ตัวอย่างการออกแบบสื่อการสอนตาม ADDIE Model เรื่อง สื่อการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง การดำรงชีวิตของพืช นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
สื่อการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง การดำรงชีวิตของพืช นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
ถ้านักศึกษาได้รับมอบหมายให้สอนวิชาวิทยาศาสตร์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านวังหลุม มีนักเรียน 12 คน ฐานะยากจน ให้ออกแบบการสอนโดยใช้ ADDIE Model
1. การวิเคราะห์ ( Analysis )
- เนื่องจากบริบทของโรงเรียนอยู่ในพื้นที่ชนบท อุปกรณ์และสื่อการเรียนการสอนต่าง ๆอาจจะไม่พร้อมมากนัก ผู้เรียนอาจไม่เข้าใจเรื่องที่สอน ครูควรจัดหาสื่อประกอบการสอนด้วยเท่าที่จะทำได้
- การสอนอาจจะเน้นได้ทุกคนเพราะจำนวนผู้เรียนมีน้อย ทำให้ดูแลได้ทั่วถึง
- ในเนื้อหาบทเรียนที่จะสอนเป็นเรื่องของการดำรงชีวิตของพืช ในแต่ละคาบเรียน สอนไปตามเนื้อหาหนังสือเรียนและมีการทดลอง กิจกรรมเกม ให้ผู้เรียนได้ทำเพื่อเข้าใจในเนื้อหาง่ายขึ้น
- ในการสอนก็จะวางแผนการสอน โดยจะเริ่มจากตัวเนื้อหาที่เป็นพื้นฐานที่สุดก่อนแล้วค่อยเจาะลึกในเนื้อหา ต้องให้ผู้เรียนเข้าใจบทเรียนตามลำดับความง่ายไปยาก
2. การออกแบบ (Design)
2.1 การศึกษา วิเคราะห์และสังเคราะห์
- ในเนื้อหาที่จะสอน จะเริ่มจากสอนให้ผู้เรียนเข้าใจเรื่องการดำรงชีวิตของพืช ก่อนว่ามีอะไรบ้าง พร้อมยกตัวอย่าง
- เมื่อผู้เรียนเข้าใจพื้นฐานของการดำรงชีวิตของพืช แล้วก็สอนเจาะลึกในเนื้อหาเรื่องของการดำรงชีวิตของพืช ว่าเป็นอย่างไร
2.2 การออกแบบการเรียนการสอน
- วางแผนการสอน เริ่มตั้งแต่ตัวเนื้อหาที่เป็นพื้นฐานไปจนครบบท
- ในการสอนทุกคาบ ทุกเนื้อหาต้องยกตัวอย่างประกอบเพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจได้ง่ายมากขึ้น
- ในคาบที่เรียนเรื่องการดำรงชีวิตของพืช อาจจะให้ผู้เรียนได้ดูรูปภาพประกอบ หรือพานักเรียนสำรวจและสังเกตุต้นไม้บริเวณโรงเรียน แล้วนำมาอภิปรายในชั้นเรียน และมีการทดลองให้นักเรียนทำกิจกรรมการทดลองและนำเสนอผลงานการทดลอง ร่วมกันอภิปรายตอบคำถาม และให้นักเรียนทำmind map เพื่อเป็นการกระตุ้นการเรียนรู้ของผู้เรียน อีกทั้งยังทำให้นักเรียนมีความจำที่ดีขึ้น เห็นภาพรวมได้ดีขึ้น คิด วิเคราะห์ แยกแยะ แก้ปัญหาและ ตัดสินใจได้ดีขึ้นสามารถเชื่อมโยงสิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้อย่างรวดเร็ว และเป็นระบบมากขึ้น
- อาจมีกิจกรรมเกมประกอบการเรียน เช่น เกมจับคู่ภาพปริศนา ฝึกคิด พิชิตคำถาม เป็นต้น
- ในการประเมินผู้เรียนจะให้ผู้เรียนทำข้อสอบก่อนและหลังเรียนเพื่อดูความเข้าใจของผู้เรียน และประเมินได้จากเกมที่ผู้เรียนได้ร่วมเล่นอย่างสนุกสนานและเข้าใจหรือไม่ สังเกตพฤติกรรมจากการอภิปรายถามตอบในการทดลอง
3. การพัฒนา ( Development)
- ในเนื้อหาที่จะสอนต้องสามารถปรับเปลี่ยนได้ หากผู้เรียนไม่เข้าใจ
- มีการทบทวนการสอนในแต่ละวันเสมอ ว่าผู้เรียนได้รับความรู้มากน้อยเพียงใด
- ดูความเข้าใจของผู้เรียนแต่ละคนว่ามีมากน้อยเพียงใด แล้วลองปรับหรือพัฒนารูปแบบการสอนตามความเหมาะสม
- กิจกรรมการทดลองและนำเสนอผลงานการทดลอง ร่วมกันอภิปรายตอบคำถาม ควรมีให้ผู้เรียนร่วมกันทำทุกคาบเรียน เพราะจะช่วยพัฒนาการเรียนรู้ได้มาก และสามารถประเมินความเข้าใจของผู้เรียนได้อีกด้วย
- กิจกรรมเกม ควรมีให้ผู้เรียนร่วมทำบ่อย ๆ เพราะจะช่วยพัฒนาการเรียนรู้ได้มาก และสามารถประเมินความเข้าใจของผู้เรียนได้อีกด้วย
- ให้นักเรียนทำmind map สรุปความคิด ทุกครั้งเมื่อจบบทเรียน เพื่อประเมินความเข้าใจของผู้เรียน และครูสามารถเสริมเพิ่มเติมความรู้ในส่วนที่นักเรียนยังไม่เข้าใจ หรือให้เพื่อนช่วยอธิบายเพิ่มเติมเป็นกิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อนได้อีกด้วย
4. การนำไปใช้ ( Implement)
4.1 การปฏิบัติภาคสนาม
- จากการวางแผนและรูปแบบการสอนต้องทำให้ผู้เรียนเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ให้ได้
4.2 การเผยแผ่ระบบ
- หากรูปแบบการสอนนี้ทำให้ผู้เรียนเข้าใจในบทเรียนได้มาก ระบบนี้ก็จะสามารถใช้ในสถานศึกษาได้ยาวนานและอาจจะถูกพัฒนารูปแบบให้ดีขึ้นไปกว่านี้ได้
5. การประเมิน (Evaluation)
- มีแบบทดสอบให้ผู้เรียนทำทั้งก่อนและหลัง เพื่อวัดความเข้าใจในการเรียนรู้
- รูปแบบการสอนหากใช้แล้วผู้เรียนมีพัฒนาการได้น้อยก็ควรนำรูปแบบมาปรับปรุงหรือจัดรูปแบบขึ้นมาใหม่ ต้องคำนึงตลอดเวลาว่าผู้เรียนเป็นไปตามจุดประสงค์ที่ตั้งไว้หรือไม่ ถ้าไม่ก็ควรนำรูปแบบนั้นมาปรับปรุงให้เร็วที่สุด