ปีการศึกษา ๑-๒๕๖๑ เป็นปีการศึกษาแรกที่ทีมอาจารย์ผู้สอนรายวิชา ๐๐๓๒๐๐๔ ความเป็นมนุษย์และการเรียนรู้ ตัดสินใจนำเนื้อหาเรื่อง "อิคิไก" (Ikigai) บรรจุไว้เป็นบทเรียนหนึ่งให้นิสิตระดับปริญญาตรี (ส่วนใหญ่เป็นปี ๑ ปี ๒) ได้เรียนรู้และค้นหา "อิคิไก" ของตนเอง ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒาการเรียนรู้เพื่อให้นิสิตได้  "รู้จักตนเอง เข้าใจผู้อื่น และอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข" ตามปรัชญาของหมวดวิชาศึกษาทั่วไป ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม 

อิคิไกคืออะไร

อิคิไกเป็นปรัชญาชีวิตหรือแนวคิดในการดำเนินชีวิตของชาวญี่ปุ่นมานับพันปี ตั้งแต่ยุคเฮอัน (ค.ศ. 794 ถึง 1,185) อิคิไก แปลว่า “ความหมายของการมีชีวิตอยู่” หรือการดำรงชีวิตอย่างมีความหมาย

แดน บิวท์เนอร์ (Dan Buettner) นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านพื้นที่ในโลกที่ผู้อยู่อาศัยอายุยืนมากที่สุด ที่ยืนยันว่า อิคิไก น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนญี่ปุ่นบนเกาะโอกินาวา มีอายุเฉลี่ยยืนยาวที่สุดในโลก เขาอธิบายว่า อิคิไก คือ “จุดมุ่งหมาย” หรือ “เหตุผลของการมีชีวิตอยู่” คือ "หางเสือกำหนดเส้นทางชีวิต" คือ เหตุผลที่ทำให้เราตื่นมาในทุก ๆ เช้า อาจเป็นสิ่งต่างๆ เล็ก ๆ น้อย ๆ ใกล้ ๆ ตัว เช่น อากาศเย็น กาแฟร้อนๆ แสงพระอาทิตย์อ่อน ๆ ขนนุ่ม ๆ ของสัตว์เลี้ยง พื้นบ้านที่ไม่เปื้อนฝุ่น ความสดของผัก อะไรก็เป็นได้ และรวมถึงงานหรือสิ่งที่ทำเพื่อดำรงชีวิต อิคิไก คืออะไรก็ตามที่มีคุณค่าและความหมายในการดำเนินชีวต

อิคิไกคือทุกสิ่งอย่างที่เราควรทำในการดำเนินชีวิต โดยต้องมีองค์ประกอบ ๔ ประการ ได้แก่ 

  • เรารักในสิ่งนั้น  สิ่งที่เราทำนั้นตรงกับความชอบของเรา ความรักในสิ่งนั้นของเรา ... คือมีฉันทะในสิ่งนั้น 
  • เราถนัดในสิ่งนั้น สิ่งที่เราทำนั้นเรามีความถนัด เรารู้สึกว่าเราทำสิ่งนั้นได้ดี ทำได้ง่ายหรือรู้สึกท้าทาย 
  • สิ่งที่ทำแล้วมีประโยชน์ต่อผู้อื่น มีประโยชน์ต่อโลก มีประโยชน์ต่อส่วนรวม ทำให้สังคม ชุมชน คนรอบข้างของเรามีความสุข 
  • สิ่งที่ทำแล้วได้รับผลตอบแทนให้เราสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ทำแล้วเลี้ยงชีพได้ พึ่งตนเองได้ 

แนวปฏิบัติตามปรัชญาอิคิไก เริ่มต้นจากการทำความรู้จักตนเองอย่างลึกซึ้งผ่านการตอบ 4 คำถาม คือ ได้แก่

  • อะไรที่คุณรัก (what you love) คือ เราชอบหรือรักในสิ่งใด
  • อะไรที่คุณถนัด (what you are good at) คือ เราทำอะไรได้ดีหรือถนัดที่จะทำอะไร
  • อะไรที่โลกต้องการ (what the world needs) คือ เราต้องการจะทำอะไรเพื่อเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาสังคมโลกนี้ได้
  • อะไรที่ทำแล้วเลี้ยงชีพได้ (what you can be paid for) คือ เรามีความสามารถหาค่าตอบแทนเพื่อนำมาหล่อเลี้ยงชีวิตได้จากการทำอะไร

จากภาพแผนผัง Ikigai แนวคิดในการใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย จะสังเกตพื้นที่ทับซ้อนระหว่างคำตอบของ 4 คำถามหลัก ซึ่งสามารถอธิบายได้ดังนี้

  • สิ่งที่คุณรักและโลกต้องการ ก็คือ อุดมการณ์ในใจคุณ หากนำแนวคิดนี้ไปใช้ในองค์ พื้นที่นี้ก็คือ พันธกิจขององค์กร
  • สิ่งที่โลกต้องการและคุณธรรมสิ่งนั้นแล้วได้ค่าตอบแทนด้วยก็คือ การหาเลี้ยงชีพหรืองาน
  • สิ่งที่คุณทำแล้วได้เงินและตรงกับความถนัดของคุณ จะนำคุณไปสู่ความเชี่ยวชาญ เป็นมืออาชีพ เป็นอาชีพของคุณ
  • พื้นที่แห่งถนัดและเป็นสิ่งที่คุณรัก นั่นคือความปรารถนาและความหลงใหลในใจคุณ
  • ถ้าคุณรักและถนัดในสิ่งที่คุณทำและสิ่งนั้นโลกต้อง แต่ทำแล้วไม่ได้เงิน คุณจะรู้สึกภาคภูมิใจ ได้รับการเติมเต็ม แต่จะขัดสนไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ 
  • ถ้าคุณรักสิ่งนั้นโลกต้องการและทำแล้วได้เงิน แต่คุณไม่ถนัด คุณจะรู้สึกตื่นตัว อิ่มเอมใจ แต่จะไม่มีความมั่นคงในชีวิตจริง
  • ถ้าสิ่งที่คุณทำตรงกับความถนัด ทำแล้วได้เงิน และโลกต้องการ แต่ไม่ใช่สิ่งที่คุณรัก คุณจะรู้สึกภายในว่างเปล่า แม้จะดำเนินชีวิตราบรื่นและสบาย
  • หากคุณทำสิ่งที่คุณรัก ถนัด ทำแล้วได้เงิน แต่โลกไม่ต้องการ สิ่งที่นั้นย่อมไร้ค่าไร้ประโยชน์ต่อผู้อื่นเลย

อิคิไก คือ ทางออกการศึกษาไทยในขณะนี้ 

สาเหตุของปัญหาการศึกษาไทยในขณะนี้คือ "การสอนให้คนอยากรวย" (อ่านที่นี่) ไม่ได้มุ่งสอนให้ "คนมีความสุข" อันเป็นเป้าหมายแท้ของการดำรงชีวิตของมนุษย์ ซึ่งผลงานวิจัยได้ชี้ชัดเจนแล้วว่า ความร่ำรวยนั้น ไม่ได้มีความสัมพันธ์แน่นอนกับความสุขเลย

ทางออกของการศึกษาไทยคือ "การสอนให้คนพอเพียง" พอเพียงในที่นี้คือคนมีและใช้ความรู้และคุณธรรม (อ่านความหมายของความพอเพียงที่นี่) การสอนให้คน "พอเพียง" คือสอนให้คนรู้จักตนเอง รู้ศักยภาพของตนเอง พึ่งตนเองและสันโดษ และทำประโยชน์ต่อส่วนรวมมีความเอื้อเฟื้อแบ่งปันผู้อื่น ทั้งหมดที่่ผมกล่าวนี้ ลงตัวตรงกับวัฒนธรรม "อิคิไก" ของคนญี่ปุ่น ... อิคิไกจึงเป็นทางออกของการศึกษาไทยในขณะนี้