ต้องการจะได้เห็น ศาสตราจารย์ คนแรกของ มมส. จากผลงานการวิจัยและพัฒนา ในเวลาอันใกล้นี้

- ระหว่างวันที่ 7-9 ธันวาคม 2549 กองการเจ้าหน้าที่ร่วมกับกองส่งเสริมและพัฒนางานวิจัย ได้จัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ โครงการพัฒนาศักยภาพในการวิจัยของคณาจารย์ มหาวิทยาลัยมหาสารคามขึ้น เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการเขีนข้อเสนอโครงการวิจัยเอขอรับทุนสนับสนุนจากแหล่งทุนต่าง ๆ ตลอดจนเสริมสร้างสมรรถนะบุคลากรให้มีความเข้มแข็งทางด้านวิจัย นำองค์ความรู้ใหม่ไปปรับปรุงพัฒนางานของตนเองและองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อไป
- หลังจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ศุภชัย สมัปปิโต รองอธิการบดีฝ่ายนโยบายแผนและวิจัย เป็นประธานในพิธีเปิดแล้ว ได้บรรยายถึงเงื่อนไขที่ทำให้มหาวิทยาลัยต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการวิจัย และ สิ่งที่กำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงเพื่อสนับสนุนการวิจัยเช่น Central Laboratory, University Business Incubator และ Technology Business Incubator เป็นต้น สิ่งที่ท่านอธิการบดีคาดหวังจากการสนับสนุนการวิจัยของคณาจารย์อันหนึ่งก็คือ ต้องการจะได้เห็น ศาสตราจารย์ คนแรกของ มมส. จากผลงานการวิจัยและพัฒนา ในเวลาอันใกล้นี้
- ต่อจากนั้นเป็นการบรรยายของ ศาสตราจารย์ ดร. ณรงค์ฤทธิ์ สมบัติสมภพ จากคณะพลังงานสิ่งแวดล้อมและวัสดุ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีในหัวข้อ ก้าวสู่ความสำเร็จด้วยการวิจัยและการประเมินผลกระทบจากงานวิจัย
อาจารย์ได้เล่าถึงแนวทางการทำวิจัยที่จะนำไปสู่ความสำเร็จที่มีผลกระทบสูงต้องมีการทำงานเป็นทีม หรือ เป็นกลุ่ม โดยได้เล่าถึง กลุ่มวิจัยการผลิตและขึ้นรูปพอลิเมอร์ (Polymer Processing and Flow) หรือ ที่เรียกย่อว่า กลุ่ม P-PROF ของอาจารย์ทำงานร่วมกันอย่างไร ? ต้องสร้างบรรยากาศห้องวิจัยให้สมาชิกอยากทำงานโดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ตามที่สมาชิกต้องการ การสนับสนุนนักวิจัยรุ่นใหม่โดยการให้ยืมเงินจากกองกลางของกลุ่มไปใช้ก่อน เป็นต้น นอกจากนั้นอาจารย์ยังเน้นการทำงานร่วมกับนักวิจัยกลุ่มอื่น ๆ ในลักษณะเป็นเครือข่าย

-
อาจารย์ได้ให้ข้อคิดว่า อาจารย์ในมหาวิทยาลัยที่เน้นวิจัยจะต้อง มีความรู้และจัดการความรู้ใน 3 ลักษณะ คือ
1. การผลิตความรู้และองค์ความรู้ - จากการประดิษฐ์ วิจัยและพัฒนา และ ออกแบบทางวิศวกรรม
2. การกระจายความรู้- จากการสอน การตีพิมพ์เผยแพร่ หรือการนำเสนอในวิธีการต่าง ๆ
3. การใช้ความรู้ - จากความร่วมมือกับภาคการผลิต และ การใช้งานจริงอื่น ๆ
-
ปัจจัย หรือ กุญแจสู่ความสำเร็จ (Key Success Fator)
1. ต้องมีการทำงานเป็นทีม หรือ เป็นกลุ่ม
2. เน้นการทำงานร่วมกับนักวิจัยกลุ่มอื่น ๆ ในลักษณะเป็นเครือข่าย
ส่งกำลังใจให้ทีม MSU-KM ครับ ...ผมติดภารกิจ เรื่อง "วีดิทัศน์เฉลิมพระเกียรติฯ ในหลวง ที่ กทม. ครับ"
วิชิต ชาวะหา
ณ หอสมุดแห่งชาติ
8 ธ.ค. 2549
ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ร่วมสัมมนาเพราะว่าติดภารกิจอื่น แต่ก็ได้รับความรู้โดยการอ่านจาก blog ขอขอบคุณทุกท่านที่แบ่งปันสิ่งดีๆให้นะคะ
ขอบคุณคะอาจารย์..
รู้สึกว่า ทีม...msu_km เริ่มคึกคักมากขึ้นนะคะ...
(^_____^)
ส่งแรงใจมาช่วยคะ...
กะปุ๋ม