เราต้องจัดกระบวนการศึกษาให้คนไทยไม่เชื่อง่าย (หรือมีวิจารณญาณ) ต่อข่าวสาร ด้วยระบบการศึกษาแห่งศตวรรษที่ ๒๑ ที่ในทางปฏิบัติกระทรวงศึกษาฯ ยังไปไม่ถึง


ข่าวครึกโครมเรื่อง เพลงแร็พ ประเทศกูมี นำสู่บันทึกนี้   ที่เป็นเรื่องของความอดทนอดกลั้นต่อความคิดต่างเห็นต่าง (tolerance)ในโลกยุค VUCA(Volatile, Uncertain, Complex, Ambiguity)

หนังสือ 21 Lessons for the 21stCentury เขียนโดยนักเขียน เบสต์เซลเล่อร์ Yuval Noah Harari   บอกว่าในโลกยุคปัจจุบัน คนเราและสังคม ต้องพัฒนาความอดทนอดกลั้น (tolerance) ต่อความคิดต่างเห็นต่าง     เพราะโลกและสังคมมันซับซ้อน และมีความกำกวม    การที่คนเรามองเห็นต่างกัน คิดต่างกัน จึงเป็นเรื่องธรรมดา     จริงๆ แล้วในยุคนี้คนเราแต่ละคนต้องฝึกมองสิ่งหรือเรื่องต่างๆ ให้เห็นมุมมองหลายมุม หลายมิติ และหลายชั้นของความลึก    

แต่นี่เป็นมุมมองของคนที่เป็นกลางทางการเมืองนะครับ    มีคนเอาเพลงดังกล่าวไปโยงกับการเมืองเรื่องอำนาจ    กลายเป็นอีกประเด็นหนึ่งไปเลย    

มุมมองของคนที่เป็นกลางเรื่องการเมืองเรื่องอำนาจ   แต่สนใจการเมืองเรื่องสันติสุขของบ้านเมือง     มองว่า เราต้องพัฒนาคนไทยให้มีความอดทนอดกลั้นต่อความคิดต่าง เห็นต่าง และแสดงออกต่าง    เราจะเห็นว่าในประเทศที่ประชาธิปไตยก้าวหน้าไปมาก    การเอาประมุขของประเทศมาล้อเลียนหรือเป็นตัวตลก ไม่ถือว่าผิดกฎหมาย     

ที่สำคัญคือ ผู้รับสารต้องมีสำนึกว่า นั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการมอง “ความจริง”   ไม่ใช่ทั้งหมดของความจริงที่ VUCA    

ที่จริงผมไม่รู้เรื่องเพลงนี้เลย    จนโชเฟอร์แท็กซี่เล่าให้ฟังด้วยความสะใจในค่ำวานนี้     ว่าเพลงนี้สะท้อนความจริงในสังคม    แล้วตำรวจจะจับด้วยข้อหาอะไร    

เข้าไปค้นปฏิกิริยาของผู้มีอำนาจในบ้านเมือง    ก็พอจะเข้าใจว่า   เขากลัวว่าจะมีคนใช้เพลงนี้เพื่อการดิสเครดิตทางการเมือง    เพราะเวลานี้แม้เป็นช่วงกึ่งปลอดกิจกรรมทางการเมือง    แต่ทุกฝ่ายก็ทำกิจกรรมแฝง

ไก่เห็นตีนงู  งูเห็นนมไก่ ผู้ถืออำนาจการเมืองจึงสะดุ้ง จากเพลงนี้

คนที่ไม่มีทั้ง “นม”และ “ตีน”ทางการเมือง    จึงออกมา เสนอว่า     เราต้องจัดกระบวนการศึกษาให้คนไทยไม่เชื่อง่าย (หรือมีวิจารณญาณ) ต่อข่าวสาร   ด้วยระบบการศึกษาแห่งศตวรรษที่ ๒๑   ที่ในทางปฏิบัติกระทรวงศึกษาฯ ยังไปไม่ถึง 

วิจารณ์ พานิช           

๒๘ ต.ค. ๖๑