ธนาคารน้ำในบริบทของท้องถิ่น

ธนาคารน้ำในบริบทของท้องถิ่น

14 ธันวาคม 2561

ทีมวิชาการสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย [1]

วัฏจักรของน้ำ ( Water Cycle )

ขอเริ่มต้นจากตรงนี้ ในทางวิทยาศาสตร์เรียกว่า “วัฏจักรของอุทกวิทยา” (Hydrological Cycle) [2] หมายถึงการเปลี่ยนแปลงสถานะของน้ำระหว่าง ของเหลว ของแข็ง และ ก๊าซ  เรียก “อาณาจักรของน้ำ” (hydrosphere) เช่น การเปลี่ยนแปลงระหว่าง ชั้นบรรยากาศ น้ำพื้นผิวดิน ผิวน้ำ น้ำใต้ดิน และ พืช กระบวนการเปลี่ยนแปลงนี้ แยก 4 ประเภทคือ (1) การระเหยเป็นไอ (evaporation) , (2) หยาดน้ำฟ้า (precipitation) , (3) การซึม (infiltration) , และ (4) การเกิดน้ำท่าหรือน้ำไหล (runoff) กล่าวคือ น้ำบนโลกเกิดการหมุนเวียนอยู่เป็นวัฏจักรดังกล่าว ซึ่งวัฏจักรของน้ำเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติมาก เพราะ น้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต เป็นตัวกลางของกระบวนการต่างๆในสิ่งมีชีวิต อีกทั้งยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตมากมายเพราะโลกของเราประกอบด้วยน้ำ 3 ใน 4 ส่วน น้ำจัดเป็นทรัพยากรที่สามารถสร้างทดแทนขึ้นใหม่ได้ น้ำประมาณ 97 % เป็นน้ำในมหาสมุทร และอีก 3% เป็นน้ำที่ขั้วโลก แม่น้ำลำธาร น้ำใต้ดิน และอื่น ๆ

ความขัดแย้งระหว่าง “ธรรมชาติกับกรรมสิทธิ์และสิทธิส่วนรวม” ของมนุษย์

เรื่องของน้ำสำคัญมาก ในการถือกรรมสิทธิ์ต่างๆ มักล่วงล้ำกฎธรรมชาติ อาทิเช่น การสร้างสิ่งปลูกสร้าง ขัดขวางทางเดินของน้ำธรรมชาติ รวมทั้งสร้างถนน การถมดิน การสร้างอาคาร ของหน่วยงานราชการ วัด โรงเรียน รวมทั้งอาคารสาธารณะต่างๆ กล่าวคือ การก่อสร้างต่าง ๆ หากไม่คำนึงถึงทางน้ำตามธรรมชาติแล้ว อาจนำมาซึ่งความหายนะได้ ลองมาดูการบริหารจัดการน้ำกันสักหน่อย เพราะว่า อปท. จะได้รับงบประมาณอุดหนุนเฉพาะกิจ “ระบบธนาคารน้ำใต้ดิน” (Groundwater Bank) จากรัฐบาลในปี 2563 นี้

เขื่อนและอ่างเก็บน้ำ ( Dam & Reservoir) [3]

ต้องเข้าใจความหมายพื้นๆในสองคำนี้เสียก่อน เพราะคล้ายกันมาก แต่มีความแตกต่างในการจัดเก็บน้ำ ปล่อยน้ำ “เขื่อน ทำนบ ฝาย” (Dam) คือการทดน้ำ ยกระดับให้สูงขึ้น แต่ระบายได้อย่างรวดเร็ว แต่ “อ่างเก็บน้ำ” (Reservoir) คือ การเก็บน้ำไว้ใช้ ระบายออกไปใช้ หรือสูบไปใช้ ระบายออกยามน้ำล้น อ่างเก็บน้ำจึงมีการระบายน้ำ 2 อย่าง คือ (1) ประตูระบายน้ำ (ปล่อยน้ำออก) (2) ทางน้ำล้นฉุกเฉิน (spill way) ส่วนเขื่อนจะมีทางน้ำล้น เพราะ เขื่อนมีการระบายน้ำ 3 อย่าง คือ (1) ประตูระบายน้ำ (2) ทางน้ำล้น ซึ่งอาจเป็นน้ำล้นแบบล้น “ปากกระโถน” ก็ได้ (3) ทางระบายน้ำฉุกเฉิน

ธนาคารน้ำ ( Water Banking) [4]

ธนาคารน้ำ คือแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อการนำกลับมาใช้ใหม่ได้ จากการดูดซึมของหินใต้พื้นผิวดินที่มีน้ำหรือการส่งต่อน้ำบาดาลผ่านบ่อซึม โดยในกระบวนการกักเก็บน้ำมีอยู่ 2 วิธีการคือ การเติมน้ำลงในแอ่งน้ำ (Basin) โดยตรง กับการใช้การแทนที่เพื่อเติมน้ำลงในแอ่งน้ำ ซึ่งจากทั้ง 2 วิธี จะทำให้ได้น้ำบาดาลที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ภายหลัง การทำธนาคารน้ำจะใช้หลักตลาดเสรี (Free Market) ทางเศรษฐศาสตร์เป็นกรอบแนวคิด เป็น “ทางเลือกใหม่ต้านภัยแล้ง” โดยเฉพาะจากปรากฏการณ์เอลนีโญ [5] รัฐแคลิฟอร์เนียซึ่งเป็นรัฐแห่งการเกษตรของอเมริกามีการขาดแคลนน้ำ จึงมีโครงการทำ “ธนาคารน้ำ” ขึ้น เป็น “ธนาคารน้ำใต้ดิน” เพื่อแก้ปัญหาน้ำแล้ง หรือ Groundwater Bank เพื่อการบริหารจัดการน้ำไว้ใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรและการอุปโภคบริโภค ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกหนึ่งที่สามารถนำน้ำที่เก็บไว้มาใช้ได้  

ธนาคารน้ำใต้ดิน (Groundwater Bank) [6]

เป็นการขุดบ่อดักและอัดน้ำจากผิวดินให้ไหลลงสู่ใต้ดินเก็บไว้ใช้ ใช้ได้ในบ้านนอก แต่ในกรุงเทพคงใช้ไม่ได้ เพราะน้ำใต้ดิน [7]มีน้ำอยู่มากแล้ว แม้จะถูกดูดขึ้นมามาก น้ำก็ทดแทนเองตามธรรมชาติได้ การเอาน้ำไปเก็บใต้ดินแล้วนำกลับขึ้นมาใช้ได้เป็นเทคนิคแก้ไขธรรมชาติ เพราะเดิมคนเข้าใจผิดว่าเมื่อฝนตกน้ำก็ซึมลงไปบาดาลเอง เพราะกระบวนการซึมลงดินเริ่มต้นขึ้นเมื่อมีน้ำตกลงสู่ผิวดินน้ำจะซึมผ่านผิวดินและแพร่ลงไปในดินตามแรงดึงดูดของโลก แต่วิธีธรรมชาติมันต้องใช้เวลานานมากเป็นร้อยๆ ปี เมื่อคนใช้มากน้ำบาดาลก็น้อยลงจนเกิดปัญหาดินทรุด และน้ำที่สูบขึ้นมาเป็นน้ำกร่อย น้ำเค็ม นำมาใช้ประโยชน์ไม่ได้ เพราะธรรมชาติของน้ำนั้นขึ้นอยู่กับดิน เมื่อดินเป็นอย่างไรน้ำก็จะเป็นเช่นนั้น เช่น ดินเป็นหินปูน ดินภูเขาไฟ ก็จะมีสารจากดินเข้ามาอยู่ที่น้ำด้วย ทำให้คุณภาพน้ำแตกต่างกัน ที่มีผลต่อการอุปโภคและบริโภคของคนและสัตว์ เพราะ น้ำใต้ดินบางแหล่งจะใช้ดื่มบริโภคไม่ได้ เพราะมีหินปูน แต่อาจใช้รดน้ำพืชได้ แต่บริโภคไม่ได้ที่ต้องมีการพัฒนาคุณภาพน้ำเสียก่อน เป็นต้น

น้ำใต้ดินกับดินและวิธีการเอาน้ำผิวดินลงไปไว้เก็บใต้ดิน

มีคำและความหมายอยู่สามคำ คือ (1) น้ำใต้ดิน (2) ดิน และ (3) วิธีการเอาน้ำผิวดินลงไปไว้เก็บใต้ดิน ที่ต้องทำความเข้าใจกันสักนิด

การคิดวิธีเอาน้ำลงไปไว้ใต้ดิน ได้มีการทดลองแล้วได้ผลดี จึงนำมาขยายผล เป็นการเก็บน้ำบนผิวดินไปไว้ใต้ดิน แล้วเอามาใช้ในภายหลังได้มี 2 ระบบ คือ แบบบ่อเปิด และ แบบบ่อปิด โดยอาศัยหลัก (1) ทางวิทยาศาสตร์ คือ แรงเหวี่ยง แรงกด แรงดัน (2) ทางด้านธรณีวิทยา คือ ชั้นหิน และชั้นดิน (3) ทางด้านภูมิศาสตร์และสังคม คือ ทำเลที่ตั้ง สภาพพื้นที่สูง ต่ำ สภาพอากาศ ฯลฯ มีเป้าหมายเพื่อ (1) แก้น้ำแล้ง (2) แก้น้ำท่วม (3) แก้น้ำเค็ม (4) แก้น้ำเสียหรือน้ำไม่มีคุณภาพ (5) แก้ให้น้ำใช้ดื่มได้ [8]

ซึ่งน้ำใต้ดินนี้สามารถเดินทางและเชื่อมต่อถึงกันได้ และเป็นคนละส่วนกับน้ำบาดาลน้ำลึก เป็นการเพิ่มปริมาณน้ำบาดาล พอถึงหน้าแล้งก็สูบน้ำจากใต้ดินที่เก็บไว้นี้ขึ้นมาใช้ ที่สามารถทำได้จริงแต่ต้องดูสภาพแต่ละพื้นที่ไป เช่น โครงการธนาคารน้ำใต้ดินที่อำเภอน้ำยืน [9]จังหวัดอุบลราชธานี แก้ภัยแล้งนอกเขตชลประทานได้ ถือเป็นการจัดระบบน้ำบาดาล แต่ไม่ใช่น้ำบาดาลธรรมชาติ ให้มีความยั่งยืนด้วยการฝากน้ำไว้ใต้ดินเป็นธนาคารน้ำใต้ดินที่จะต้องขุดให้ลึก ให้เลยชั้นหินอุ้มน้ำ

น้ำที่เก็บใต้ดินนั้นต้องเก็บไว้ในชั้นหินพรุน เพราะชั้นดินนั้นไล่เรียงจากบนไปล่าง คือ [10](1) ชั้นดินอ่อน  (2) ชั้นดินดาน ดินเหนียว (3) ชั้นหินพรุน (4) ชั้นหินแข็ง และจะมีสลับชั้นลงต่ำไปเรื่อย ๆ โดยมีชั้นน้ำใต้ดินลงเป็นชั้น ๆ สลับกันลงไป แต่การนับระดับความลึกของชั้นดิน จะไม่นับรวมในบริเวณที่เป็นธารลาวาภูเขาไฟของชั้นดิน

ตัวอย่างข้อมูล เป็นพื้นดินเดิม ไม่ใช่พื้นดินที่มีชั้นลาวาภูเขาไฟเพราะเป็นโครงสร้างของดินที่ไม่เหมือนกัน ชั้นดินเดิม คือ ชั้นดินอ่อน ดินดาน หินพรุน หินแข็ง ที่เป็นชั้นดินเดิมที่สลับกันลงไป แต่ “ดินลาวาภูเขาไฟ” แถบที่เคยมีภูเขาไฟมาก่อน จะมีแบบมวลหนัก เช่น หินบะซอลต์ หินอัคนี (โม่เป็นส่วนผสมคอนกรีต) หินลูกรัง (มีแร่เหล็กปนอยู่) หินศิลาแลง หินแห่ ก็เรียก ซึ่ง ซัลเฟอร์จะปนอยู่ในหินอัคนี หรือลูกรัง

 “ดินลาวามวลเบา” [11]จะเป็นดินเม็ดละเอียด น้ำซึมผ่านยาก สีแดง หรือดำ เหมาะแก่การเพาะปลูก นอกนั้น จะมีซัลเฟอร์ (สีขาว หรือเทา) ซึ่งเป็นหินปูน ละลายน้ำได้ ทำให้น้ำกระด้าง ไม่เหมาะใช้ดื่ม เป็นโครงสร้าง หินงอก หินย้อย ไม้กลายเป็นหิน สำหรับพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์จะขุดเอาหินเหล่านี้ออกจากแปลงเกษตร เพราะมันอันตรายต่อต้นไม้ เหมาะในการเอาไปถมรองชั้นผิวทาง บดอัด ลาดยางทับ ทำให้มีการเอาดินธรรมดาไปแลกกับหินของเจ้าของแปลง เป็นต้น

ธนาคารน้ำในบริบทของท้องถิ่นเล็ก-ใหญ่จะช่วยชาติได้อย่างไร

ในการแนวทางการพัฒนาพื้นที่นั้นมีการนำแนวความคิด “การพัฒนาลุ่มน้ำ” [12]มาเป็นแนวทางการพัฒนาแหล่งน้ำ ด้วยเพราะว่า การไหลของน้ำนั้นมีทิศทางที่ไหลจากที่สูงไปหาที่ต่ำราบลุ่มตามธรรมชาติตามแรงโน้มถ่วงของโลก การแบ่งโซนพื้นที่ออกเป็น “ที่ลุ่มน้ำ” จะเห็นทิศทางการไหลของน้ำเป็นประโยชน์ในการพัฒนาการเกษตร การชลประทานได้ ประเด็นมีอยู่ว่า น้ำฝนที่ตกลงพื้นส่วนใหญ่จะตกลงไปในทะเล ฝนจะตกบนพื้นดินน้อยกว่า และน้ำฝนที่ตกลงบนพื้นดิน ก็จะไหลไปตามลำน้ำต่าง ๆ ถูกใช้ในการเกษตร บริโภคอุปโภค มีน้ำเพียง 7% ของน้ำฝนที่ตกบนพื้นดิน ที่ไหลซึมเป็นน้ำใต้ดิน ปัจจุบัน ปริมาณการสูบใช้น้ำใต้ดิน มีเป็นจำนวนมาก ไม่สมดุลที่น้ำจะไหลลงไปแทนที่ในแต่ละปีได้ทัน

มีข้อมูลว่า กลุ่มผู้สูบน้ำใต้ดินรายใหญ่ ๆ [13]เช่น การประปานครหลวง (กปน.) การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) โรงงานอุตสาหกรรม บ้านจัดสรร การเกษตร ปั๊มน้ำมัน รีสอร์ท กิจการทำน้ำอัดลม โซดา น้ำดื่ม อปท. หมู่บ้าน ฯลฯ ไม่เว้นแม้สถานประกอบการที่มีการใช้น้ำมาก เช่น กิจการอาบอบนวด ที่มีการใช้น้ำประปาจากน้ำใต้ดินในปริมาณที่มาก เป็นต้น ประกอบกับปริมาณน้ำฝนบางแห่งมีน้อยมาก และส่วนที่ฝนตกมากก็เป็นทางลาดชัน ไหลลงสู่ทะเล ซึมลงพื้นดินน้อย นอกจากนั้นยังมี เขื่อน อ่างเก็บน้ำ ฝาย ทำนบ หัวคันนา ปิดกั้นรอการซึมลงใต้พื้นดินด้วย ในบางพื้นอ่างเก็บน้ำเป็นดินละเอียด และมีเมือกเคลือบ ซึ่งเป็นการตกตะกอนของสาหร่ายเซลเดียวจะปิดทางน้ำที่จะไหลซึมลงใต้พื้นดินด้วย

ธนาคารน้ำในบริบทของท้องถิ่นเล็ก-ใหญ่จะช่วยชาติได้อย่างไร

มีความจำเป็นที่จะต้องเร่งน้ำบนผิวดินเพื่อให้ไหลซึมลงไปไว้ใต้ผิวดินให้มากที่สุด จึงมีความสำคัญมาก เพราะว่าหากเราสามารถเก็บรวบรวมน้ำไว้ใต้ดินได้เป็นปริมาณมากรองจาก เขื่อน อ่างเก็บน้ำ เหมือง ฝายน้ำ ก็จะเกิดความสมดุลของธรรมชาติ ในการเกิด การเก็บ การใช้น้ำใต้ดิน ที่นับวันจะมีการใช้น้ำที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ อาทิ กิจการรีสอร์ท และปั๊มน้ำมัน ที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว

แต่มีข้อระวังในคำตอบของความคุ้มค่า เพราะในแต่ละเขต อปท. พื้นดิน และพื้นน้ำใต้ดินมักสูงต่ำไม่เท่ากัน ดังนั้นการทำธนาคารน้ำใต้ดิน ในเขต อปท.แห่งหนึ่ง น้ำอาจจะไหลไปรวมในเขต อปท.อีกแห่งหนึ่งก็ได้ แต่ละ อปท. มีหน้าที่ช่วยชาติ คือ การจัดให้มีน้ำสะอาด น้ำสำรองไว้ใช้ในยามภัยแล้ง หรือยามขาดแคลน แม้กระทั่งในกรณีมีภัยสงคราม หรือ ในกรณีที่สารเคมีบนภาคพื้นดินมีมากเกินขีดอันตราย เป็นต้น

ธนาคารน้ำใต้ดินไม่ใช่การประปาใต้ดิน

โครงการขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 โครงการเงินอุดหนุนเฉพาะกิจเงินอุดหนุนสำหรับสนับสนุนการก่อสร้าง/ปรับปรุงและพัฒนาบริหารจัดการน้ำ ระบบธนาคารน้ำใต้ดิน (Groundwater Bank) ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้วยศาสตร์พระราชาให้แก่ อปท. ตามหนังสือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ด่วนที่สุด ที่ มท 0810.6/ว 3839 ลงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 [14] ถือเป็นนิมิตรหมายในการพัฒนาท้องถิ่น ทั้งนี้ถือเป็นการส่งเสริม “ทฤษฎีบันได 9 ขั้น” [15] สู่ความพอเพียง ศาสตร์พระราชา ความสุขอย่างยั่งยืน เป็นแนวทางที่ใช้ลำดับขั้นเพื่อเดินตามไปทีละขั้น ค่อยๆ ก้าวไปแบบยั้งยืนและมั่นคง ซึ่งหากใครทำตามได้ รับรองว่าไม่มีจนแน่นอน โดยบันไดขั้นที่ 1-4 คือ เศรษฐกิจพอเพียงขั้นพื้นฐาน ในขั้นที่ 1 คือ “พอกิน” ถือเป็นพื้นฐานที่สุดของมนุษย์ คือ ความต้องการปัจจัย 4 เราต้องตอบคำถามให้ได้ว่า “ทำอย่างไรจึงจะพอกิน” ส่วนขั้นที่ 2-4 พอใช้ พออยู่ พอร่มเย็น ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง บันไดขั้นที่ 5-9 คือ เศรษฐกิจพอเพียงขั้นก้าวหน้า

ในโครงการเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ปี 2563 นี้ มีข้อสังเกตเล็กน้อยคือ (1) เฉพาะ อปท.ที่ได้รับถ่ายโอนแหล่งน้ำ(บ่อปิด และบ่อเปิด) น่าจะเป็น อปท.ที่เคยไปดูงาน และศึกษาความเป็นไปได้ล่วงหน้าไว้แล้ว เพราะเป็นการเสนอขอโครงการที่เร่งด่วนมาก ที่หมดสิ้นสุดการเสนอโครงการไปแล้วเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2561 ทั้งๆที่เพิ่งมีหนังสือแจ้ง ณ วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 นี่เอง (2) วิศวกรคือ วิศวกรธรณีวิทยา ปฐพีวิทยา และชลประทาน ไม่ใช่วิศวกรโยธา (3) ข้อมูลแหล่งน้ำธรรมชาติ (น้ำผิวดิน เช่น แม่น้ำ ห้วย หนอง คลอง บึง) ยังไม่เพียงพอ ต้องมีข้อมูล ชั้นดิน หิน และน้ำใต้ดินประกอบด้วย ซึ่งกรมทรัพยากรธรณีในพื้นที่มีข้อมูลเหล่านี้อยู่

ถือเป็นมิติใหม่ของ อปท. ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวบ้านนอกตามแนวทางพระราชดำริ “ศาสตร์พระราชา” [16]ของพระองค์ท่านรัชกาลที่ 9 ที่ทั่วโลกต่างยกย่องให้เป็นแบบอย่างในการพัฒนาหนึ่งของโลก

[1] Phachern Thammasarangkoon & Watcharin Unarine, Municipality Officer ทีมวิชาการสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย, หนังสือพิมพ์สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ปีที่ 66 ฉบับที่ 14 วันศุกร์ที่ 14 -  วันพฤหัสบดีที่ 20 ธันวาคม 2561, เจาะประเด็นร้อน อปท.หน้า 66 & สยามรัฐรายวัน คอลัมน์บทความพิเศษ ปีที่ 69 ฉบับที่ 23913 หน้า 6 วันพฤหัสบดีที่ 20 ธันวาคม 2561

[2]วัฏจักรของน้ำ, วิกิพีเดีย, https://th.wikipedia.org/wiki/วัฏจักรของน้ำ    

[3]รู้ไว้ไม่งง! เขื่อน, อ่างเก็บน้ำ, ฝาย ต่างกันอย่างไร?, SpokeDark.TV, 31 กรกฎาคม 2560, https://www.spokedark.tv/posts/what-are-dam-spillway-reservoir-weir/

[4]Kriengsak Chareonwongsak, 'ธนาคารน้ำ' ทางเลือกใหม่ต้านภัยแล้ง, 28 กรกฎาคม 2558, www.kriengsak.com/Water-bank   

&  ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์, ธนาคารน้ำ ทางเลือกใหม่ต้านภัยแล้ง, 14 กรกฎาคม 2558, www.bangkokbiznews.com/blog/detail/635038   

[5] เอลนีโญ (ภาษาสเปน: El Niño) เป็นรูปแบบสภาพอากาศที่เกิดขึ้นตลอดมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน โดยเกิดขึ้นเฉลี่ยทุกห้าปี ลักษณะของเอลนีโญ คือ เกิดการเปลี่ยนแปลงในอุณหภูมิผิวน้ำทะเลของมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก โดยอุ่นขึ้นหรือเย็นลงผิดปกติ ซึ่งเรียกว่า เอลนีโญและลานีญา (La Niña) ที่เป็นปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิมหาสมุทรเย็นลงผิดปกติ ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือ ปรากฏการณ์เอลนีโญทำให้ฝนตกหนักในตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้ แต่ยังก่อให้เกิดความแห้งแล้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออสเตรเลียตอนเหนือ

[6] ธนาคารน้ำใต้ดิน ( Groundwater Bank) คือ การที่เราขุดหลุมลักษณะก้นครก เพื่อจัดกักเก็บน้ำฝนที่ตกมาในช่วงฤดูฝนลงไว้สู่ใต้ดิน ตั้งระดับผิวดิน ถึงความลึกของหลุมที่ขุด เพื่อให้น้ำกระจายออกในแนวระนาบ (เปิดอากาศให้ผิวดิน) เพราะหากเราไม่จัดเก็บน้ำลงสู่ใต้ดิน แล้วปล่อยให้น้ำฝนไหลทิ้งตามผิวดิน เมื่อน้ำฝนที่ไหลทิ้งเหล่านี้ไปรวมตัวกันเยอะๆ ก็จะเป็นสาเหตุของปัญหาน้ำท่วม น้ำขัง ดังเช่นในปัจจุบัน และหลุมนี้ยังเป็นการรักษาความชุ่มชื้นให้ชั้นผิวดิน จากดินที่แห้งแข็ง ก็จะนุ่มชุ่มชื้น ทำให้ต้นไม้ในบริเวณที่ทำธนาคารน้ำใต้ดิน จะอุดมสมบูรณ์ไม่แห้งแล้ง เปรียบเสมือนเราเปลี่ยนพื้นดินที่กันดารให้เป็นทิชชู่ผืนใหญ่ หากพวกเราร่วมมือกันทำทุกบ้าน ก็จะทำให้ชุมชนของเรามีอากาศที่เย็นสบาย ไม่ร้อนระอุ วิธีการนี้ หากนำไปทำในป่าก็จะคืนความสมบูรณ์ให้ผืนป่า และรักษาแหล่งน้ำให้ยังมีคงมีน้ำเพียงพอสำหรับ ฤดูแล้ง ทำให้สัตว์ป่ามีน้ำดื่ม ไม่ต้องออกมาจากป่ารบกวนคนเมือง ทั้งยังเป็นการลดปัญหาเรื่องไฟป่า ไปด้วยอีกทาง เป็นหลักการธนาคารน้ำใต้ดิน Ground Water Bank ของสถาบันน้ำนิเทศศาสนคุณ โดย ท่านหลวงพ่อสมาน สิริปัญโญ

ข้อมูลจาก ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีนวัตกรรมท้องถิ่นธนาคารน้ำใต้ดิน ( Ground Water Bank Nongmamong) เทศบาลตำบลหนองมะโมง  อำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท, อ้างจาก เฟซบุ๊ก สุทธิพงษ์ จุลเจริญ (Suttipong Juljarern) , 24 พฤษภาคม 2561    

[7] น้ำบาดาล  ( Groundwater) หมายถึง ส่วนของน้ำใต้ผิวดินที่อยู่ในเขตอิ่มน้ำ รวมถึงธารน้ำใต้ดิน น้ำใต้ดินที่ถูกกักเก็บ เรียกว่า น้ำในดิน (suspended water หรือ vadose water)

ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2537) ออกตามความใน พรบ.น้ำบาดาล พ.ศ. 2520 เรื่อง กำหนดเขตน้ำบาดาลและความลึกของน้ำบาดาล ได้กำหนดให้เขตท้องที่จังหวัดของแต่ละจังหวัดเป็นเขตน้ำบาดาล ยกเว้นจังหวัดกรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี อยุธยา สมุทรปราการ และสมุทรสาคร กำหนดให้เป็นเขตน้ำบาดาลกรุงเทพมหานคร และได้กำหนดความลึกของน้ำบาดาลไว้ดังนี้ (1) ความลึกของเขตน้ำบาดาลกรุงเทพมหานครและนครปฐม ลึกกว่า 15 เมตร (2) ความลึกของเขตน้ำบาดาลในภาคอีสานทั้งหมด ลึกกว่า 20 เมตร (3) ความลึกของเขตน้ำบาดาลอื่น ๆ ลึกกว่า 30 เมตร  

[8]ธนาคารน้ำใต้ดินคือ?, Pantip, 25 กันยายน 2560, https://pantip.com/topic/36910379       

[9] องค์การบริหารส่วนตำบลเก่าขามอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ดู ธนาคารน้ำใต้ดิน (GROUNDWATER BANK) ตำบลต้นแบบการบริหารจัดการน้ำนอกเขตชลประทานด้วยระบบธนาคารน้ำใต้ดิน (GROUNDWATER BANK)ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้วยศาสตร์พระราชา, กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น, 1 สิงหาคม 2561, www.dla.go.th/upload/document/type2/2018/9/20493_4_1537436666038.pdf  

& อีกหนึ่งทางเลือกใหม่!? ธนาคารน้ำใต้ดิน ทางเลือกใหม่ต้านภัยแล้ง สามารถนำน้ำมาใช้ทำการเกษตรในช่วงฤดูแล้งและมีใช้ได้ตลอดทั้งปี, 29 กันยายน 2560, https://www.tnews.co.th/contents/363349  

ธนาคารน้ำใต้ดินตำบลเก่าขาม อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี มีกลุ่มเกษตรกรปลูกพืชปลอดสารพิษต้นแบบธนาคารน้ำใต้ดิน จากลำห้วยแก้ว ใช้หลักการธนาคารน้ำ คือแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อการนำกลับมาใช้ใหม่ได้ จากการดูดซึมของหินใต้พื้นผิวดินที่มีน้ำหรือการส่งต่อน้ำบาดาลผ่านบ่อซึม

& ชาวนา จ.อุบลราชธานี ใช้โมเดล “ธนาคารน้ำใต้ดิน” แก้ภัยแล้งนอกเขตชลประทาน, 18 มกราคม 2559, https://news.thaipbs.or.th/content/7388      

[10] หากแยกละเอียดนิยมแบ่ง “ชั้นดิน” หรือ “หน้าตัดดิน” (Soil Horizon) ออกเป็น 5 ชั้นคือ

( 1) ชั้นโอ (O-Horizon) เป็นช่วงชั้นดินอินทรีย์ (Organic soil horizon) เป็นดินชั้นบนสุดมักมีสีคล้ำเนื่องจากประกอบด้วยอินทรียวัตถุ (Organic) หรือ ฮิวมัส ปกติแล้วจะมีปริมาณอินทรีย์วัตถุมากกว่าร้อยละ 20 ขึ้นไป แยกแบ่งย่อยเป็นสองชั้น

( 2) ชั้นเอ (A-Horizon) เป็นช่วงชั้นดินแร่ (Mineral soil horizon) เป็นดินชั้นบน (Top soil) เป็นส่วนที่มีน้ำซึมผ่าน ดินชั้นเอส่วนใหญ่ประกอบด้วยหินแร่และอินทรียวัตถุที่ย่อยสลายสมบูรณ์แล้วอยู่ด้วย ทำให้ดินมีสีเข้ม ปกติแล้วจะมีปริมาณอินทรียวัตถุน้อยกว่าร้อยละ 20 แยกแบ่งย่อยเป็นสองชั้น

( 3) ชั้นบี (B-Horizon) เป็นช่วงชั้นดินแร่ เป็นชั้นดินล่าง (subsoil) เนื้อดินและโครงสร้างเป็นแบบก้อนเหลี่ยม หรือแท่งผลึก ปกติแล้วจะอยู่ถัดชั้นเอลงไป และมีการสะสมของสารที่ถูกชะล้างลงมาจากชั้นเอสอง หรือมีเหล็กและอะลูมิเนียมออกไซด์เคลือบอยู่ อะลูมิเนียมออกไซด์ทำให้เกิดสีเข้มกว่าหรือแดงกว่าชั้นที่อยู่ข้างบนหรือข้างล่างถัดไป แยกแบ่งย่อยเป็นสองชั้น

( 4) ชั้นซี (C-Horizon) เกิดจากการผุพังของหินกำเนิดดิน (Parent rock) เป็นช่วงชั้นดินที่ไม่สามารถจัดอยู่ในชั้นเอหรือชั้นบีได้ เช่น ชั้นหินผุ หรือเป็นชั้นที่มีการสะสมของแร่แคลเซียมคาร์บอเนต (ชั้นดินมาร์ล)

( 5) ชั้นอาร์ (R-Horizon) เป็นชั้นของวัตถุต้นกำเนิดดิน หรือ หินพื้น (Bedrock) เป็นช่วงชั้นดินดานแข็ง ยังไม่มีการผุพังสลายตัว      

[11] ดินลาวาภูเขาไฟไม่เหมาะแกการบริโภคน้ำ เพราะน้ำจะกระด้างมีฤทธิ์เป็นด่าง (มีซัลเฟต) ที่จะกัดกร่อนโลหะอย่างรุนแรง

[12] พื้นที่ลุ่มน้ำ หมายถึง บริเวณพื้นที่ ซึ่งครอบคลุมลำน้ำธรรมชาติตอนใดตอนหนึ่ง เหนือจุดที่ได้กำหนดในลำน้ำนั้นๆ ทำหน้าที่เป็นแหล่งรวมน้ำ ทั้งที่ไหลมาบนผิวดินและที่ซึมออกจากดิน ให้ระบายลงสู่ลำน้ำ และไหลไปยังจุดที่กำหนด พื้นที่ลุ่มน้ำจึงเปรียบเสมือนหลังคาบ้านที่รองรับน้ำฝน และลำเลียงน้ำลงสู่รางน้ำ เพื่อให้น้ำไหลลงสู่ภาชนะเก็บกัก ตัวอย่างเช่น พื้นที่ลุ่มน้ำ เหนือเขื่อนภูมิพล ก็คือพื้นที่ลุ่มน้ำของแม่น้ำปิง เหนือจุด หรือตำแหน่งที่สร้างเขื่อนภูมิพล รวมพื้นที่ประมาณ ๒๖ ,๓๙๐ ตารางกิโลเมตร เมื่อมีฝนตกภายในพื้นที่ลุ่มน้ำดังกล่าว น้ำที่ไหลอยู่บนผิวดิน รวมกับน้ำที่ไหลซึมออกจากดิน ก็จะไหลลงลำธาร แล้วไหลลงสู่แม่น้ำปิง ไปยังอ่างเก็บน้ำของเขื่อนภูมิพล

พื้นที่ต้นน้ำลำธารเป็นแหล่งผลิตน้ำให้แก่ลำธาร ส่วนใหญ่จะประกอบด้วยภูเขา หรือเนินสูง ที่มีความลาดชันค่อนข้างมาก สำหรับพื้นที่ต้นน้ำลำธาร ซึ่งปกคลุมด้วยสภาพป่าไม้ตามธรรมชาติ ที่มีความสมบูรณ์ ป่าไม้จะช่วยป้องกันน้ำฝนขณะฝนตก มิให้กัดเซ

ดู พื้นที่ลุ่มน้ำและพื้นที่ต้นน้ำลำธาร , ทรูปลูกปัญญา, 17 กุมภาพันธ์ 2560, https://www.trueplookpanya.com/knowledge/content/59687/env#7s8d6f87

& การพัฒนาแหล่งน้ำ, ทรูปลูกปัญญา, 8 มีนาคม 2560, https://www.trueplookpanya.com/blog/content/59685/-env-     

[13] หมายเหตุ น้ำบาดาลมีคุณภาพน้ำที่สามารถนำใช้บริโภคได้เป็นน้ำบาดาลในระดับลึกกว่า 300 เมตร ที่เจาะในภาคกลางโดยบริษัทเจาะที่มีประสบการณ์ และ ใช้เครื่องปั๊ม (Submerge) ที่มีขนาดไม่ต่ำกว่า 30 แรงม้า (HP) มีการสูบน้ำบาดาลอุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทผลิตสุรา โซดา หรือ เครื่องดื่ม น้ำอัดลมฯ มานานร่วม 30 ปีแล้ว  

สำหรับจังหวัดที่มีจำนวนบ่อน้ำบาดาลและปริมาณการสูบน้ำสูงสุด 15 อันดับ คือ จังหวัดที่เป็นเมืองหรือเขตที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูง ได้แก่ สมุทรสาคร สมุทรปราการ และพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น ซึ่งจังหวัดเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นจังหวัดที่มีการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมสูง มีความต้องการใช้น้ำบาดาลเป็นส่วนหนึ่งของปัจจัยการผลิต เช่น อุตสาหกรรมฟอกย้อม ประกอบกับในบางพื้นที่ของจังหวัดมีการจัดหาน้ำดิบเพื่ออุปโภคบริโภคของการประปาส่วนภูมิภาคหรือในระดับท้องถิ่นที่ไม่สามารถกระจายไปสู่ผู้ใช้น้ำในภาคครัวเรือนหรืออุตสาหกรรมได้ครอบคลุมทั่วพื้นที่ รวมไปถึงในบางจังหวัดมีการขาดแคลนแหล่งน้ำผิวดินที่เพียงพอต่อการใช้น้ำตลอดปี เช่น จังหวัดสระแก้ว และราชบุรี จึงส่งผลให้แนวโน้มการใช้น้ำบาดาลเพื่อตอบสนองความต้องการน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคและอุตสาหกรรมของจังหวัดเหล่านี้มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย

ดู สุจริต คูณธนกุลวงศ์ และคณะ (2552) โครงการ “จัดทำแผนแม่บทเพื่อการพัฒนาและอนุรักษ์แหล่งน้ำบาดาลและสิ่งแวดล้อมพ.ศ.2552-2555” หน้า 2-17, สํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) (The Thailand Research Fund -TRF), “การบริหารจัดการน้ำบาดาล”, TRF Policy Brief ปีที่ 2 ฉบับที่ 24/2554, http://prp.trf.or.th/trf-policy-brief/การบริหารจัดการน้ำบาดา/   

[14]หนังสือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ด่วนที่สุด ที่ มท 0810.6/ว 3839 ลงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 เรื่อง การขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 โครงการเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ เงินอุดหนุนสำหรับสนับสนุนการก่อสร้าง/ปรับปรุงและพัฒนาการบริหารจัดการน้ำระบบธนาคารน้ำใต้ดิน (Groundwater Bank) ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้วยศาสตร์พระราชาให้แก่ อปท., http://www.dla.go.th/upload/document/type2/2018/11/20862_1_1543287350173.pdf?time=1544639959983   

[15]ทฤษฎีบันได 9 ขั้นสู่ความพอเพียง ศาสตร์พระราชา ความสุขอย่างยั่งยืน ลองปรับใช้ไม่จนแน่นอน, 4 ธันวาคม 2561, https://me-panya.com/?p=1761&fbclid=IwAR0hlTGz1QH-mQmiF_qCtfn8VWX5D4VQK9bYMvRRrg7ua1hVQVSb0eBY3ow    

[16]ดู ปราโมทย์ ไม้กลัด, ทางออกการบริหารจัดการน้ำของไทย,  ThaiPublica, กรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา, อดีตอธิบดีกรมชลประทาน, 9 มีนาคม 2557, https://thaipublica.org/2014/03/water-management-solutions/     

“… หลักสำคัญว่า ต้องมีน้ำ น้ำบริโภคและน้ำใช้ น้ำเพื่อการเพาะปลูก เพราะชีวิตอยู่ที่นั่น ถ้ามีน้ำคนอยู่ได้ ถ้าไม่มีน้ำ คนอยู่ไม่ได้

ไม่มีไฟฟ้าคนอยู่ได้ แต่ถ้ามีไฟฟ้า ไม่มีน้ำ คนอยู่ไม่ได้ …” พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ.2529 ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Local Administration



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

น้ำเป็นสิ่งสำคัญต่อทุกชีวิต.. เมื่อน้ำ.. ถูก กระทำให้ เป็น “สินค้า”.. ทุก ๆชีวิต.. จะ.. จบลง อย่างรวดเร็ว…

หมายเลขบันทึก

658714

เขียน

14 Dec 2018 @ 00:29
()

แก้ไข

31 Dec 2018 @ 18:17
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
ดอกไม้: 1, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก
บันทึกที่เกี่ยวข้อง