เดือนนี้ เดือนธันวาคมแล้วนะคะ  เอาใจคอฝรั่งหน่อยก็เลยเอาเรื่องต้นคริสต์มาสมาฝากกัน

ตอนเด็กๆ เป็นคนชอบต้นคริสต์มาสมาก (เราเกิดวันคริสต์มาส)

เวลาดูหนังฝรั่งก็จะชอบดูต้นไม้ ที่เขาตกแต่งสวยๆ แล้วมีของขวัญเต็ม แบบว่าอยากได้มั่งจัง

พอวันนี้ จู่ๆ ก็นึกขึ้นมาได้ว่าเราไม่เคยรู้เลยนี่นา ว่าต้นคริสต์มาสนี้มีประวัติมาจากไหน

ก็เลยลองหาข้อมูลดู ตัวเองได้รู้ แล้วจะได้เล่าให้ ฟังด้วยไง

 

ต้นคริสต์มาสนี้เป็นธรรมเนียมของชาวคริสต์

เริ่มต้นขึ้นในประเทศเยอรมนีเมื่อประมาณ 1,000 ปีมาแล้ว

เมื่อนักบุญชื่อว่า เซ้นต์ โบนิเฟส (St. Boniface) ถูกสั่งให้ตัดต้นโอ๊คด้วยเหตุผลทางศาสนา

นักบุญหนุ่มตัดต้นโอ๊คลง แต่แล้วเขาก็ต้องตื่นเต้น

เมื่อเห็นต้นไม้เล็กๆ เติบโตอยู่ที่บริเวณรากของต้นโอ๊ค

เขาจึงเชื่อว่านั่นคือสัญลักษณ์แห่งความโชคดี

ความเชื่อนี้เริ่มเป็นที่แพร่หลายเมื่อศตวรรษที่ 16

และชาวคริสต์ก็ได้นำต้นไม้นี้เข้ามาไว้ในบ้านเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของวันคริสต์มาส

 

ก็เรียกว่า ความเชื่อเรื่องต้นคริสต์มาสนี้มาจากเยอรมนีนี่เอง

ว่ากันว่าทั้งประเพณี เพลงต่างๆ หรือแม้แต่เรื่องของซานต้าคลอส ก็มาจากที่นี่ด้วยเช่นกัน

แต่ว่าความเป็นคริสต์มาสนี้เริ่มแผ่ขยายเข้าไปอังกฤษ

เมื่อควีนวิคตอเรีย ไปเยี่ยมพระญาติของพระองค์ที่อาศัยอยู่ที่เยอรมนี

จากนั้น พระองค์ได้ทรงสยุมพรกับเจ้าชายอัลเบิร์ท

หลังจากนั้น เจ้าชายอัลเบิร์ทได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินกลับไปที่ประเทศอังกฤษร่วมกับพระองค์ 

และนั่นเอง เป็นที่มาของการนำต้นคริสต์มาสเข้าไปในอังกฤษ

 

ซึ่งแน่นอนว่าได้ชาวอังกฤษประทับใจมาก

ต้นไม้แบบธรรมดาๆ นี้ ได้ถูกตกแต่งด้วย ออร์นาเมนต์ สวยๆ

หลังจากนั้น ธรรมเนียมของต้นคริสต์มาสก็เปลี่ยนไป

จากต้นเปล่าๆ กลายเป็นต้องมีออร์นาเมนต์ประดับ

บางคนก็ใช้สายรุ้ง หรือสายสร้อย พันกันให้สวยงาม

หรือแม้แต่ติดไฟราวให้ดูหลากสีสันสดใสด้วย

 

   คงสงสัยแล้วล่ะสิ ว่าแล้วอเมริกาล่ะ รู้ธรรมเนียมนี้ได้อย่างไร

ต้นคริสต์มาสเผยแพร่เข้าไปในประเทศนี้เมื่อปี 1890 โดยพ่อค้าออร์นาเมนต์จ้า

เพราะขณะนั้น ชาวเยอรมันคิดค้นออร์นาเมนต์ขึ้นมากว่า 5,000 แบบแล้ว

เรียกว่าเยอะมากทีเดียว และพวกเขาก็อยากจะขยายตลาดให้มากขึ้น

ก็เรียกว่าคงขายดิบขายดีกันทีเดียวล่ะ

และนั่นก็เป็นตำนานหนึ่งของประเพณีที่สืบทอดกันมาทั่วโลก ^ ^