การตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ นำการผลิต ด้วยความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม
เขียนหัวข้อบันทึกเช่นนี้ คงไม่ต้องมี กระทรวงเกษตรอินทรีย์และสหกรณ์ และธนาคารเพื่อการเกษตรอินทรีย์ หรอกครับ
เพราะเรื่อง นี้อาจเกิดขึันในอีก 20 ปีข้างหน้า
แต่แนวโน้มในขณะนี้ประชาชนคนไทย และชาวโลก เริ่มตระหนักถึงพิษภัยร้ายของ สารเคมีพิษเพื่อการเกษตร มากขึ้นเรื่อย ๆ และทราบว่างบประมาณของประเทศต้องเสียไปกับการรักษาผู้ป่วยเนื่องจากการใช้สารเคมีพิษ เพื่อการเกษตร และผู้ป่วยเนื่องจากการบริโภคผลิตผลการเกษตรที่ปนเปื้อนสารเคมีพิษ เพื่อการเกษตร เป็นจำนวนมากเพิ่มขึ้นในแต่ละปี ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงผู้พิการจากการได้รับผลกระทบจากสารเคมีพิษ เพื่อการเกษตรเหล่านี้
แต่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ของโลกนั้นสูงมาก การที่จะให้สารเคมีพิษเพื่อการเกษตร หมดไปจากวงจรการผลิตสินค้าเกษตรของประเทศไทย นั้นต้อง ลด ละ และเลิกในที่สุด แต่หากเราจับกับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ IFOAM เลยในทีเดียว กระบวนการลดการใช้สารเคมีพิษ เพื่อการเกษตรจะถูกข้ามไป กลายเป็นเลิกไปเลย ก็จะมีเกษตรกรไม่เปลี่ยนไปเป็นเกษตรอินทรีย์เพราะต้นทุนสูง เป็นไปได้ยาก ช่วงเปลียนผ่านเกษตรกรรายย่อยจะลำบากมาก
ขั้นตอนการลด ละ อย่างค่อยเป็นค่อยไปจะกระทำได้โดย ใช้เกษตรอินทรีย์มาตรฐานบรรพชนก่อนแล้วจึงไปสู่มาตรฐาน IFOAM และบอกกล่าวให้ผู้บริโภคเข้าใจ ตัวของเกษตรกรเองนั้นเป็นผู้มีจิตใจดี หากทราบว่าผลิตไปแล้วจะเป็นอันตรายแก่ตัวเค้าเอง และญาติ พี่ น้อง หรือเพื่อนร่วมโลกแล้ว เค้าก็จะไม่พยายามใช้สารเคมีพิษเพื่อการเกษตรอย่างแน่นอน ต้องให้ความรู้และหาวิธีการอยู่รอดให้เกษตรกร โดยอาศัย ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม
ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมนั้น หากใช้ของคนไทยอย่างเดียว ก็อาจจะช้าไป คงต้องเสาะหานวัตกรรมของทั้งโลกเพื่อนำมาเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์ (การพัฒนา) ในครั้งนี้ เพื่อให้สำเร็จโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยขอให้ใช้คนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา เมื่อการนี้สำเร็จเป็นเกษตรอินทรีย์มาตรฐานที่คนไทยไม่ต้องเจ็บป่วยด้วยสารเคมีพิษเพื่อการเกษตร ก็จะทำให้นโยบายการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ นำการผลิตสำเร็จ ประชาชนก็จะมีความสุขมากยิ่งขึ้น ครับ
พีระพงศ์ วาระเสน
5 ตุลาคม 2561
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง
https://www.gotoknow.org/posts...