ช่วงนี้ผมได้อ่านหนังสือดีๆ หลายเล่ม บางเล่มได้เขียนบันทึกไว้แล้ว เช่น (๑) (๒)
นอกจากนั้นยังมีคนเอาหนังสือมาให้อยู่เนืองๆ อ่านแล้วเกิดความรู้สึกเปรียบเทียบ ว่า หนังสือบางเล่มแค่เล่าเหตุการณ์ และมีภาพประกอบ อ่านแล้วรู้ว่าสภาพสมัยนั้น คนในฐานะเจ้าอยู่กันอย่างไร แต่งกายอย่างไร บ้านเรือน และบ้านเมืองเป็นอย่างไร เป็นหนังสือ descriptive และไม่เห็นบริบทครบ เพราะไม่เห็นชีวิตคนทั่วไป
หนังสือ The Last Lecture (3) เขียนโดย Randy Pausch ผมอ่านฉบับภาษาอังกฤษ พบว่า ให้ความรู้ที่ลึก ลึกเข้าไปในความรู้สึกนึกคิด และวิธีครองตน เพราะเป็นหนังสือที่ตั้งใจเขียนให้ลูกอ่านเมื่อตนตายไปแล้ว อ่านสังเกตให้ดีๆ จะพบประเด็นด้านการศึกษาหรือการเรียนรู้แทรกอยู่เป็นระยะๆ เพราะผู้เขียนเป็นศาสตรจารย์มหาวิทยาลัย
ยกตัวอย่างประเด็น head fake ในหน้า ๑๒๗ ซึ่งน่าจะตีความเป็นไทยได้ว่า เป็นกุศโลบายในการสอนหรือการเรียนรู้ ที่ให้นักเรียนทำสิ่งหนึ่งที่เป็นรูปธรรม เพื่อการเรียนรู้วิชาหรือทฤษฎี/หลักการ ที่เป็นนามธรรม เช่น ให้นักเรียนประถมเรียนวิชาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยเรียนแบบลงมือทำ (PBL – Project-Based Learning) โดยมีเป้าหมายลึกๆ ซ่อนอยู่คือ Civic Learning – เรียนเพื่อพัฒนาความเป็นพลเมือง
ครูอาจารย์ต้องเข้าใจเรื่องhead fake และนำมาใช้ออกแบบการเรียนรู้แก่ศิษย์
หนังสือเล่มใหม่เอี่ยมของนักประวัติศาสตร์ภาพใหญ่แห่งยุคYuval Noah Harari ชื่อ 21 Lessons for the 21stCentury เป็นตัวอย่างของคน“คิดลึก” ที่จะช่วยให้ผู้อ่านได้ “เรียนลึก” ผมเพิ่งอ่านสองบทแรก ติดใจการสรุปอุดมการณ์ของการปกครอง ที่บอกว่ามี ๓ อุดมการณ์ คือ อุดมการณ์ ฟาสต์ซิสต์, อุดมการณ์คอมมิวนิสต์, และอุดมการณ์เสรีนิยม ที่ค่อยๆพ่ายแพ้ไปทีละอุดมการณ์ จนราวๆ ค.ศ. 1990 ก็เหลือเฉพาะอุดมการณ์เสรีนิยม บัดนี้มีเค้าว่า อุดมการณ์เสรีนิยม ก็จะล่มสลายอีก
ผมถียง ว่าจริงๆ แล้วเขาเอ่ยถึงอุดมการณ์ที่ ๐ คือ จักรวรรดิ์ (imperialism)หรือลัทธิเจ้า ที่ตายไปกับสงครามโลกครั้งที่ ๑
โปรดสังเกตว่า สภาพสังคมในโลกเราไม่ได้แบ่งยุค/อุดมการณ์ชัดเจนเหมือนเส้นจราจร แต่ยังคงมีสังคมทั้ง ๔ อุดมการณ์อยู่ในโลกปัจจุบัน ที่เราเรียกว่ายุค ก หมายความว่าอุดมการณ์ ก เด่น หรือครองโลก
สังคมไทยอยู่ในอุดมการณ์ไหน เชิญตีความเอง
หนังสือสองเล่มหลัง เขียนแบบ analytic และ speculative โดยผู้เขียนมีความสามารถพิเศษในการมองประเด็นลึกและเชื่อมโยงหลายชั้น บางประเด็นอาจลึกถึงสิบชั้น เป็นแนวที่ผมหลงใหล และมุ่งฝึกฝนตนเอง แต่ผมทำได้อย่างมากก็สามชั้น
หนังสือเล่มสุดท้าย บทที่ 19. Education บอกชัดเจนว่า การศึกษายุคนี้ต้องเน้น deep learning ไม่ใช่ เน้นเรียนความรู้หรือข้อมูล แต่เน้นเรียนการคิด คิดให้ได้ซับซ้อน หลายชั้น และคิดเชื่อมโยงออกไปหลายชั้น เพื่อให้สามารถเรียนรู้และปรับตัว ไปดำรงชีวิตในอนาคตที่แตกต่างจากตอนเรียนในสถานศึกษา อย่างไม่สามารถคาดเดาได้
วิจารณ์ พานิช
๒๔ ก.ย. ๖๑