชีพเสริมที่เป็นการพักผ่อนและเป็นทางเลือกของผู้เข้าพักที่ชอบในสไตล์เดียวกัน บริหารแบบต้องให้ที่นี่เลี้ยงตัวเองได้ และบริการลูกค้าแบบเป็นกันเอง รวมถึงเรื่องราวอีกหลากหลาย นาแห่งนี้มีเรื่องเล่า

ที่พักแบบเต้นท์วัยรุ่นน่าจะชอบ  อิป้าเองก็ชอบ ห้องน้ำรวม แต่แยกชาย-หญิง

ดอกผักชีลาว ที่สวยงามโผล่ช่อดอกมาทักทายลูกค้าที่เข้าพัก เช้าๆ ชมสวนแล้วสดชื่นดี

ฉันสรุปสั้น เรียบง่าย---แต่ไม่มักง่าย มานอนนาแบบ Luxury  ความไม่มักง่ายดูได้จากความสะอาด สิ่งของที่จัดให้บริการ---รายละเอียดเล็กๆน้อยๆ และการใส่ใจดูแลลูกค้า---ตอนที่ฉันรอรถเพื่อไปต่อ ยังมีแก่ใจถามไถ่และคุยเป็นเพื่อน

ฉันมองไปที่สระว่ายน้ำควันขึ้นสีขาวลอยขึ้นเหนือน้ำในสระ  ก็อากาศมันหนาวนี่ 

งั้นฉันไปเดินเล่นในหมู่บ้าน รอบๆ ที่พักดีกว่า กะว่าจะยืมมอไซค์ของที่พักไป แต่เดินก็ออกกำลังกายดี

ผู้คนใจดี---หมาก็ใจดี---วิวก็ดี

ระหว่างทางก็แอบชิมลำไยที่ขึ้นอยู่สวนข้างทางสักเม็ดสองเม็ด ชาวบ้านคงไม่ว่า แต่เพื่อมรรยาทก็บอกกับต้นไม้ว่า...ขอชิมหน่อยน๊า หว๊าน หวาน

ท้ายหมู่บ้านมีวัดและเจดีย์อยู่ สายบุญตื่นเช้าหน่อยจะทันตักบาตร หรือไปถวายอาหารเช้าที่วัดก็เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจ  ฉันไปถึงวัด พระก็หายจากศาลาการเปรียญหมดแล้ว 555

ระยะทางวนรอบหมู่ประมาณประมาณ 1 กิโลเมตร เล่นเอาเหนื่อยพอประมาณ  ขออาหารเช้ากินเพิ่มพลัง รีสอร์ทจัดแบบอเมริกันให้ 

แจกันดอกไม้สวย สดชื่น แม่ครัวอารมณ์ดี หัวเราะอร่อย



ปกติฉันเป็นพวกไม่กินข้าวเช้า ฟาดแต่กาแฟ อดนึกถึงกาแฟสดไม่ได้---ถ้านอกชานมีนา จัดกาแฟเม็ดสดไว้ ให้บดเอง ชงเองด้วยหม้อโมก้า  หรือดริป น่าจะดี กลิ่นคงหอมไปถึงปลายนา---ขายเม็ดกาแฟต่างหากก็ได้้... ที่สำคัญได้ส่งเสริมการผลิตเมล็ดกาแฟในท้องถิ่นด้วย

กินข้าวเสร็จก็เอาชุดว่ายน้ำออกมา กะว่าเวลาประมาณชั่วโมงนึงจะใช้เวลายืดกล้ามเนื้อในสระว่ายน้ำสักหน่อย เกาะขอบสระมองวิวพานอรามาแบบ Mountain View  แต่...มันไม่ใช่ภาพที่ฉันคิดไว้อีกแล้ว  เพราะน้ำในสระมันเย็นมากกกกกกกกกกกกกกกกก   ฉันเอาชุดว่ายน้ำมาเพื่อ   เพื่อ  เพื่อ.....

บายจากโปรแกรมว่ายน้ำ มีเวลาอีกกว่าชั่วโมง เลื้อยเล่นบนที่นอนก่อนจะลุกไปอาบน้ำ เก็บกระเป๋า แล้วรบกวนรีสอร์ทไปส่งที่ท่ารถ

ฉันฝากกระเปาเดินทางใบใหญ่เป้งไว้ที่ท่ารถแม่แจ่ม  

ระหว่างรอเที่ยวรถ   เจ้าของที่พักแนะนำให้ไปเดินชมตลาดดอกไม้ที่อยู่ท้ายตลาดสด ราคาดอกไม้สดถูกมาก แบบนี้กำละ 40 บาท ซื้อเยอะลดได้อีก

และได้กราบพระธาตุจอมทอง ซึ่งเป็นพระธาตุประจำคนเกิดปีชวด ฉันไม่ได้เกิดปีชวดแต่ก็เป็นสิริมงคลสำหรับตนเอง ก่อนจะเดินทางต่อไป

 250 ม.จากวัดพระธาตุจอมทองกลับมาท่ารถ ต้องเดินผ่านตลาด เล่นเอาน้ำลายไหลกับอาหารและผักพื้นบ้าน น่าเสียดายที่ต้องไปต่อ

ระหว่างนั้น MS จากน้องต้อมเพื่อนใน G2K ก็ส่งมาถามสารทุกข์สุกดิบ หนูเพิ่งรู้ว่านอกชานมีนาอยู่จอมทอง 555 ฉันข้ามเขตเข้ามาโดยไม่แจ้งสัญญาณ  ด้วยทริปนี้ติดๆ กับการไปราชการ  ทำให้ฉันไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลอื่นๆ นอกจากข้อมูลการที่พัก รถรา   ความกังวลกับสถานที่ใหม่ๆ ทำให้ไม่ได้ถามหาน้อง  ขอบคุณโซเชียลที่ทำให้เราส่งต่อคีวามรู้สึกดีๆ แก่กัน

สักวันคงได้กอด@Naepalee Na Pai  พี่มาใหม่แน่...จอมทอง

---Foot Note---

ค่าแท๊กซี่เรียกผ่านเคาน์เตอร์สนามบินเชียงใหม่ จากเชียงใหม่ไปประตูเชียงใหม่ ท่ารถจอมทอง  150 บาท

การเดินทางจากอ.เมืองเชียงใหม่ ไปอ.จอมทอง โดยขนส่งมวลชน มีรถเมล์สีฟ้า ค่าโดยสาร 34 บาท หรือรถสองแถวเหลือง  ชาวบ้านว่า รถเมล์เร็วกว่า ...ใช้เวลาวิ่งประมาณ 1 ชม.

ถ้าใช้แท็กซี่แบบจ้างเหมาโทรถามราคาก่อน หาเบอร์โทรได้จากอินเทอร์เน็ต

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน โลกละไม-ใจมีสุข



ความเห็น (6)

เดินทางสะดวกนะคะ สรุปมาเที่ยวหรือมาทำงานคะ

พี่ก็มาช่วงนี้ บรรยากาศดีมาก

ประมาณไปออกค่ายค่ะพี่แก้ว เลยได้เที่ยวระหว่างทาง

เขียนเมื่อ 

ต้อม เนปาลี ;)…

Wasawat Deemarn ใช่ค่ะ…น่าเสียดายมากที่ไม่ได้เจอกัน

เขียนเมื่อ 

เสียดายไม่แวะมากอดหนู อิอิ และเพิ่งทราบจริง ๆ ค่ะ ว่ามาพักที่จอมทอง เพราะตอนแรกที่เห็นเช็กอินรูปที่พักบนเฟซบุ้กนั้นต้อมเข้าใจว่าพี่ตุ่นมาแถวโซนแม่ริม

ป.ล.พยายามล็อกอินเข้า G2K เพื่อมาคุยเลยค่าาาา ((ลืมชื่อลืมพาสเวิร์ด 555))