อยู่จนลืมอายุ

เมื่อวันเสาร์ (12/01/62) ที่ผ่านมา  เพื่อนในฐานะพี่ซึ่งอยู่จังหวัดสระแก้วได้ไลน์บอกในกลุ่มเพื่อนๆซึ่งเคยร่วมใช้ชีวิตในวัยเริ่มต้นเรียนหนังสือกัน ว่า "ฝันว่าผมถูกยิงเสียชีวิต" ขณะที่ผมกำลังเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ที่จังหวัดปัตตานี เพื่อนในกลุ่มเริ่มถามว่า "ผมอายุเท่าไร" จริงๆแล้วก็คงจะคาดเดากันได้ เพราะต่างคนต่างก็คงไม่ห่างกันเกิน 1-5 ปี จากนั้นไม่นานเพื่อนคนหนึ่งซึ่งอยู่ที่ตำบลหาดทรายรี จังหวัดชุมพร ก็โชว์สลากกินแบ่ง (หวยที่ได้รับการกล่อมเกลาว่าไม่เถื่อน เพราะรัฐจัดการเอง) ซึ่งเมื่อบวก พ.ศ.ที่ผมเกิดกับ พ.ศ.ในปัจจุบัน ก็เป็นตัวเลขนั้น แต่ผมมองว่า ผมยังไม่ครบตัวเลขนั้น 

อันว่า การเสี่ยงโชค ก็เห็นทั่วไป โดยเฉพาะคนที่มีความคาดหวังกับความน่านะเป็น และโดยเฉพาะคนที่เชื่อสิ่งที่ปรากฎในปัจจุบันจะคือสิ่งที่จะปรากฎในอนาคต เพียงแต่อาจไม่สอดคล้องกับหลักวิชาการ "อนาคตศึกษา" จากการประมวลข้อมูลเพื่อทำนายอนาคต รัฐเอง ก็สนับสนุนเรื่องการคาดเดาแบบบ้านๆ ไม่เช่นนั้น คงไม่ให้มีหวยที่รองรับด้วยกฎหมาย 

เนื่องจากเพื่อนที่จังหวัดสระแก้ว มีประสบการณ์บางอย่างที่เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ข้อความที่ท่านส่งมาก็เลยมีผลไม่น้อยต่อผมผู้ที่หาความแน่นอนอะไรไม่ได้/จับอะไรที่เป็นตัวเองไม่ได้ ประมาณว่า "เชื่อหรือ...ก็ไม่ใช่....ไม่เชื่อหรือ....ก็ไม่ใช่...เชื่อหรือ...ก็ใช่....ไม่เชื่อหรือ...ก็ใช่" คนที่ไม่สับสนในตัวเองมักประสบความสำเร็จในเป้าหมายที่วางไว้ เพราะจิตใจไม่วอกแวกเป็นอื่น แต่คนที่มักไม่ประสบความสำเร็จก็คือคนที่เดินเก็บดอกไม้รายทางหาหมุดหมายอะไรในชีวิตไม่ได้ ผมค่อนข้างระมัดระวังกับการเดินบนทางเท้าตลอดถึงบนถนนภายในตัวเมืองปัตตานีค่ำๆ วันต่อมาผมส่งข้อความในไลน์กลุ่มว่า "ผมยังไม่ตาย" 

จริงๆแล้ว ช่วงหลังมานี้มีภาพหลายๆภาพในความคิดที่อยู่ในกรอบของ "ตาย" โผล่ขึ้นมาบ่อยๆ อาจจะทุกเช้าก็ว่าได้ประมาณว่า "ท่านนิ่งไปหรือยัง" "ท่านยังอยู่ไหม" ที่แน่ๆ มักจะหวนคิดถึงแม่ที่เสียชีวิตไปเมื่อปีที่ผ่านมานี้ แม่วนเวียนอยู่กับโรงพยายาล สุดท้ายก็สิ้นใจที่โรงพยาบาล ช่วงหลังมานี้เมื่อมีใครรู้สึกรำคาญที่แม่บน โดยเฉพาะลูกผู้หญิงที่ต้องอยู่กับแม่ และมาเปรยให้ฟัง ผมมักจะบอกว่า "ในวันที่ไม่มีแม่/ในวันที่แม่ไม่อยู่แล้วจะรู้" สุดท้ายก็ยกตัวอย่างว่า อย่างผมเนี่ย ที่ผ่านมาตั้งแต่เดินทางออกจากบ้านเมื่ออายุ ๑๒-๑๓ ปี เมื่อมีทุกใจหรือแก้ปัญหาไม่ได้ ก็กลับไปนอนที่บ้านขนำน้อยของแม่ ไม่ได้เล่าเรื่องราวอะไรให้ใครฟัง แต่แค่ได้เห็น ได้พบ ได้กินอาหารฝีมือแม่ ก็มีพลังไปใช้ชีวิตนอกวิถีกันต่อไป แต่วันนี้ เมื่อแม่ไม่อยู่ ก็ไม่รู้จะกลับไปบ้านทำไม พี่ๆ น้องๆ เขาก็มีครอบครัวของเขา ส่วนหนึ่งที่มองเห็นคือ หลุมดำในความรู้สึกของคน ที่เป็นหลุมซ่อนปมความไม่สมบูรณ์ของชีวิต หลายคนอาจพยายามเติมเต็มในสิ่งนั้น แต่หลายคนก็ถมมันไม่มิด เมื่อวานที่บ้านสั่งปูทะเล (ปูม้า) จากเฟสของกินแก้เนือย ผมเห็นปูตัวสีแดงนอนนิ่งอยู่ในกะละมัง นึกถึงปูดำตัวใหญ่ที่น้าหามาได้ และเอามาให้พี่สาวก็คือแม่ของผม แม่ถามว่าผมจะกินไหม ผมเห็นมันดิ้นกระแด่วๆ ก็เลยบอกว่า ไม่เอาดีกว่า แม่รู้ดีว่าผมอย่างไร แม่ก็เลยบอกว่า ถ้าอย่างนั้นเอามานี่ แม่จัดการต้มปูจนสุกแล้วกลายเป็นอาหารโอชะสำหรับผม แต่ในวันที่ไม่มีแม่ ก็ไม่มีใครที่รองรับหลุมดำของความรู้สึกที่ไม่เต็มนั้น อย่างไรก็ตาม ชีวิตของทุกคนก็ต้องเดินและเรียนรู้กับสิ่งที่อยู่ในปัจจุบันขณะกันต่อไป 

ย้อนไปถึงความฝันที่เพื่อนฝัน เช้านี้ขณะที่ขับรถจะไปทำงาน จอดจะแวะซื้ออาหารเที่ยง หญิงวัยกลางคนถือกระเป๋าไม้ถามขึ้นว่า "ร๊อตเตอรี่ไหม" ผมโบกไม้โบกมือ เพื่อจะเป็นสัญลักษณ์ว่า "ไม่ได้ซื้อ" เธอจึงเดินเลยผ่านไป ผมคิดถึงฝันนั้น และคิดว่า บางทีก็น่าอุดหนุนรัฐบ้าง จะได้มีข้ออ้างว่า ผมก็มีส่วนช่วยในการให้ทุนการศึกษาเด็กๆ และช่วยเหลือสังคมผ่านสลากกินแบ่งของรัฐด้วยนะ คิดแล้วก็ขำๆ แต่พอคิดได้ ร้องเรียกหญิงวัยกลางคน เธอก็หายไปซะแล้ว 

มาถึงหน้าที่ทำงาน นึกถึงตัวเลขที่เพื่อนบวกลบเพื่อนำไปซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล ่จากที่ไม่ค่อยใส่ใจวันเกิด ไม่ค่อยใส่ใจว่า อายุเท่าไร เมื่อนำมาบวกลบคูณหาร โอ้....นี่กำลังเข้าสู่วัย ๕๐ แล้วหรือ ตกลงเรามีอะไรให้คนข้างหลังบ้างเนี่ย เปล่าเลยไม่มีอะไรให้ใครเลย แล้วความฝันที่จะทำโน่นทำนี่ละ ก็ไม่มีเลย นึกถึงชายวัย ๕๐ รูปร่าง หน้าตา ประมาณนั้นๆ ที่ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน สิ่งที่ดูเหมือนจะกระชับครอบครัวตามสังคมได้ดี ก็จากไปเมื่อครบสามเดือน ต้องพาแม่ของเขาเข้าโรงพยาบาลด่วนเพื่อเอาชีวิตเขาออกจากครรภ์ ปีที่ผ่านมากับอายุประมาณนี้ ก็เลยได้มาทบทวนกันในเดือนใหม่ของปีที่ชาวโลกบอกว่า ปีใหม่

ขำๆกับชีวิต....

จะทำอะไรต่อดีกับลมหายใจที่เหลืออยู่และร่างกายที่มีอันจะทรุดโทรมลงทุกวัน


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน โอโห...มโนสาเร่



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

สังขาร.. เป็นสิ่ง.. ไม่เที่ยง… ยึดถือ.. ไม่ได้.. (… มันเป็นเช่น นั้นเอง…)