“แป้งครับ เดี๋ยวลูกช่วยเปิด youtube เพลงมาร์ชราชวัลลภให้พ่อหน่อย พ่ออยากฟังจัง” ผมบอกลูกสาวคนโตให้จัดการ ก่อนที่จะส่งเธอเข้าโรงเรียน เธอมองหน้าผมแล้วย่นคิ้วเป็นเชิงถามว่า “ทำไม?”

“เช้านี้ไม่รู้เป็นไง รู้สึกคิดถึงในหลวง” ผมเฉลย และผมก็รู้สึกเช่นนั้นจริงๆ

ในช่วงสัปดาห์นี้ ผมเป็นผู้รับผิดชอบการดูแลคนไข้ในสาย จึงต้องมาดูคนไข้ร่วมกับทีมตั้งแต่เช้าต่อเนื่องมาตั้งแต่วันจันทร์ อันที่จริงก็ตั้งแต่วันอาทิตย์แล้วด้วยซ้ำ เพราะเป็นวันที่ต้องอยู่เวร

“อาจารย์ขา มีคนไข้จะขอส่งตัวมาจากสะบ้าย้อยค่ะ ท้องหลังเป็นท่าขวาง ปากมดลูกเปิด ๗ เซ็นแล้ว” คุณหมอเวรลูกศิษย์เอ่ยเสียงใสส่งเข้ามา ที่ว่าใสแจ๋วนั้น คงเพราะมันยังอยู่ในช่วงต้นเวรกระมัง ถ้าหลังเที่ยงคืนไปแล้ว น้ำเสียงอาจจะเป็นไปอีกแบบ

“แล้วเธอว่าไง” ผมถาม

“หนูรับมาเรียบร้อยแล้วค่ะ เค้าออกรถมาแล้ว” เธอตอบ

มันคือนโยบายของการรับส่งต่อที่ลูกศิษย์ทราบดี 

หากการรับส่งต่อต้องสูญเสียเวลาในการรายงานอาจารย์ก่อนจะตัดสินใจว่ารับหรือไม่รับแล้วล่ะก็ คนไข้จะเสียโอกาสและเสียประโยชน์มาก ดังนั้น จัดการรับให้เร็วๆ แล้วค่อยโทรมาบอกกัน

“ทำไมพ่อต้องมีแต่คนไข้หนักๆแปลกๆส่งมาอยู่เรื่อยเลย” เจ้าจ้าเอ่ยปากถามหลังจากคีบหมูกรอบสามชั้นในร้านโปรดเข้าปากเรียบร้อย เธอคงไม่เข้าใจมากเท่าไหร่หรอกว่าคนไข้หนักที่ว่านั้นคืออะไร แต่สีหน้าและท่าทางของพ่อที่แสดงออกมานั้น มันคงกระทบถึงจริตของเธอเข้าให้

“ก็พ่อทำงานในโรงพยาบาลศูนย์ไงลูก คนไข้ที่มีอาการหนักๆจึงต้องถูกส่งเข้ามาให้พวกพ่อดูแล หมอที่โรงพยาบาลชุมชนเขารักษาไม่ไหว” ผมอธิบายอย่างง่ายๆ

“แล้วทำไมต้องเป็นพ่อบ่อยจัง” เธอยังคงสงสัย

“ไม่บ่อยหรอกลูก ก็เฉลี่ยๆกันไปในแต่ละวัน เพียงแต่พ่อชอบเล่าให้ลูกฟังไง คนอื่นเค้าก็เจอเคสหนักๆเหมือนกันนั่นแหละ” 

หลังจากแยกย้ายกับลูกเมียที่ร้านอาหาร ผมก็ไปนั่งเล่นที่ร้านเพราะคาดเดาว่า กว่ารถพยาบาลจากต้นทางส่งมากถึงก็คงอีกราวชั่วโมงกว่าๆ แต่มันนั่งไม่ติด รู้สึกร้อนใจ เพราะการที่มีทารกในมดลูกนอนอยู่ในท่าขวางแล้วล่ะก็ มันจะผ่าคลอดยากมากเลย บอกตรงๆว่าผมวิตก

ท่าขวางเป็นยังไงน่ะเหรอ

เอางี้ 

ปกติ ทารกในครรภ์จะนอนเอาหัวทิ่มลงนะครับ เพราะเค้าต้องเตรียมตัวเอาหัวมุดออกมาทางปากมดลูกและไหลลงช่องคลอดเพื่อคลอดออกมาตามปกติไง จะมีส่วนน้อยที่เค้านอนโดยเอาตูดลงด้านล่าง ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็มักจะผ่าท้องคลอดออกมานั่นแหละ และที่น้อยไปกว่านั้นอีก ก็คือ เด็กมันนอนขวางเหมือนนอนเปลในมดลูกแม่มันเลย 

จินตนาการตามไปได้เลย ว่าจะคลอดอย่างไร แน่นอนว่าคลอดทางช่องคลอดไม่ได้ ต้องผ่าท้องคลอดเพียงอย่างเดียว และการผ่าท้องคลอดก็ไม่ได้ง่ายๆนัก เราต้องคว้าเอาขาเด็กออกมาก่อนแล้วดึงจนตูดเด็กโผล่ แต่หากเราไปคว้าเอาแขนเด็กออกมาก่อนแล้วล่ะก็บรรลัย เพราะมันจะเกิดอาการติด 

ที่ติดคือ เราจะดึงออกมาได้แต่แขน แต่ดึงหัวออกมาไม่ได้ ตัวก็ดึงไม่ออก ลองหลับตานึกภาพที่เราเอาแขนมุดออกมาทางช่องเล็กๆดูสิครับ มันจะติดไปหมด ครั้นจะยัดแขนมันกลับเข้าไปก็ต้องรีบทำนะครับ ถ้าน้ำคร่ำมันไหลออกจนหมด คราวนี้ก็จะยากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว

ภาวะนี้ทำให้มดลูกแตก ตกเลือดตายได้เลยทีเดียว

ผมจึงรู้สึกนั่งไม่ติด คิดไปต่างๆนานา

คนไข้คนนี้เคยคลอดมาแล้ว ๒ ครั้ง การคลอดครั้งที่ ๓ นี่โดยปกติจะเร็วมาก เรียกว่า ถ้าเด็กมันเป็นท่าที่เอาหัวออกตามปกตินั้น บางทีแค่จามก็คลอดได้แล้ว แต่นี่ปากมดลูกเปิดกว้างตั้ง ๗ เซนติเมตรแล้วนะ ถ้าถุงน้ำคร่ำแตกแล้วเด็กเอาแขนออก เอาสายสะดือออก หรือเอาขาออกมาก่อน จะเป็นอย่างไร

บอกเด็กหน้าร้านว่า “ปิดร้าน” แล้วขับรถกลับโรงพยาบาลไปนั่งรอเลยดีกว่า

(หึหึ อันที่จริงก็ไม่ได้ปิดเลยหรอก เพียงแค่นั่งหน้าแป้นแล้นรับแขกแล้วนัดให้เจอในวันหลังดีกว่ามั้ย)

รถพยาบาลมาเร็วกว่าปกติมาก ประหนึ่งเหาะ

เมื่อคนไข้เข้ามาถึงผมจึงรีบตรวจภายใน

“ปากมดลูกเปิด ๑๐ เซ็นแล้ว ถุงน้ำคร่ำยังไม่แตก หัวใจเด็กเต้นดี เราไปห้องผ่าตัดกันเลย” ผมออกคำสั่ง

“ลงมีดนะคะ” เสียงคุณหมอเวรมือหนึ่งแจ้งทีมงาน ผมเป็นผู้ช่วยด้านตรงข้าม แต่รับผิดชอบเบอร์หนึ่ง

ตีนเด็กถูกจับไว้ได้ แล้วดึงออกมา (ใจชื้นเลย)

ตูดเด็กโผล่ เจี๊ยวโผล่ มันเยี่ยวโชว์เราทันที

ผ้าแห้งอุ่นถูกนำมาคลุมสะโพกเด็กเอาไว้ แล้วทำการดึงต่อเนื่อง 

ท้องโผล่ สายสะดือโผล่

หมุนไหล่ทันที ผมช่วยใช้นิ้วเกี่ยวทำคลอดแขนด้านขวา หมุนไหล่ไปอีกด้าน ผมช่วยทำคลอดแขนซ้าย 

มือของหมอเอื้อมไปจับที่ไหล่เด็กแล้วผลักให้ตัวเด็กหงาย คางและปากโผล่ แล้วก็คลอดหัวออกมา

ไอ้หนุ่มน้อยร้องดังลั่นห้องผ่าตัด

นั่นคือความระทึกใจเล็กๆ ในช่วงต้นเวร 

ดูเหมือนจะได้พักสักนิด แต่เมื่อคืนผมก็อยู่เวรอีกครั้ง

“อาจารย์ขา นราฯจะขอส่งคนไข้ครรภ์เป็นพิษรุนแรงและเป็น HELLP มาค่ะ ความดันที่นู่นตัวบน ๒๕๐ ค่ะ เกร็ดเลือดเหลือ ๗ หมื่น” เสียงที่คุ้นเคยดังมาทางโทรศัพท์อีกรอบ เสียงใสๆแบบนี้ก็เป็นเพราะมันคือช่วงเวลาต้นเวรบ่าย นั้นก็ราวๆ ๖ โมงเย็น ฮ่าฮ่า

HELLP คือการตั้งครรภ์ที่เกิดปัญหาครรภ์เป็นพิษอย่างรุนแรง และความรุนแรงมันเดินหน้าไปต่อเนื่องจนทำให้ตับพัง ไตพัง (อย่างที่เคยเล่ามาก่อนแล้วไงครับ) และเราพบว่า เม็ดเลือดแดงของคนไข้ทั่วร่างกายเริ่มมีการแตกเอง ตับเริ่มมีการถูกทำให้เซลล์แตก และเกร็ดเลือดก็ต่ำลง ทำให้เลือดออกแล้วหยุดยากขึ้น

เธอมาถึงห้องคลอดของเราราว ๔ ทุ่ม คนท้องอายุไม่ถึง ๓๐ ปี ความดันเลือดตัวบนราว ๑๖๐ นั้นคงเป็นเพราะยาที่ถูกฉีดมาก่อนหน้านั้น สายสวนปัสสาวะมีฉี่คาอยู่ไม่ถึงร้อยซีซีและมีสีแดงเข้ม นั่นคือเธอฉี่ออกเป็นเลือด เรายังพบว่าเลือดออกตามไรฟันค่อนข้างมาก และที่พีคกว่านั้น

“อาจารย์ขา เด็กไม่อยู่แล้วค่ะ คงเสียชีวิตระหว่างเดินทางมา” มันคือข่าวร้ายอย่างรุนแรงเลยทีเดียว

“บ้าจริง”

ทีมเรารีบจัดการตรวจและประเมินอย่างรวดเร็ว เลือดหลายบ้องถูกดูดเพื่อตรวจและจองเลือดอีกหลายอย่าง นั่นรวมถึงน้ำเหลืองและเกร็ดเลือด

“บังครับ บังคงทราบแล้วใช่ไหมว่าเมียอาการหนักพอสมควรนะครับ” ผมคุยกับทั้งคู่ แต่คราวนี้จ้องหน้าผู้ที่เป็นสามีแทน

“ครับ” สำเนียงปนกลิ่นยาวีตอบมา

“บังครับ เราเสียลูกไปแล้วด้วยนะครับ” ผมยังคงแจ้งข่าวร้ายต่อไป

“ครับ”

“บังครับ นี่เป็นท้องที่ ๓ แล้ว ท้องก่อนก็ครรภ์เป็นพิษรุนแรงไปครั้งหนึ่ง ครั้งนี้เป็นแรงกว่าเก่า และเรามีการสูญเสียที่มากขึ้นอีก รอบนี้มีไตวาย ตับวายด้วยนะครับ” ผมหยุดการพูดระยะหนึ่ง เว้นช่องไฟประหนึ่งขึ้นเวที TEDs talk

“หมอคิดว่า เราน่าจะคุยกันเรื่องทำหมันนะครับ ไหนๆก็ต้องผ่าท้องอยู่แล้ว หมอคิดว่า การตั้งท้องครั้งหน้ามันคงจะรุนแรงแบบนี้อีก และเราอาจจะไม่เหลือใครให้รักษาอีกเลยก็ได้” นั่นคงเป็นเหตุผลที่ผมต้องเว้นช่องไฟไปเมื่อครู่

“ครับหมอ” และพร้อมกันนั้น ผมก็เห็นรอยยิ้มของผู้เป็นเมียที่นอนมองหน้าสามีที่รักของเธออยู่

“ไป เราไปกัน บังรอหน้าห้องผ่าตัดนะครับ มีอะไรเกิดขึ้น หมอจะได้ออกมาคุยได้” ผมแจ้ง

เกร็ดเลือดจำนวน ๑๒ ถุงถูกปั๊มเข้าไปในหลอดเลือดคนไข้ก่อนที่จะเริ่มดมยาสลบ มันน่าจะเพียงพอสำหรับคนที่มีเกร็ดเลือดเหลือเพียง ๓ หมื่นเศษๆ 

มีดถูกกรีดลงบนหน้าท้อง เลือดในชั้นไขมันออกไม่มากนัก ผมรู้สึกเบาใจ เกร็ดเลือดที่ให้ไปมันพอดี

เราทำคลอดเด็กออกมาด้วยความเศร้าใจ ตัวมันเล็กกว่าอายุครรภ์ที่ควรจะเป็น กล้ามเนื้อหดตัวดูแข็งในท่างอแขนขา เดาว่าน่าจะเสียชีวิตมาราว ๓-๔ ชั่วโมงที่ผ่านมานี้นี่เอง

หลายครั้งมันก็น่าเศร้าใจจริงๆ 

พวกผมยังไม่เข้าใจได้อย่างถ่องแท้นัก ว่าทำไมคนท้องในพื้นที่ของเราจึงตายง่ายกว่าพื้นที่อื่นๆ ทำไมครรภ์เป็นพิษจึงมีให้เห็นมากไปกว่าบ้านเพื่อน ทำไมตกเลือดแล้วเอากันไม่ค่อยอยู่ ทำไมโรคแปลกๆหาคำตอบยากๆจึงพบได้มากมายประหนึ่งเป็นพื้นที่ทำวิจัยของสวรรค์

ผมขับรถออกจากโรงพยาบาลก็ล่วงไปกว่าตีสองครึ่ง เปิดกระจกรับลมช่วงดึก มันเย็นสดชื่น แต่ใจกลับรู้สึกหม่น

ผมรู้สึกคิดถึงในหลวง

.....................

เพลงมาร์ชราชวัลลภที่ฟังในรถมันไพเราะ ท่วงทำนองมันปลุกให้จิตผมตื่น

การผ่าตัดในงานประจำช่วงเช้าผ่านไปด้วยดี

ผมออกจากห้องผ่าตัดแล้วมานั่งพักผ่อนที่ลานหน้าห้องพิเศษชั้น ๗ ของตึกเฉลิมพระบารมี 

“เวทีจิตอาสา โรงพยาบาลสงขลานครินทร์” มีเปียโนตั้งอยู่หลังหนึ่ง 

“ชาลี” ครูดนตรีของคณะแพทย์นั่งบรรเลงโดยมีคนไข้หญิงวัยสูงอายุรายหนึ่งยืนร้องเพลงคลออยู่ข้างๆ 

ผมเลือกที่จะนั่งดูกิจกรรมตรงหน้านั้นอย่างสบายอารมณ์ มันช่างสุนทรีย์และเหมาะกับใจของผมในขณะนี้มากๆ

“ชาลีครับ ขอเพลง Still on my mind หน่อยได้ไหมครับ” ผมพูดออกไป และเพียงแค่พลิกแผ่นโน้ตดนตรี Still on my mind ก็ถูกบรรเลงออกมาอย่างไพเราะ

ผมรู้สึกคิดถึงในหลวง

“มันดีจังนะคะ มีคนเล่นดนตรี มีคนฟัง ป้าอยากจะร้องเพลงคลายความเจ็บป่วยก็ได้ร้องด้วย” ป้าคนเมื่อครู่ผันตัวลงมาเป็นคนฟังอยู่ข้างๆผม

“ผมขอเพลงได้ไหมครับ” เสียงนั้นดังมาจากชั้น ๘ ครูชาลียิ้มให้และพยักหน้าอย่างสุภาพ 

เพลงแล้วเพลงเล่าจึงถูกบรรเลง มีคนฟัง มีคนฮัมเพลงอยู่ข้างบนอีกหนึ่งคน สองคน และอีกสี่ห้าคนที่ใกล้ๆผม

มันดีมากเลยใช่ไหมครับ

ทุกคนทำหน้าที่ของตน

ผมสุขใจจริงๆ เมื่อถึงตอนนี้

ธนพันธ์ ชูบุญยังคงฟังมาร์ชราชวัลลภและจบด้วยสรรเสริญพระบารมีฟินจริง

๑๕ พย ๖๑