ชีวิตที่พอเพียง 3262. ความริเริ่มสร้างสรรค์


หนังสือ Creativity : Flow and the Psychology of Discovery and Invention (1996)  เขียนโดย Mihaly Csikszentmihalyi  อธิบายสภาพ creative flow ที่คนเราควรทำความเข้าใจ และนำมาฝึกฝนตนเอง

creative flow เป็นสภาพจิตใจที่ ความคิดหลั่งไหลออกมาจากสมอง โดยไม่ต้องออกแรงหรือใช้ความพยายาม   ลืมเวลา ลืมวันลืมคืน  

นี่คือศักยภาพแฝงเร้น ที่มนุษย์ทุกผู้ทุกนามมี    และผู้เขียนแนะนำพลังส่งเสริมเชิงระบบ (system) ให้มีความสามารถใช้พลังแฝงเร้น ด้านความริเริ่มสร้างสรรค์ นี้ ในการสร้างสรรค์ให้แก่สังคมได้    โดยมี ๓ ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่  domain, field, และ person    โดยที่ทั้งสามปัจจัยมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างซับซ้อน    รวมทั้งมีปัจจัยด้านความบังเอิญหรือโชคช่วยอยู่ด้วย    

Domain หมายถึง สาขาที่ความสร้างสรรค์เกิดขึ้น เช่น คณิตศาสตร์  ดนตรี    ในแต่ละ Domain  มี Field หรือบทบาทกำกับการยอมรับ (gate keeper) ความริเริ่มสร้างสรรค์ใน domain นั้น    เช่น ใน domain ด้าน visual arts  มี ครูศิลปะ,   ภัณฑารักษ์ในพิพิธภัณฑ์ (museum curator),   และ หน่วยงานด้านศิลปะของรัฐ เป็นกลไกกำกับการยอมรับ (gate keeper)      

ตัวบุคคล (person) เป็นหน่วยย่อยสุดในระบบสร้างสรรค์    การสร้างสรรค์เกิดขึ้นเมื่อบุคคล ใช้เครื่องมือของ domain ในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่   เช่นดนตรีแนวใหม่   และสิ่งใหม่นั้น ได้รับการยอมรับจากกลไกกำกับการยอมรับ

ปัจจัยแรกที่เอื้อให้ปัจเจกบุคคลสร้างผลงานสร้างสรรค์ คือปัจจัยด้านพันธุกรรม   หรือปัจจัยด้านโอกาสเข้าไปอยู่ใน domain หรือวงการที่ตนชอบและมีความถนัด    ปัจจัยทั่วไปด้านเศรษฐฐานะที่ดี  มีการศึกษาดี เป็นพื้นฐานสนับสนุน  

โอกาสเข้าถึง field   หรือมี connection ใน field    และผ่านกลไกกำกับการยอมรับ    ก็มีส่วนสำคัญต่อการสร้างผลงานสร้างสรรค์    มีตัวอย่างอัจฉริยะจำนวนมาก ที่ตอนมีชีวิตอยู่ไม่มีชื่อเสียง    หลังตายไปแล้วหลายสิบปีจึงได้รับการยกย่องจากกลไกกำกับการยอมรับใน field นั้นๆ    ซึ่งบางทีเราใช้คำว่า ท่านผู้นั้น “เกิดก่อนเวลา”

ข้อจำกัดอีกอย่างหนึ่งของคนมีความสร้างสรรค์สูงระดับอัจฉริยะ คือ ความขัดแย้ง    คนลักษณะนี้มักก่อความขัดแย้งกับผู้ทรงอำนาจใน field    และมักเป็นคนที่มีความซับซ้อน  และมีบุคลิกขัดแย้งภายในตนเอง     เป็นคนสองบุคลิก เช่นเป็นทั้งคน introvert  และ extrovert   

เช่นเดียวกันกับคนที่มีความสร้างสรรค์สูงที่มีความซับซ้อนในตัว    กระบวนการสร้างสรรค์ก็มีความซับซ้อนยิ่ง    และกระบวนการสร้างสรรค์ในแต่ละ domain ก็มีลักษณะเฉพาะตัว    และมีกระบวนการได้หลายแบบ แต่พอจะสรุปขั้นตอนของกระบวนการสร้างสรรค์โดยทั่วไป ออกได้เป็น ๕ ขั้นตอน  ได้แก่

  • Preparation   เป็นขั้นตอนเกิดความสนใจ  
  • Incubation   พุ่งเป้าสู่การสร้างสรรค์   
  • Insight   เกิดความคิดใหม่  
  • Evaluation  ประเมินว่าสมควรขยายผลหรือไม่
  • Elaboration   เป็นขั้นตอนนำการสร้างสรรค์ออกสู่การใช้ประโยชน์ในวงกว้าง

แหล่งความคิดสร้างสรรค์มาจาก ๓ ทางคือ  (๑) ประสบการณ์ส่วนตัว  (๒) domain ของกิจกรรม  (๓) field ของการสร้างสรรค์ 

ประสบการณ์ส่วนตัวที่เต็มไปด้วยอารมณ์ (เช่น ความรัก ความผิดหวัง ความตาย) เป็นแหล่งความคิดสร้างสรรค์    การบันทึกความรู้สึกส่วนตัวไว้    เป็นตัวช่วยความคิดสร้างสรรค์   

Domain เป็นแหล่งพลังสร้างสรรค์    ซึ่งมักเกิดจากบุคคลไม่เห็นพ้องกับความเชื่อหรือแนวปฏิบัติที่ยึดถือกันอยู่ใน domain นั้น    และหาทางเป็นกบฏต่ออำนาจในขณะนั้น   

คน (people) ใน creative field  มีส่วนเติมพลังสร้างสรรค์ เช่น อาจารย์  เพื่อนนักศึกษา  เพื่อนร่วมงาน  และพี่เลี้ยง (mentor)   เหล่านี้มีส่วนส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์    นอกจากนั้นยังมีกลไกการประชุมที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ เช่นนักวิทยาศาสตร์ใช้การอ่านวารสาร การสัมมนา  การประชุม  และการประชุมปฏิบัติการ เป็นตัวช่วย    หลักการคือ คนเราจะมีความคิดสร้างสรรค์ได้ ต้องเรียนรู้ต่อยอดจากความรู้ที่มีอยู่แล้ว

คนมีความริเริ่มสร้างสรรค์ มีโอกาสตกอยู่ในสภาวะ flow ระหว่างทำงาน    เป็นสภาวะที่จิตใจมุ่งมั่นอยู่กับเป้าหมาย  ที่ชัดเจนขึ้นมาก    และเป็นช่วงเวลาที่มีความสนุกพึงพอใจสุดสุด   จนคล้ายชีวิตอยู่เหนือกาลเวลา    เป็นแรงดึงดูดให้ทำงานสร้างสรรค์    

สภาวะ flow มี ๙ องค์ประกอบ    ที่สำคัญยิ่ง ๓ ตัวคือ (๑) มองเห็นเป้าหมายชัดเจนในทุกขั้นตอน  (๒) บุคคลที่สร้างสรรค์ได้รับ feedback หรือ feedback ตนเองได้ ทันทีในทุกขั้นตอนการทำงาน  และ (๓) flow ทำให้เวลาบิดเบี้ยว  เวลา ๑ ชั่วโมงอาจรู้สึกเหมือน ๕ นาที    ผู้อยู่ใน flow  ไม่มีความคิดเรื่องอดีตและอนาคต มีแต่ปัจจุบันขณะ  

จะผลิตผลงานสร้างสรรค์ที่ยิ่งใหญ่ได้ ผู้นั้นต้องอยู่ในสถานที่ที่เหมาะสมถูกต้อง  ณ เวลาที่ถูกต้อง    

คนมีความสร้างสรรค์สูงเป็นพิเศษ มีทั้งที่เกิดมามีพรสวรรค์    และที่เรียนรู้สร้างพรแสวงให้แก่ตนเอง     มีเด็กจำนวนหนึ่งที่สมองดีเป็นพิเศษ แต่ไม่เป็นคนมีความสร้างสรรค์   

คนมีความสร้างสรรค์สูง  อาจไม่ได้ทำงานตามที่ตนเรียนมาจากมหาวิทยาลัย    แต่ได้สร้างเส้นทางชีวิตการสร้างสรรค์ของตนเอง    เท่ากับเป็นผู้สร้าง domain ใหม่ขึ้นมาเอง    และที่สำคัญ ความสร้างสรรค์ไม่ได้ลดลงตามอายุ    ในหลายกรณีเมื่ออายุมากขึ้น ยิ่งมีพลังสร้างสรรค์เพิ่มขึ้น   

ความริเริ่มสร้างสรรค์เป็นคุณสมบัติของความเป็นมนุษย์     และยิ่งนับวันการดำรงชีพของมนุษย์ก็ยิ่งอิงอาศัยความสร้างสรรค์มากขึ้น    โดยคนเราสามารถฝึกความสร้างสรรค์ โดยจัดเวลาให้ตนเองได้หยุดพักจากงานประจำ และสังเกตสภาพแวดล้อมโดยรอบตัว    รวมทั้งมีเวลาใคร่ครวญสะท้อนคิดอย่างลึก    รวมทั้งฝึกสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ตนเอง   

วิจารณ์ พานิช

๒ ส.ค. ๖๑

บนรถแท็กซี่จากสนามบินสุวรรณภูมิกลับบ้าน


 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)