๗๗๒. เสียดาย...

ผมไม่ได้กลับบ้าน..แต่กลับเข้าโรงเรียน เข้าห้องพักครูก็ไม่ได้ไม่มีใครอยู่โรงเรียน..ก็เลยใส่ปุ๋ยต้นไม้ จัดป้ายนิเทศและจัดห้องเรียนธรรมชาติที่แปลงนา ทำตัวให้เป็นประโยชน์ ให้สมกับรายได้ที่รัฐจ้างให้ คิดเป็นรายวันก็มิใช่น้อยเลย...

        ผมไปถึงโรงเรียนตั้งแต่หกโมงครึ่ง..นักเรียนหลายคนมารอขึ้นรถบัส วันนี้คณะครูจะพาไปทัศนศึกษาที่สวนนกจังหวัดชัยนาท..

    รถบัส ๒ คันมารอรับอยู่หน้าโรงเรียนตามเวลาที่นัดหมาย..อาหาร เครื่องดื่มและกล่องยาดมยาหม่องพร้อม ตระเตรียมสำหรับขึ้นรถ ผมไม่ได้ไปกับชาวคณะด้วยติดภาระกิจสำคัญ..

        ผมฝากครูประจำชั้นให้ช่วยดูแลนักเรียนให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด แล้วก็กำชับนักเรียนรุ่นพี่ให้ช่วยดูแลน้องๆ ผมย้ำให้นักเรียนทุกคนระมัดระวังตนเองขณะที่อยู่บนรถต้องนั่งให้เรียบร้อย การเดินทางไปนอกสถานที่ต้องมีกิริยามารยาทที่ดีงาม

        การท่องเที่ยวเป็นคณะ ต้องเดินเที่ยวชมไปพร้อมๆกัน ขึ้นรถพร้อมๆกัน จะเดินไป ณ ที่แห่งใด ต้องไปเป็นกลุ่มและควรรักษาเวลาด้วย หากใครมีปัญหาเรื่องสุขภาพหรือมีปัญหาใดๆก็ตาม ต้องบอกครูประจำชั้นให้รับทราบ..

        รถบัส..ขับเคลื่อนออกจากโรงเรียน พานักเรียนและครูไปทัศนศึกษา ผมมองจนลับตาด้วยความห่วงใย เป็นครั้งแรกในรอบ ๑๐ ปี ที่ผมไม่ได้เดินทางไปด้วย..

        ผมได้รับโทรศัพท์จากผู้ประสานงานของเขตพื้นที่การศึกษา บอกผมว่า..ท่านผอ.เขตฯเชิญประชุมด่วน ..๑๐ โมงวันนี้..เรื่องอันใดไม่สามารถบอกได้..

        ผมอยากขัดคำสั่งเจ้านาย..แต่ก็ทำได้แค่คิด สุดท้ายก็ปล่อยไปตามระบบของราชการ..ออกจากโรงเรียน ๘.๑๐ น. โดยที่ไม่รู้ว่าจะไปประชุมเรื่องอะไรหรือมีหน้าที่ต้องทำงานอะไร?

        ถึงห้องประชุมเป็นคนแรก..อีกครึ่งชั่วโมงต่อมา..ห้องประชุมก็เนืองแน่นไปด้วยผู้บริหารสถานศึกษา เจ้าหน้าที่ หัวหน้างาน และศึกษานิเทศก์ โดยมีท่าน ผอ.เขตเป็นประธานฯ

        เจ้าหน้าที่ของเขตฯคุมเชิงที่ประตูดูมิดชิดมาก ผอ.เขตเปิดประชุมฯแล้วท่านก็บอกว่า..นี่คือการประชุมลับ..ตามหนังสือสั่งการของ สพฐ.

        เจ้าหน้าที่..ฉายภาพข้อมูลขึ้นจอใหญ่ ท่านผอ.เขต อธิบายความตามหนังสือสั่งการ..ผมอ่านข้อความที่เลื่อนขึ้นลง จนเข้าใจเป็นอย่างดี ว่าวันนี้มาราชการลับ...

        คือผม..ได้รับคัดเลือกจากเขตให้เป็นผู้บริหาร ๑ ใน ๒๐ คน ให้มาประเมินท่านรอง ผอ.เขตฯ ที่สมัครเข้าคัดเลือกเป็น ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาฯ ของสพฐ.

        เป็นการประเมินในระดับเขต..เพื่อประกอบคุณสมบัติของท่านรองฯ เพื่อส่งไปในระดับภาค ส่วนในระดับสพฐ.นั้น ท่านรองก็คงต้องสอบข้อเขียน วันนี้คณะกรรมการประเมินก็เพื่อจะหาค่าคะแนนว่าท่านรองฯเป็นผู้บังคับบัญชาแบบไหน? เป็นข้าราชการที่มีดีอย่างไร? ทั้งในแง่คุณธรรมและความประพฤติ..       

        เขตฯต้องปฏิบัติตามเกณฑ์สพฐ. แต่ผมเสียความรู้สึกมาก..เพราะเขาเลือกให้ผอ.โรงเรียนประเมินได้แค่ ๑๐ คน โดยใช้วิธีจับฉลาก..ใครจับได้หมายเลือก ๑ – ๑๐ ก็อยู่ประเมิน ..ผมจับได้ความว่างเปล่า..ต้องขับรถกลับบ้าน ขับรถไปกลับกว่า ๑๐๐ กม.

        ผมอยากเห็นหน้าคนคิดเกณฑ์ของสพฐ.จังเลย มันอาจจะดูบริสุทธิ์ยุติธรรมและเป็นวิทยาศาสตร์จับต้องได้ แต่มันเยอะไปไหม?..โบราณมาก..ฝรั่งเขาเลิกทำแบบนี้มานานแล้ว..จึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมระบบคัดสรรคนของการศึกษาไทย..ไปไม่ถึงไหนเลยจริงๆ

        ผมมาคิดดู..ผมนี่แหละมีความรู้ความสามารถเป็นถึงซี ๘ ให้ผมมาจับฉลากแล้วกลับบ้านมือเปล่า..ทั้งๆที่ท่านรองฯคนนี้ผมรู้จักดี ทำงานด้วยกันมาเกือบ ๑๐ ปีมีดีกรีปริญญาเอก ได้รับรางวัลจากผลการทำงานเป็นที่ประจักษ์ รักองค์กรและมีมนุษยสัมพันธ์ดีมาก

        แต่ผมไม่ได้ทำอะไร..ไม่ได้คิดหรือเขียนอะไรที่เป็นประโยชน์แก่คนดีๆแบบนี้เลย..ต้องกลับบ้านซะงั้น อันที่จริง..เพียงให้ท่านรองฯเขียนวิสัยทัศน์และพันธกิจ ว่าเมื่อได้เป็น ผอ.เขตฯแล้วจะทำอะไร?ก็พอแล้ว..หรือให้ถอดบทเรียนสักเรื่องในตำแหน่งที่เป็นรองฯ ก็น่าจะพอเพียง..

        ผมไม่ได้กลับบ้าน..แต่กลับเข้าโรงเรียน เข้าห้องพักครูก็ไม่ได้ไม่มีใครอยู่โรงเรียน..ก็เลยใส่ปุ๋ยต้นไม้ จัดป้ายนิเทศและจัดห้องเรียนธรรมชาติที่แปลงนา ทำตัวให้เป็นประโยชน์ ให้สมกับรายได้ที่รัฐจ้างให้ คิดเป็นรายวันก็มิใช่น้อยเลย...

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑๘  มกราคม  ๒๕๖๒

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (0)

หมายเลขบันทึก

659352

เขียน

18 Jan 2019 @ 21:11
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
ดอกไม้: 2, อ่าน: คลิก