..

#ศักดิ์ศรี และความภาคภูมิใจนั้น..

ยังคงอบอวล หอมฟุ้ง หอมนาน อยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ ...

รั้ว”เขียวขาว” ..

ไม่ว่าวันคืนจะผ่านล่วงเลยไปนานแค่ไหน..ก็ตาม

ที่นี่ประหนึ่งดั่ง..ครอบครัวใหญ่..ที่อบอุ่น

..

ทุกคนที่ก้าวผ่านเข้ามา...และก็ผ่านออกไป ไม่ว่าจะรุ่นไหน จะกี่รุ่นแล้วก็ตาม

พวกเรานั้น...ต่างคนก็ต่างเดินตามรอยฝันของตัวเอง

เดินกันไปให้สุด “ปลายฝัน”กันเลยทีเดียว

...

ทิวสนที่เขียวขจี...ยังจำได้

ไม้เรียวที่ฝาดไปที่ก้น...วันที่นุ่งกางเกงสั้นเหนือเข่ามาโรงเรียน..ก็ยังจำได้

ความเมตตาของคุณครู...ในวันที่เราไม่มีใครค้ำประกันให้ในวันที่ได้ทุนเพื่อศึกษาเล่าเรียนต่อ...ยังจำได้

..

ภาษาเยอรมัน...ที่เรียนในโปรแกรมวิทย์ - คณิต - เยอรมัน....ยังจำได้

มิตรภาพของเพื่อน..ที่เดินกอดคอกัน ในวันที่เหนื่อยล้า..ยังจำได้

ฯลฯ

หลายต่อหลายภาพยังคงอยู่ในความทรงจำเสมอ..ไม่เคยลืม

..

หลับตานึกอีกครั้ง... ภาพทิวสนเหล่านั้น

ที่ลู่สายลม..โอนอ่อนผ่อนไหว

เหมือนดั่งว่า...กำลังโบกมือทักทายผม ในจินตนาการ

..

#และจู่ ๆ ภาพของ”ดอกแก้ว”ก็ลอยปรากฏมาให้เห็น

ดอกขาว...ที่บริสุทธิ์ งดงามจับใจนี้

เบ่งบานและหอมหวนชวนหลงใหล..ซะเหลือเกิน

เป็นมโนภาพที่รับรู้ได้... ถึงความหอมที่หอมฟุ้ง หอมทนและ หอมขจรไกล

ดอกแก้ว...ดอกแล้ว ดอกเล่า..

รุ่นแล้วรุ่นเล่า...

ต่างเติบโต แยกย้ายไปตามสถานที่แห่งโน้นบ้าง แห่งนี้บ้าง

และดอกแก้วทุกดอกนั้น

ไม่ว่าจะอยู่ ณ ที่แห่งหนใดก็ตาม

ก็ยังคงหอมหวน.. หอมซึ้ง และหอมนานอยู่อย่างนั้นเสมอ

เป็นดอกแก้ว ที่เบ่งบาน

สร้างสรรค์สิ่งดี ๆ เรื่องราวดี ๆ ให้ปรากฏกับครอบครัว.. สังคม และประเทศชาติ

แค่คิดก็งามเหลือเกินแล้ว

ดอกแก้ว...ดอกนี้ “ทวีธาภิเศก”

ดอกแก้ว ’86

เขียนไว้ ปลายปี61