ศาสตร์แห่งศาสตร์ คือ "การให้"

ดังนั้นเพียงทุกคนอยู่ในศาสตร์เดิม จุดเดิม ตำแหน่ง หน้าที่เดิม แตต่เพียงเรานำศาสตร์ที่เราเรียน เรารู้ นำศาสตร์เรานั้นมา "ให้" ด้วยจิตใจที่หวังประโยชน์สุขของส่วนรวม เบื้องต้นคือครอบครัว ญาติพี่น้อง วงศ์ตระกูล เบื้องกลาง คือองค์กร สถานที่ทำงาน เบื้องสุด นั้นคือ สังคม ประเทศชาติ และโลกใบนี้ เมื่อเราให้ ศาสตร์ทุกศาสตร์ ศาสตร์ทุกแขนง ก็จะเปรียบเสมือนกับประทีป ดวงไฟ หลายพันล้านดวง ที่จะทำให้โลกนี้สว่างไสว และ งดงาม

คำถามที่เฝ้าคิด คำถามที่ตามติดชีวิตมากว่าสิบปี ว่าอะไรคือความหมายของคำว่า "สหวิทยาการ" หรือ "พัฒนบูรณาการศาสตร์"

ศาสตร์ในทุกแขนงทั้ง Pure science ทั้ง Apply Science หรือศาสตร์ที่ว่าด้วยการบูรณาการทุกศาสตร์เข้ามาร่วมรวมกัน ทุก ๆ ศาสตร์ ทุก ๆ แขนงนั้นล้วนแต่เป็นสิ่งที่ดี มีประโยชน์ ตามแต่ละองค์ประกอบ ทั้งสัตว์ บุคคล ตัวตน เรา เขา ทั้งกาละ และโอกาส

แต่ปัญหาของแต่ละศาสตร์ที่ทำให้คนเราประมาท ล้มเหลว ท้อแท้ อ่อนแอ จากจุดเล็ก ๆ เพียงคน ๆ หนึ่ง ส่งผลให้ระบบทั้งระบบอ่อนแอ ทรุดโทรม ไม่มั่นคง และพร้อมที่จะพังครืนลงมา

ปัญหาคืออะไร..?

ปัญหาที่วิเคราะห์ได้ คือ ปัญหาของการเป็น "ผู้เอา"

เราเป็นผู้เอามาตั้งแต่ในท้องของแม่ เอาเลือด เอาเนื้อ เอาชีวิต เอาจิตวิญญาณจากพ่อและแม่

เมื่อเกิดมาเราเอาน้ำ เอาน้ำ เอาอาหาร เอาโภชนาการต่าง ๆ นานัปการ

เมื่อเข้าโรงเรียน เรียนหนังสือ เราก็ "เอา" เอาวุฒิ ประถม มัธยม อุดมศึกษา ปริญญาตรี โท เอก 

เมื่อมาทำงาน เราก็ "เอา" เงินเดือน วัตถุ ข้าวของ เกียรติ ยศ ตำแหน่ง... ฯลฯ

ศาสตร์หลากหลายแขนงที่เราเรียน เรารู้ เรานำมาใช้เป็นเครื่องมือหรือบันได้ในการที่จะ "เอา" หรือได้มาซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้น
ผู้มีการศึกษามาก เอาเปรียบผู้มีการศึกษาน้อย ผู้ฉลาดก็เอาเปรียบผู้ดอยสติปัญญา ศาสตร์ต่าง ๆ จึงนำมาใช้เพื่อประโยชน์ของตนเอง

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ศาสตร์ แต่อยู่ที่หัวใจของคนที่เรียนศาสตร์ รู้ศาสตร์ และนำศาสตร์ไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองมากกว่าประโยชน์ของส่วนตัว

ดังนั้นเพียงทุกคนอยู่ในศาสตร์เดิม จุดเดิม ตำแหน่ง หน้าที่เดิม แตต่เพียงเรานำศาสตร์ที่เราเรียน เรารู้ นำศาสตร์เรานั้นมา "ให้" ด้วยจิตใจที่หวังประโยชน์สุขของส่วนรวม เบื้องต้นคือครอบครัว ญาติพี่น้อง วงศ์ตระกูล เบื้องกลาง คือองค์กร สถานที่ทำงาน เบื้องสุด นั้นคือ สังคม ประเทศชาติ และโลกใบนี้ เมื่อเราให้ ศาสตร์ทุกศาสตร์ ศาสตร์ทุกแขนง ก็จะเปรียบเสมือนกับประทีป ดวงไฟ หลายพันล้านดวง ที่จะทำให้โลกนี้สว่างไสว และ งดงาม

"การให้" ทำให้เรามีความสุข

"การเสียสละ" ทำให้เรามีความสุข

เราเรียนหนังสือตั้งแต่อนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อุดมศึกษา ปริญญาตรี โท เอก ถ้าเราเรียนเพื่อจะให้ เราจะมีความสุข

เราเลือกเรียนหนังสือในแต่ละสาขาวิชา จะเป็นแพทย์ พยาบาล ทหาร ตำรวจ วิศวกร อุตสาหกรรม เกษตรกรรม ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ถ้าเราเรียนเพื่อที่จะเอา เราจะมีความสุข

เราทำงานเป็นข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ พ่อค้าวานิช ประกอบธุรกิจส่วนตัว ถ้าเราทำเพื่อให้ เราจะมีความสุข

ไม่ว่าเราจะเรียน เราจะทำงาน เรามีศาสตร์ที่เราเรียนเราศึกษาเป็นพื้นเป็นฐาน และเมื่อเราบูรณาการ "ศาสตร์แห่งการให้" เข้าใจ ทั้งเราและเขาจะมีความสุข

เราอยู่ในครอบครัว อยู่กันตั้งแต่สองคนขึ้นไป ถ้าศาสตร์ในจิตใจของเรามีแต่ที่จะเอา มันเป็นการเผาบ้าน เผาครอบครัว แต่ถ้าเราใช้ศาสตร์แห่งการให้ประจำตัว ครอบครัวเราก็เหมือนสวรรค์ มีรอยยิ้ม มีความสุข สงบ และร่มเย็น

ทุก ๆ ย่างก้าว เรามีศาสตร์ประจำตัว ศาสตร์ประจำใจ เพียงแต่เรานำพาศาสตร์ต่าง ๆ ด้วยการให้ ทุก ๆ ย่างก้าวของเราก็ปลอดภัย สว่าง สดใส และยั่งยืน

วันนี้ใครเรียนหนังสือชั้นไหน ศาสตร์ใด แขนงวิชาใด ๆ ก็พากเพียรเรียนไปเถิด แต่ให้คิดเสมอว่า เราเรียน เรารู้ เพื่อที่จะมีนำสิ่งที่เราเรียนและรู้นั้นเพื่อมาให้ 

จะทุ่มเท ชีวิต จิตใจ ในการเรียนการศึกษาเพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ ตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน บูชาคุณพระศาสนา น้อมเกล้าบูชาพระมหากษัตริย์

ทุก ๆ อย่างก้าวที่ทำงาน ทุก ๆ นิ้ว ทุก ๆ มือ ทุก ๆ สัมผัส ทุก ๆ คำพูด ทุก ๆ ประโยค เราจะทำเพื่อให้ พูดเพื่อให้  ให้คนอื่นได้รับประโยชน์ ให้ผู้อื่นได้มีความสุข

ทุก ๆ ศาสตร์เป็นศาสตร์ที่ดี ทุก ๆ ศาสตร์เป็นศาสตร์ที่มีประโยชน์ ทุก ๆ คน ทุก ๆ สรรพสิ่ง เป็นคนและสิ่งที่มีค่า เพียงแต่เราคิดที่จะให้ซึ่งกันและกัน ศาสตร์ในชีวิตของเราก็จะมีศาสตร์ที่มีพลัง เป็นศาสตร์แห่งความดี...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ความรู้คือพลัง



ความเห็น (0)

หมายเลขบันทึก

659398

เขียน

21 Jan 2019 @ 10:31
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
ดอกไม้: 1, อ่าน: คลิก