ชื่อเรื่อง รายงานการพัฒนาชุดการเรียนรู้ เรื่อง ระบบจำนวนเต็ม กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
ผู้ศึกษาค้นคว้า นางจันจิรา ภูเขียว
โรงเรียน บ้านดงถาวร
ปีที่พิมพ์ 2560
บทคัดย่อ
ชุดการเรียนรู้เป็นนวัตกรรมทางการศึกษาที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเอง อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพของแต่ละบุคคลการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาชุดการเรียนรู้ เรื่อง ระบบจำนวนเต็ม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านดงถาวร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80 / 80 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้ชุดการเรียนรู้ เรื่อง ระบบจำนวนเต็ม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านดงถาวร สำนักงาน
เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 ก่อนและหลังการใช้ชุดการเรียนรู้ เพื่อหาค่าดัชนีประสิทธิผลของชุดการเรียนรู้ เรื่อง ระบบจำนวนเต็ม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านดงถาวร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านดงถาวร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 ที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดการเรียนรู้ เรื่อง ระบบจำนวนเต็ม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านดงถาวร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2558 จำนวน 18 คน และนักเรียนภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 14 คน ในการเลือกกลุ่มตัวอย่างได้ทำการเลือก โดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) มาเป็นกลุ่มทดลอง วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้สถิติ Wilcoxon signed rank test ค่าเฉลี่ย () ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ผลการศึกษาค้นคว้าพบว่า
1. ได้ชุดการเรียนรู้ เรื่อง ระบบจำนวนเต็ม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 12 ชุด และชุดการเรียนรู้ เรื่อง ระบบจำนวนเต็ม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2558 มีประสิทธิภาพ 82.95/82.78 และปีการศึกษา 2559 มีประสิทธิภาพ 84.47/83.81 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้
2. คะแนนการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน เรื่อง ระบบจำนวนเต็ม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2558 ปรากฏว่า คะแนนทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์หลังเรียนเพิ่มขึ้นจากคะแนนทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 (Wilcoxon Value = 3.817 และ Wilcoxon Prob = 0.001) และปีการศึกษา 2559 คะแนนทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์หลังเรียนเพิ่มขึ้นจากคะแนนทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 (Wilcoxon Value = 3.359 และ Wilcoxon Prob = 0.001) แสดงให้เห็นหลังการเรียนโดยใช้ชุดการเรียนรู้ เรื่อง ระบบจำนวนเต็ม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2558 และปีการศึกษา 2559 มีความก้าวหน้าในการเรียนรู้เพิ่มขึ้น
3. ค่าดัชนีประสิทธิผลของชุดการเรียนรู้ เรื่อง ระบบจำนวนเต็ม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2558 มีค่าเท่ากับ 0.6713 แสดงว่าผู้เรียนมีความรู้เพิ่มขึ้นร้อยละ 67.13 และค่าดัชนีประสิทธิผลของชุดการเรียนรู้ เรื่อง ระบบจำนวนเต็ม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2559 มีค่าเท่ากับ 0.6792 แสดงว่าผู้เรียนมีความรู้เพิ่มขึ้นร้อยละ 67.92
4. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านดงถาวร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 ที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดการเรียนรู้ เรื่อง ระบบจำนวนเต็ม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ปีการศึกษา 2558 พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้ชุดการเรียนรู้ เรื่อง ระบบจำนวนเต็ม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.62 และส่วนเบี่ยงมาตรฐานเท่ากับ 0.22 แสดงว่านักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้ชุดการเรียนรู้ เรื่อง ระบบจำนวนเต็ม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ อยู่ในระดับมากที่สุด และปีการศึกษา 2559 พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้ชุดการเรียนรู้ เรื่อง ระบบจำนวนเต็ม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.68 และส่วนเบี่ยงมาตรฐานเท่ากับ 0.30 แสดงว่านักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้ชุดการเรียนรู้ เรื่อง ระบบจำนวนเต็ม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ อยู่ในระดับมากที่สุด
โดยสรุป กระบวนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดการเรียนรู้ เรื่อง ระบบจำนวนเต็ม กลุ่มสารการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลเหมาะสม สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของการเรียนการสอนได้