๗๔๘. ปิดทองหลังพระ..

“ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ ขอสู้ศึกทุกเมื่อ ไม่หวั่นไหว ขอทนทุกข์รุกโรมโหมกายใจ ขอฝ่าฟันผองภัย ด้วยใจทะนง จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด จะรักชาติ จนชีวิตเป็นผุยผง จะยอมตายหมายให้ เกียรติดำรง จะปิดทอง หลังองค์ พระปฏิมา...”

          ผมชอบทำงานในวันหยุด เพราะวันหยุดในโรงเรียนจะสงบเงียบมาก ทำให้มีสมาธิในการทำงานและไม่ต้องสนใจใคร ว่าจะมาหรือจะมองว่า ผอ.ทำงานอะไร ผมจะทาสี รดน้ำต้นไม้หรือปีนป่ายอะไรก็ได้..

          วันนี้..วันพ่อ..ผมไปทำบุญตักบาตรตั้งแต่เช้า เนื่องในงาน “วันพ่อแห่งชาติ”ของอำเภอเลาขวัญ ท่ามกลางประชาชนและส่วนราชการเป็นจำนวนมาก เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙

           ผมรีบเข้าโรงเรียนเพื่อไปรดน้ำแปลงผักที่กำลังงามและใกล้จะได้เก็บผลผลิตเข้าสู่โครงการอาหารกลางวัน อากาศร้อนและแห้งแล้งมาก ถ้าไม่รดน้ำเพียงวันเดียว ผักจะเหี่ยวเฉาไปทั้งแปลง

          ผมให้อาหารปลาและอาหารไก่ตามปกติ..จากนั้น ลงมือปฏิบัติงานตามแผนที่ตั้งใจไว้ เริ่มจาก..ติดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ บนฝาผนังเหนือโต๊ะประธานในห้องทำงานใหม่ของผม แล้วจัดเอกสารที่กองระเกะระกะ ให้เข้าที่เข้าทางจัดวางบนชั้นหนังสือ..

          หันมองไปรอบๆห้อง ตรงฝาผนังยังมีที่ว่างอีกมากมายผมติดภาพ “พ่อหลวง” ที่เป็นแผ่นป้ายประกอบข้อความ “ทฤษฎีใหม่” และ “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้ห้องดูน่าสนใจยิ่งขึ้น

          ผมเริ่มรู้สึกเหนื่อยแต่ไม่มากนัก อาจเป็นเพราะผมใช้บทเพลงพระราชนิพนธ์คอยกระตุ้นเตือนใจ ผมฮัมเพลง “ความฝันอันสูงสุด”เบาๆ ปลุกปลอบตัวเองไว้ไม่ให้เหนื่อยหน่าย

    “ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ ขอสู้ศึกทุกเมื่อ ไม่หวั่นไหว ขอทนทุกข์รุกโรมโหมกายใจ ขอฝ่าฟันผองภัย ด้วยใจทะนง จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด จะรักชาติ จนชีวิตเป็นผุยผง จะยอมตายหมายให้ เกียรติดำรง จะปิดทอง หลังองค์ พระปฏิมา...”

    ผมทำงานภายในอาคารหลังเก่า นานหลายเดือนแล้วที่ไม่ได้ดูแลเอาใจใสพบความไม่เรียบร้อยและไม่เป็นปัจจุบันอยู่มากมาย..ตั้งใจว่าเมื่ออาคารธนาคารออมสินสร้างเสร็จ..ผมจะหาโอกาสกลับมาปรับปรุงอาคารเรียนหลังเก่าบ้าง...

        วันนี้..ได้ฤกษ์งามยามดีที่จะเริ่มต้นเก็บตกงานที่ค้างคามานาน ให้อาคารเก่าดูสดใสน่าอยู่น่ามอง..สะอาดเรียบร้อยและสวยงาม

        เมื่อวันก่อนห้องเรียนในอาคารเรียนเก่าถูกจัดใหม่ ผมจึงต้องเขียนป้ายชื่อห้องและชื่อครูประจำชั้น..นำขึ้นไปแขวนที่เหล็กเหนือประตูห้องเรียน หน้าห้องของทุกห้องจะมีเหล็กดัดและช่องลม วันนี้ผมทาสีบรอนด์และสีขาวให้ดูใหม่และสดใส

        ยิ่งทำงาน..ก็ยิ่งรู้สึกรักและทะนุถนอมในความเก่าของอาคาร ที่เหมือนเป็นตำนานของผม ที่เริ่มทำงานในบ้านหลังเล็กนี้ ที่มีเด็กในวันนั้นไม่ถึง ๕๐ คน..ผ่านอุปสรรคมานานัปการ ทำหน้าที่ครูและผู้บริหารอย่างสุดความสามารถ แม้ไม่มีรางวัลและชื่อเสียงเป็นเครื่องการันตี..ก็ไม่รู้สึกอะไร แค่เพียงคิดว่า..ได้ผ่านการทำเรื่องที่ยิ่งใหญ่และเป็นเรื่องยากๆมาแล้วทั้งสิ้น..

        ใกล้จะค่ำแล้ว..เพลงความฝันอันสูงสุดยังดังก้องอยู่ในหัวใจ “ไม่ท้อถอย คอยสร้างสิ่งที่ควร ไม่เรรวน พะว้าพะวังคิดกังขา ไม่เคืองแค้นน้อยใจ ในโชคชะตา ไม่เสียดายชีวา ถ้าสิ้นไป นี่คือปณิธาน ที่หาญมุ่ง หมายผดุงยุติธรรม อันสดใส ถึงทนทุกข์ทรมานนานเท่าใด ยังมั่นใจ รักชาติ องอาจครัน”

        ผมขับรถกลับบ้าน นึกถึง คำพ่อสอน” ให้ “ปิดทองหลังพระ” ทำให้หัวใจผมรู้สึกชุ่มชื่นและมีกำลังใจขึ้นมาทันที พอกลับถึงบ้านผมรีบเปิดหนังสือเพื่ออ่านทบทวนอีกครั้ง....

        พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงดำรัสด้วยความเมตตาว่า..."ที่ให้ปิดทองหลังพระก็เพื่อเตือนตัวเองว่า การทำความดีไม่จำเป็นต้องอวดใครหรือประกาศให้ใครรู้ ให้ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ และถือว่าความสำเร็จในการทำหน้าที่เป็นบำเหน็จรางวัลที่สมบูรณ์แล้ว...."

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๕  ธันวาคม  ๒๕๖๑


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก

คำสำคัญ (Tags)#พอเพียง#คำพ่อสอน#งานกับชีวิต#โรงเรียนขนาดเล็ก

หมายเลขบันทึก: 658502, เขียน: 05 Dec 2018 @ 20:26 (), แก้ไข: 06 Dec 2018 @ 05:58 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 3, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก


ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

๕ ธันวา วันพ่อแห่งชาติน้อมกราบพระบาทพ่อหลวงสุดห่วงหา