วันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๐ ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร ไปเยี่ยมศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ฉะเชิงเทรา  ท่านฝากงานกับ ผอ.ศูนย์ฯ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน และผู้มาร่วม ให้ไป ตั้งหลักทบทวนกันให้ดีว่า "แท้จริงแล้วมีพระราชประสงค์อะไรกันแน่ ที่ทรงตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนา อันเนื่องมาจากพระราชดำรัส" ใครเก่งใครรู้ให้ไปเชิญมาคุยกันให้ได้คำตอบ ให้ได้ข้อสรุปออกมา เพื่อนำมาเป็นแนวทางการต่อไป ... แล้วท่านก็เริ่มบรรยายต่อไป ... ผมจับเอาคำที่ท่านบรรยายมาตีความเป็นคำตอบของคำถามนี้  แล้วเขียนเก็บไว้ในบันทึกนี้ 

เกริ่นก่อนตอบ (ผมตีความ จากการฟังคลิป อ.ยักษ์)

ดร.เดวิท ร๊อคกี้ เฟลเลอร์ มีส่วนสำคัญมากๆ กับ ระบบเศรษฐกิจ(ทุนนิยม) และระบบการศึกษา (แบบทิ้งบ้าน หาเงิน) ที่เป็นอยู่ขณะนี้ โดยเริ่มต้นจากสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง (ท่านผู้อ่านรู้ไหมครับ)

  • ช่วงเริ่มต้น สถาบันแห่งนั้น เป็นเหมือน "ศูนย์ศึกษาการพัฒนา" ที่ในหลวง ร.๙ ทรงมีพระราชดำริ ที่จะพัฒนาโดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง....อ่านต่อไปครับ
  • ต่อมา อ.ยักษ์ ได้เข้าเรียนในสถาบันดังกล่าว  และถูกชวนให้ไปสอนวิชาเกี่ยวกับศาสตร์การพัฒนาประเทศ ซึ่ง อ.ยักษ์ ได้นำเอาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปสอน
  • ต่อมามีนิสิตมาลงทะเบียนเรียนจำนวนมาก จนรายวิชาอื่นไม่มีผู้ลงทะเบียน ... อาจารย์มาบอกว่า ให้ อ.ยักษ์ เลิกสอน ด้วยเหตุบางประการที่ท่านปิดไว้ด้วยประโยคว่า "... ถ้าสอนต่อไป อาจารย์จะไม่ได้เงินเดือนขึ้น"  .....    ผมตีความว่า 
    • มูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ ไม่ให้สอน ... เพราะแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่ อ.ยักษ์ เรียนรู้จากในหลวงฯ แล้วเอาไปสอนนั้น สวนทางกับแนวทางการขับเคลื่อนระบบทุนนิยมในประเทศไทยของ ดร.เดวิท ร๊อคกี้เฟลเลอร์ 

ตอบ (ผมตีความ)

ศึกษามาถึงตรงนี้ ผมมีความเชื่อว่า (คนวงในเท่านั้นจะตอบได้ วาสนาน้อยอย่างเรา ขอบังอาจเดาว่า)
  • ทรงมีพระราชประสงค์จะสร้างศูนย์ศึกษาการพัฒนา เพื่อนำพาประเทศไทยไปสู่ "สังคมเศรษฐกิจพอเพียง"  ไม่ใช่ "สังคมเศรษฐกิจทุนนิยม" เหมือนที่ ดร.เดวิท ร็อคกี้เฟลเลอร์ทำที่สถาบันแห่งนั้น และไม่ใช่ "เศรษฐกิจสังคมนิยม" เหมือนระบบคอมมิวนิสต์ 
  • หรือตอบสั้นๆ ด้วยภาษาที่ทรงใช้บ่อยๆ ว่า   นำพาประเทศไปสู่สังคม "เศรษฐกิจพอเพียง" ไม่ใช่ "เศรษฐกิจตาโต" หรือ "เศรษฐกิจหลังเขา" 
  • ซึ่งจะนำไปสู่สังคมที่พอเพียง มั่งคั่ง และยั่งยืน ไ่ม่ส่งผลเสียต่อคนส่วนใหญ่และทรัพยกากรสิ่งแวดล้อมในโลก 
  • ขณะนี้พระองค์ทรงทำสำเร็จแล้ว ทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญ 
    • มีการตั้งเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals, SDGs)  
    • ยกย่องว่า ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือศาสตร์แห่งการพัฒนามนุษย์สู่ความยั่งยืน 
    • กำหนดให้วันที่ ๕ ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันดินโลก 
    • ฯลฯ
ความรู้เพิ่มเติมที่ต้องเข้าใจ (ผมตีความ จากการฟังคลิป อ.ยักษ์)
  • ทรงตั้งใจและจงใจแปลคำว่า "Sufficiency" เป็น "พอเพียง" ผิดจากคำแปลในพจนาณุกรมซึ่งแปลว่า "พึ่งตนเอง" ... อ.ยักษ์ ตีความว่า เพราะทรงจะป้องกันไม่ให้ฝรั่งหรือใครๆ ที่เข้าใจแบบฝรั่ง เข้าใจว่า เศรษฐกิจพอเพียง เป็น เศรษฐกิจหลังเขา หรือเศรษฐกิจสมัยหิน 
  • ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ จ.ฉะเชิงเทรา เป็นศูนย์ศึกษาการพัฒนาแห่งแรกของโลก 
  • ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพีย คือ ปรัชญาในการพัฒนาคน 
  • ทั่วโลกยกย่องว่า ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงคือ ศาสตร์แห่งการพัฒนาคน พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (สหประชาชาติมาถวายรางวัล)
  • การพัฒนาคนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงนั้น เป้าหมายคือ "ความพอเพียง"  หลักการคือ พัฒนาให้คนมีความรู้และใช้ความรู้คู่กับการมีคุณธรรมคือพัฒนาให้คนเป็นคนดี  (อ่านสมการความพอเพียงที่นี่) ขยายความได้ดังนี้ 
    • ต้องใช้ความรู้  (รอบรู้ รอบคอบ และระมัดระวัง)  คือ นำเอาศาสตร์และวิทยาการด้านการบริหารจัดการและสถิติต่างๆ เข้ามาใช้ในการวิเคราะห์วิจัย ศึกษาข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้
      • รอบรู้ คือ รู้จริง รู้จักตนเอง รู้ศัยกภาพ รู้ว่าควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร ที่จะเหมาะสมกับประเทศของตนเอง ฯลฯ 
      • รอบคอบ คือ มีข้อมูลจริง เป็นเหตุเป็นผล มีการศึกษาทดลองอย่างเป็นระบบก่อน ตัดสินใจภายใต้ข้อมูลที่เพียงพอและถูกต้อง มีเหตุผล
      • ระมัดระวัง คือ ใช้ความรู้เพื่อที่จะจัดการความเสีืยง ป้องกันความผิดพลาด อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ฯลฯ อันจะส่งผลให้เกิดภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว 
    • ต้องมีคุณธรรม ต้องพัฒนาคนให้เป็นคนดี มีคุณธรรมประจำตนเอง ประจำบทบาทหน้าที่  รู้ว่าอะไรดีอะไรไม่ดี คุณธรรมสำคัญจำเป็นเบื้องต้นที่ทุกคนต้องมีคือ 
      • ซื่อสัตย์สุจริต เป็นคุณธรรมประจำใจของทุกคน ... ข้อนี้ครอบคลุมศีล ๕ สามข้อ คือ ห้ามลักขโมย ห้ามประพฤติผิดในกาม และห้ามพูดโกหก 
      • ความเพียร เป็นคุณธรรมประจำตัว คือ ต้องลงมือทำ ขยัน อดทน พึ่งตนเอง  เพียรอย่างมีสติ มีปัญญา
      • เอื้อเฟื้อ แบ่งปัน เสียสละ หรือก็คือ ทาน คือการให้  เป็นคุณธรรมประจำสังคม อันจะนำความสามัคคีมาสู่สังคม 
จบเท่านี้ครับ... ยังเหลือที่อยู่ในใจอีกอย่างคือ ๔๐+ ทฤษฎีใหม่ มีอะไรบ้าง .... ท่านใดรู้โปรดชี้แนะด้วยครับ ผมสืบค้นดู ไม่มีใครสรุปไว้ในอินเตอร์เน็ตเลย...