คุรุ พบ คุรุ ปี2 (ตอน..เรียนรู้ที่จะรู้สึกตัวกันเถอะ)อยู่กับครู…ผู้รู้สึกตัว<p>ณ.หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญญโญวันที่ 8-9 ตุลาคม 2561 </p><p>คุรุ 2 ท่าน อ.ประมวล เพ็งจันทร์ กับ อ. อชิระวิชญ์ ภักดิ์โชติพงศ์ (อ.ริว)</p><p>คุรุ แปลว่า ผู้ทำลายความมืด หรือผู้นำพาออกไปจากความมืด </p><p>บันทึกจากการจดด้วยใช้ใจฟัง จึงเป็นความเข้าใจส่วนตัว </p><p>แบ่งปันในส่วนที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะ</p><p> บันทึกนี้ จะเป็นการจับใจ จับประเด็น เกี่ยวกับวิธีการในการฝึกตนที่จะเป็นผู้รู้สึกตัว</p><p>
</p><p>1. การปฏิบัติธรรม คืออะไร??? มีใครเคยตั้งคำถามแบบนี้ในใจบ้างไหม หรือ </p><p>เคยมีคำตอบในใจว่าอย่างไร มาดูคำตอบในแบบของอ.ประมวล เพ็งจันทร์</p><p>
</p><p>การปฏิบัติธรรม คือ การกลับมาสู่ตัวเองและรู้สึกได้ถึงความหมายในตัวเราเอง ซึ่งมิใช่ด้วยการคิด </p><p>หากเป็นภาษาแบบแม่ดาวก็คือ การทำความรู้จักกับตัวเองอย่างแท้จริง </p><p>ไม่รู้คุณรู้ตัวไหม ว่าปัจจุบันพวกเราส่วนใหญ่มักห่างไกล ห่างเหิน หมางเมิน </p><p>เป็นศัตรูกับตัวเอง ทั้งที่ปากก็บอกว่าฉันรักตัวเอง </p><p>
</p><p>2. การปฏิบัติธรรม ทำอย่างไร ต้องปฏิบัติรูปแบบไหนดี ??? </p><p>จะปฏิบัติรูปแบบไหนก็ล้วนดีหมด ขอให้รู้สึกตัว แท้จริงการปฏิบัติธรรมไม่มีรูปแบบ </p><p>เป็นการรู้(สึก)ถึงสภาวะจริงของกายใจตามธรรมชาติ เห็นเหตุของปัจจัยที่ก่อให้เกิดผลภายในใจเรา </p><p>(เห็นความจริง มิใช่ความคิด) รูปแบบไม่สำคัญเท่ากับเนื้อหาภายใน(ใจ).</p><p>สิ่งสำคัญคือ ทำอย่างไรให้รูปแบบนั้น สามารถโอบอุ้มเนื้อหาไว้ได้ </p><p>
</p><p>หลักปฏิบัติ คือ ตัวอยู่ที่ไหน ใจอยู่ที่นั่น รู้กายเคลื่อนไหว รู้ใจคิดนึก ณ ปัจจุบันขณะนี่แหละคือ หัวใจ </p><p>
</p><p>“เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ ทำทีละอย่าง” พระอาจารย์ไพศาลมักสอนเช่นนี้บ่อยๆ </p><p>ยุคนี้เป็นยุคที่ผู้คนมักทำอะไรหลายๆ อย่างพร้อมๆ กัน มีหลายอย่างที่อยากทำและต้องทำ เลยยำรวมทำพร้อมๆ กันไป จริงมั้ย…ตอบ</p><p>แล้วเห็นตัวเองไหมว่าเป็นอย่างไรกับการทำอะไรหลายอย่างพร้อมๆกัน .</p><p>การวางใจในการปฏิบัติธรรม คือ ไม่ตัดสินถูก หรือผิด ชอบหรือชัง อย่าคาดหวังในผลของการปฏิบัติ </p><p>
</p><p>3. รู้สึกตัว คือ อย่างไร จะรู้สึกตัวได้อย่างไร ???.</p><p>ความรู้สึก ยากที่จะอธิบายเป็นถ้อยคำ มิสามารถเข้าใจด้วยการคิด ต้องประสบเองจึงรู้สึกจริงด้วยใจตัวเอง .</p><p>ตอนนี้ มือเราวางอยู่ตรงไหน….ต้องใช้ความคิดไหม เอ…ตอนนี้มือเราวางอยู่ตรงไหนนะ ไม่ต้องคิดใช่ไหม นั้นแหละคือ ความรู้สึกตัว ตอนนี้อากาศร้อนหรือเย็น หรือเป็นอย่างไร ต้องคิดไหม การตอบคำถามแบบนี้เราไม่ต้องใช้ความคิดใช่หรือไหม เราเพียงหยุดรับรู้ รู้สึกตัว ณ ปัจจุบันขณะตามจริง.</p><p>#จิตรู้กายได้โดยไม่ต้องคิด คำสอนหลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ </p><p>
</p><p>4. ในการปฏิบัติ หากเห็นความคิดเกิดขึ้นมาควรทำอย่างไร คิดมากคิดมาย คิดเยอะ คิดแยะ ฟุ้งเหลือเกิน???</p><p>ก็แค่รู้เฉยๆ ไม่ต้องผลักไส ไม่รังเกียจ เป็นธรรมดาเช่นนั้นเอง</p><p>ขอเสริม คำสอนพระอาจารย์ไพศาล ”อะไรที่เธอผลักไสจะคงอยู่…อะไรที่เธอตระหนักรู้จะหายไป” </p><p>ความคิด/อารมณ์ เปรียบเหมือนเมฆ หมอก พายุฝนบนท้องฟ้าที่สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปตามเหตุปัจจัยตามธรรมชาติ จิตเหมือนม่านฟ้ายังคงอยู่เช่นนั้น ไม่ได้เปลี่ยนไป ที่เราเห็นว่าเปลี่ยนแท้จริงไม่ได้เปลี่ยน ยังคงคุณลักษณะเช่นเดิม (จิตเดิมแท้ล้วนปภัสสร) .</p><p>ในตอนแรกๆ ที่อ.ประมวลเริ่มเดินใหม่ๆ (อ.ประมวลเดินเท้าจากเชียงใหม่ไปสมุยบ้านเกิด โดยไม่พกเงินติดตัวเลย อยากรู้เรื่องมากกว่านี้ แนะนำอ่านหนังสือ เดินสู่อิสรภาพของอ.ประมวลนะคะ) อาจารย์ตั้งใจว่าหากเมื่อใดเห็นความคิดเกิดขึ้น อาจารย์จะหยุดสาธยายมนต์สวดปรมิตาจนสงบแล้วจึงเดินต่อ แรก ๆ ต้องหยุดสาธยายมนต์บ่อยมาก? อันนี้เป็นวิธีการในแบบของอาจารย์ .</p><p>โดยส่วนตัวเวลาเห็นความคิด/อารมณ์เกิดขึ้น ยิ่งหากเป็นด้านลบก็จะกลับมาสู่ฐานกาย ดูลมหายใจ ดึงลมหายใจให้ยาวขึ้น ลึกขึ้น ทำวนไป และรับรู้ถึงสภาวะร่างกายในส่วนอื่นๆ เช่น คิ้วขมวดก็จะคลายออก ปากคว่ำ ก็อมยิ้มน้อยๆ ไหลตึงก็ผ่อนคลาย มือกำแน่น ก็กำแบผ่อนคลายออกสบายๆ ถ้าความคิดจัดหนัก คิดโกรธสุดๆ จะหาวิธีใช้ร่างกายเยอะๆ เช่น ขัดห้องน้ำ ออกไปวิ่ง ฯลฯ .</p><p>อันที่จริงไม่ว่าความคิดบวก ลบ หรือเฉยๆ ก็ไม่ต้องให้ค่ากับมันแค่เห็นว่ามันเกิดขึ้น ไม่ตาม ไม่ต้าน รู้ซือๆ ไม่ตัดสิน ไม่ตีความ.5. ปฏิบัติธรรมเวลาใดดีที่สุด???</p><p>เวลาที่มีความเศร้าโศกเสียใจ เวลาที่มีความไม่สบายกายไม่สบายใจ มีความคับแค้นใจ เวลาที่ประสบกับสิ่งไม่เป็นที่รักที่พอใจ เวลาที่เจอความพลัดพรากจากสิ่งเป็นที่รักที่พอใจเวลาที่มีความปรารถนาสิ่งใด แล้วไม่ได้สิ่งนั้น.</p><p>สรุปสั้น คือ #เวลาที่เป็นทุกข์ คือ #เวลาที่ดีที่สุดในการปฏิบัติธรรม</p><p> 6. อย่างไรถึงจะเรียกว่า สมดุล พอดี ที่ว่าการปฏิบัติควรอยู่บนทางสายกลาง???</p><p>หากเปรียบการปฏิบัติเหมือนการเรียนขับรถยนต์ ตอนแรกๆ ที่เราเรียนขับรถยนต์ ครูสอนบอก ให้เหยียบคลัชให้สุด ใส่เกียร์ เหยียบคันเร่งและปล่อยคลัชให้พอดีกัน ให้รถเคลื่อนไป ไม่ดับ เลี้ยงคลัชให้พอดี ตอนแรกๆ เรารู้ได้เลยไหมว่า “พอดี” คือเหยียบแค่ไหนยังไง เราใช้การคิดแล้วทำได้ไหม หรือต้องใช้การลองทำ ดับๆ ติดๆ ไปจนรู้สึกได้ถึงความพอดีด้วยความรู้สึกเราเอง นี่แหละคือคำตอบ</p><p>
</p><p> 7. การปฏิบัติธรรม คือ การอยู่กับชีวิตในปัจจุบันอย่างเบิกบาน</p><p>
</p><p>8. ในระหว่างการเดินทาง(ใช้ชีวิต) อย่าลืม #การหยุดเพื่อพัก ผ่อนคลาย เติมพลัง อย่ามัวห่วงแต่จุดหมาย มุ่งจะเดินไปให้ถึง จนลืมความเบิกบาน ณ ปัจจุบันขณะ เหนื่อยนัก ก็พักก่อนนะ ฟื้นฟูร่างกายและจิตใจแล้วค่อยไปต่อ? +เก็บพรของอ.ประมวลมากฝากค่ะ เมื่อใดที่ประสบเหตุการณ์ใด เจอผู้คนเช่นไร ไม่ว่าดีร้าย โปรด #ตบอกตัวเองแล้วบอกตัวเอง(ในใจ) #ช่างมีความสุขเหลือเกิน</p><p>โกรธจัดตบแรงๆ อกเรานะ ไม่ใช่อกเขา? ท่องคำไว้ เรียกสติ???เข้าใจค่ะ ว่าปุถุชนเยี่ยงเรานั้นมันก็ยากกกกกที่จะรู้สึกเช่นนี้ได้จริง มันก็ต้องเริ่มจากการดัดจริตกันไป ทำไปเรื่อยๆ ฝึกบ่อยๆ ก็จะค่อยๆ ชินและฟินไปเอง.</p><p>ถ้าให้อธิบายเองตามความเข้าใจ ก็ประมาณว่า ”สิ่งใดเกิดขึ้น สิ่งนั้นดีเสมอ” .</p><p>อาจารย์ฝากบอกให้ทุกคน โปรดถอนคำสาปให้ตัวเอง คำสาป คือความคิดปรุงแต่งทั้งหลายที่เราปรุงขึ้นเพื่อทำร้ายใจเราเอง ซึ่งเราไม่ได้ตั้งใจหรอก เราก็แค่ลืม(รู้สึก)ตัว.</p><p>สร้างความเชื่อมโยงโลกภายในกับโลกภายนอกให้สมดุลแล้วจะพบความหมายที่อัศจรรย์</p><p>จบล่ะ ยาวอีกเช่นเคย </p>
คุรุ พบ คุรุ ปี 2 ตอน เรียนรู้ที่จะรู้สึกตัว
1 คนชอบ
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
พิมพ์สุณัชญา · 14 ต.ค. 2561
พิมพ์สุณัชญา · 14 ต.ค. 2561
คุณแม่ดีดี · 14 ต.ค. 2561
พิมพ์สุณัชญา · 14 ต.ค. 2561
ดอยจ๋า · 14 ต.ค. 2561
นาย ณัฐพล ศรีโสภณ · 14 ต.ค. 2561
