GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

คตส.รับสอบภาษีมือถือ เอาผิดหมอเลี้ยบ-สมคิด


คตส.รับสอบภาษีมือถือ เอาผิดหมอเลี้ยบ-สมคิด

http://manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9490000148059
 


โดย ผู้จัดการรายวัน
 1 ธันวาคม 2549 00:26 น.
 


       คตส.เตรียมสอบ "เอไอเอส –ดีแทค–ทรู" เลี่ยงจ่ายภาษีสรรพสามิต 4 ธ.ค.นี้ เป็นคดีที่ 13 “แก้วสรร” เป็นงง ทีโอที-กสท. เสียประโยชน์หลายหมื่นล้านแต่ทำเฉย เครือข่ายผู้บริโภค-อจ.มหาวิทยาลัย ยื่นฟ้อง กทช.ต่อศาสปกครองฐานทำชาติเสียหายนับแสนล้าน นายกฯ สั่งไอซีทีตั้งกรรมการ 3 ฝ่าย สางปัญหาสัญญาเชื่อมโยงโครงข่ายโทรคมนาคม “นาม” บี้นักการเมืองหากินเงินหวย ด้าน ป.ป.ช. ตั้งกล้านรงค์เป็น ปธ.อนุฯ ตรวจสอบความมีอยู่จริงของทรัพย์สินและหนี้สิน "แม้ว"
      
       ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เมื่อเวลา 14.30 น. นายวัฒนะ เอี่ยมบำรุง ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ได้เข้ายื่นเรื่องต่อนายแก้วสรร อติโพธิ เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) เพื่อขอให้ตรวจสอบหาผู้กระทำผิดกรณีไม่ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกาเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตกิจการโทรคมนาคม
      
       นายวัฒนะ กล่าวว่า ในความเห็นของกฤษฎีการะบุว่าเมื่อคู่สัญญาภาคเอกชนเป็นผู้ประกอบกิจการสถานบริการสำหรับกิจการโทรคมนาคมที่ได้รับอนุญาตหรือสัมปทานจากรัฐแล้ว จึงมีหน้าที่เสียภาษี และมีหน้าที่ยื่นแบบรายการภาษี และชำระภาษีสรรพสามิตตามกฎหมาย แม้ในสัญญาร่วมการงานจะกำหนดให้หน่วยงานของรัฐ หรือบุคคลใดเป็นผู้เรียกเก็บค่าบริการจากประชาชนผู้รับบริการก็ตาม ก็เป็นเรื่องข้อตกลงที่มีผลผูกพันกันระหว่างคู่สัญญาไม่มีผลเปลี่ยนแปลงหน้าที่ที่บุคคลนั้นพึงมีตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิตแต่อย่างใด
      
       “จากคำวินิจฉัยข้างต้น ตามข้อเท็จจริง ทางครม.ไม่ได้มีการแก้ไขให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งทำให้บริษัทกสท. ซึ่งเป็นคู่สัญญาของบริษัทดีแทคและทรูยังต้องแบกภาระเป็นผู้ยื่นแบบ และเป็นผู้เสียภาษีสรรพสามิตแทนคู่สัญญาที่เป็นผู้รับสัมปทาน ทำให้กสท. ซึ่งเป็นบริษัทรัฐวิสาหกิจซึ่งกรทรวงการคลังถือหุ้นอยู่เกิดความเสียหาย ดังนั้นอยากให้คตส.หาผู้กระทำผิดจากการที่ครม. รมว.คลัง รมว.ไอซีที อธิบดีกรมสรรพสามิตที่รับผิดชอบในรัฐบาลชุดที่แล้ว ที่ไม่ดำเนินการตามคำวินิจฉัยของกฤษฎีกาด้วย” นายวัฒนะ กล่าว
      
       นายวัฒนะ กล่าวอีกว่า ตนทราบมาว่านายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต ในตอนนั้นยังเป็นประธานบอร์ดทีโอที.ด้วย จึงต้องการให้ตรวจสอบว่าจะมีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ ซึ่งขณะนั้นน.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เป็นรมว.ไอซีที ส่วนรมว.คลัง ตนไม่แน่ใจว่าจะเป็นนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ หรือ ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฎ์
      
       อย่างไรก็ตาม รายได้ที่กสท.ที่จะได้รับจากคู่สัญญาเอกชนจาก 2 บริษัทดังกล่าวคิดเป็น 20% เมื่อหักภาษีสรรพสามิต 9% รายได้จริงของกสท.ที่จะได้รับจะเหลือเพียง 11% เท่านั้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประเมินตัวเลขของรายรับที่สูญเสียไป ซึ่งภาระภาษีสรรพสามิต 9% ควรต้องเป็นของบริษัทคู่สัญญาที่ต้องจ่ายตรงให้รัฐ ไม่ควรให้กสท.เป็นจ่ายไปก่อน
      
       นายวัฒนะ กล่าวว่า ส่วนที่บริษัทคู่สัญญาจะขึ้นราคาค่าบริการโทรศัพท์กับผู้บริโภค ถือว่าไม่ถูกต้อง เพราะบริษัทดังกล่าวได้รับสัมปทาน โดยในระหว่างที่ได้สัมปทานผูกขาดบริษัทอื่นรวมทั้งกสท.ไม่สามารถเข้าแข่งขันได้ จึงถือว่าตลอดช่วงสัมปทาน บริษัทดังกล่าวมีรายได้ล้นเหลือคุ้มค่ากับสัญญาอยู่แล้ว ทั้งนี้ทางสหภาพ กสท.จะไปหารือสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจบริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) เพื่อรวมตัวกันเข้ายื่นหนังสือต่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อดูแลผู้บริโภคหากต้องมีการขึ้นราคาค่าบริการโทรศัพท์ พร้อมทั้งให้ข้อมูลการคำนวนต้นทุนของบริษัทคู่สัญญาในการคิดอัตราค่าบริการที่เป็นธรรมกับผู้บริโภค
      
       ด้านนายแก้วสรร กล่าวว่า ตนได้หารือกับนายนาม ยิ้มแย้ม ประธานคตส.แล้ว เห็นตรงกันว่าจะนำเรื่องนี้เสนอเข้าที่ประชุมคตส.ชุดใหญ่ในวันจันทร์ที่ 4 ธ.ค. เพื่อให้รับเรื่องนี้เอาไว้พิจารณา เพราะก่อนหน้านี้ทางทีโอที.ก็เคยมายื่นเรื่องเอาไว้แล้ว ปัญหาเรื่องนี้ถือเป็นปัญหาข้อกฎหมาย เนื่องจากคณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นมาแล้ว แต่กลับลอยหายไปเฉย ๆ โดยคนที่ต้องออกมาสู้เรื่องนี้ต้องเป็นทีโอที และกสท. แต่ทำไมกลับยังเฉยอยู่
      
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจบริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) ได้เข้ายื่นหนังสือกรณีรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ออกพ.ร.ก.พิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต เมื่อปี 2546 ทำให้บริษัทเอไอเอส ไม่ต้องจ่ายภาษีสรรพสามิต จำนวน 3 ปี ปีละ 6 พันล้านบาท รวมเป็น 1.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายแก่ทีโอที
      
       นายนาม ยิ้มแย้ม ประธาน คตส. กล่าวถึงการตรวจสอบโครงการ ออกสลากพิเศษ 2-3 ตัวว่า คตส.ยังคงดำเนินการตรวจสอบต่อไป และหากรัฐบาลมีความชัดเจน คตส.จะพิจารณาอีกครั้ง ทั้งนี้ ส่วนที่เกรงกันว่าหากกฎหมายมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขจะลบล้างความผิดทีผ่านมาในอดีตได้นั้น ตามมาตรา 2 กฎหมายอาญาระบุชัดเจน หากเรื่องการออกหวยไม่ผิด มันก็ลบล้างไป แต่ว่าเรื่องการใช้เงินที่ได้มามีการนำไปใช้ในทางที่ไม่ถูก มันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่ คตส. ตรวจสอบอยู่ว่าเงินที่ได้จากการขายหวยเอาไปใช้ถูกต้องตามระเบียบหรือไม่ ถือเป็นหลักใหญ่ อาทิ กรณีการให้ใครไปบริจาคถวายให้วัดเมื่อต้นปีก่อน แล้ววัดมาร้องว่าได้เงินแค่ครึ่งเดียวตามที่เป็นข่าวก็ต้องสอบ
      
       นายอำนวย ธันธรา ประธานคณะอนุกรรมการตรวจสอบการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์ 9000 กล่าวถึงการเชิญนายวรพจน์ ยศะทัตต์ หรือเสี่ยเช กรรมการผู้จัดการบริษัทแพทริออตบิสซิเนส คอนซัลแทนด์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายเครื่องมือตรวจจับวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์ 9000 ของบริษัทอินวิชั่น เทคโนโลยีจำกัด มาสอบปากคำว่า ได้ข้อมูลพอสมควรโดยต้องถือว่าเขาเป็นหนึ่งในพยาน เราคงไปหักหลังเขาไม่ได้ โดยทางคณะอนุกรรมการฯ มีเทคนิคในการสอบปากคำอยู่ แม้ว่านายวรพจน์ จะพูดเยอะแต่เราก็พอจับทางได้ ส่วนที่จับไต๋แล้วอะไรนั้นตนคงบอกไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของสำนวนคดี
      
       นายอำนวย กล่าวว่า ส่วนกรณีที่นายวรพจน์ ระบุถูกอนุคตส.ข่มขู่นั้น ไม่เป็นความจริง จะไปข่มขู่เขาได้อย่างไร เพราะเขามากับทนายความสองคนที่นั่งขนาบข้างเขาอยู่ ซึ่งคณะอนุกรรมการก็ไม่ได้วิตกอะไรในเรื่องนี้ ในวันที่ 1 ธ.ค. คณะอนุกรรมการฯจะเรียกพยานปากสำคัญมาให้ข้อมูล แต่ไม่สามารถบอกชื่อได้ คาดว่าหากได้รับความร่วมมือจากพยานจะสามารถสรุปสำนวนได้ไม่เกินสิ้นปีนี้
      
       **ฟ้อง กทช. ทำชาติเจ๊งนับแสนล้าน
      
       เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 30 พ.ย. นายสมชัย แนวพานิช สหภาพแรงงานฯทีโอที นางรสนา โตสิตระกูล และนายศาตรา โตอ่อน อาจารย์มหาวิทยาลัยรังสิต ได้เป็นโจทก์ยื่นคำฟ้องคณะกรรมการการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กทช.) ต่อศาลปกครองกลาง เรื่อง ขอให้เพิกถอนประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติว่าด้วยการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 โดยผู้ฟ้องคดีทั้ง 3 ได้ขอให้ศาลปกครองไต่สวนฉุกเฉิน เพื่อกำหนดมาตรการบรรเทาทุกข์ชั่วคราว ขอศาลสั่งให้
      
       1.กทช. ระงับการใช้ชั่วคราวซึ่งประกาศฯ เพื่อให้ บริษัท ทีโอที บริษัท กสท โทรคมนาคม นิติเอกชนผู้รับอนุญาต ผู้รับสัมปทาน หรือ คู่สัญญาของภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ทั้งทางตรงและทางอ้อม กับกิจการโทรคมนาคมยังคงใช้ระบบเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม ตามสัญญาที่มีอยู่ก่อน วันที่ประกาศกทช.ว่าด้วยการใช้และเชื่อมต่อฯ เพื่อรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์ของประเทศชาติ อันได้รับตามสัญญาสัมปทาน หรือ สัญญาที่มีอยู่เดิม
      
       2. กทช. ระงับการบังคับใช้ชั่วคราวซึ่งประกาศเพื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกิจการโทรคมนาคม ระงับการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการใช้และเชื่อมโยงโครงข่ายโทรคมนาคม ตามประกาศ กทช. ว่าด้วยการใช้และเชื่อมต่อฯ ลงทั้งหมดจนกว่าจะได้มีคำพิพากษาตัดสินคดีทั้งนี้เพื่อไม่ให้นิติบุคคลผู้รับสัมปทานกล่าวอ้างสิทธิของตนเหนือโครงข่ายโทรคมนาคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งนิติบุคคลผู้รับสัมปทาน ที่ยังมีปัญหาความเป็น “นิติบุคคลต่างด้าว”
      
       สำหรับมูลเหตุการฟ้องขอให้ศาลระงับครั้งนี้เป็นมาจากกรณีที่ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค และ บริษัท ทรูมูฟได้มีการแสดงความจำนงจะไม่ชำระค่าตอบแทนการเชื่อมโยงโครงข่าย (แอ็คเซ็สชาร์จ) จำนวน 200 บาทต่อเลขหมายต่อเดือน และต้องการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม ตามประกาศ กทช. ว่าด้วยการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายฯ
      
       โดยผู้ประกอบการทั้ง 2 ราย ได้อยู่ภายใต้ข้อสัญญาของรัฐ และดำเนินการในความไม่ชอบด้วยกฎหมาย ของ กทช. ที่ออกประกาศที่ขัดแย้งกับหลักกฎหมายและพรบ.ประกอบกิจการโทรคมนาคมส่งผลให้มีผลต่อนัยสำคัญต่อผลประโยชน์สาธารณะ รัฐเกิดสูญเสียรายได้ เพื่อพัฒนาบริการสาธารณะด้านโทรคมนาคมอย่างทั่วถึงซึ่งประเด็นปัญหาเกี่ยวกับการออกประกาศ เกินกว่าที่กฎหมายให้อำนาจเพื่อเอื้อประโยชน์ให้นิติบุคคล ผู้รับสัมปทาน มีสิทธิเสมือนหนึ่งเป็นเจ้าของโครงข่ายโทรคมนาคมอันเป็นทรัพยากรของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะจากที่รัฐเป็นผู้ลงทุนด้วยภาษีอากรของประชาชน และเป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐ
      
       ทั้งนี้ ศาลปกครองกลางได้รับหนังสือคำฟ้องและได้มีการไต่สวนจากผู้ที่ยื่นคำฟ้อง ทั้ง 3 ราย โดยในวันนี้ (1ธ.ค.) เวลา 13.30 น.จะมีการแถลงผลการพิจารณาคำพิพากษา
      
       พล.ร.ท.ถมรัตน์ หทโยดม กรรมการและโฆษกบอร์ดบริษัท ทีโอทีกล่าวว่าปัญหานี้ทีโอทีกำลังเร่งหารือกับทุกฝ่ายให้มีข้อยุติโดยเร็วและมีทางออกโดยที่รัฐไม่เสียประโยชน์แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นผลพวงมาจากขั้นตอนและกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งในส่วนนี้ ทีโอทีไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้เพียงฝ่ายเดียว จะต้องให้กระทรวงการคลัง นายกรัฐมนตรี รวมถึงสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เข้ามาดูเรื่องนี้ เนื่องจากเป็นเรื่องข้อผูกมัดของระบบราชการกับตัวกฎหมายผูกพันระหว่างรัฐกับนิติบุคคล ที่เข้ามาทำสัญญาร่วมการงานกับรัฐกับพรบ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 ที่มีข้อความขัดแย้ง หรือมีการตีความที่ไม่ชัดเจน จึงทำให้สัญญาร่วมการงานกับประกาศของกทช. ที่ออกมามีความขัดแย้งกัน
      
       “ประเด็นสำคัญ ที่จะคลี่คลายทางออกได้ ต้องให้ผู้มีอำนาจเด็ดขาด เข้ามาช่วยพิจารณาซึ่งบอร์ดทีโอทีทำได้แค่ชี้ประเด็น ไม่สามารถไปก้าวก่ายได้เพราะมีการผูกพันกันหลายส่วน ต้องทบทวนในหลายมิติ ที่เกี่ยวข้องกัน”
      
       **นายกฯ สั่งไอซีทีตั้ง กก. 3 ฝ่าย
      
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.30 น. นายสิทธิชัย โภไคยอุดม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที พล.อ.ชูชาติ พรหมประสิทธิ์ ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ผู้บริหารบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ผู้บริหาร บริษัท กสท. จำกัด (มหาชน) เข้าพบ พล.อ.สุรยุทธิ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
      
       นายสิทธิชัย เปิดเผยภายหลังเข้าพบเพียง 20 นาทีว่า นายกรัฐมนตรีได้ขอให้ทุกฝ่ายหารือกัน โดยเฉพาะในเรื่องของค่าเช่าวงจร การใช้และเชื่อมโยงโครงข่ายโทรคมนาคม โดยขอให้ทั้ง 3 ฝ่าย ประกอบด้วย กทช. กสท.และ ทีโอที ตั้งคณะกรรมการเพื่อหาทางออกร่วมกัน
      
       รายงานข่าวแจ้งว่า ในเวลา 09.00น.วันที่ 1 ธันวาคมนี้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง จะหารือร่วมกับนายสิทธิชัย ที่ตึกบัญชาการ1 ทำเนียบรัฐบาล ในหลายประเด็นในกรณีของการจัดเก็บรายได้
      
       **ป.ป.ช.ตั้งทีมล่า "ทรัพย์-หนี้" แม้ว
      
       นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุม ป.ป.ช.มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริงของทรัพย์สินและหนี้สินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะกรณีขายหุ้นให้กับบริษัทแอมเพิลริช อินเวสเมนท์ ลิมิเตด ที่หมู่เกาะบริติช เวอร์จิ้น โดยมอบให้นายกล้านรงค์ จันทิก เป็นประธานอนุกรรมการตรวจสอบในเรื่องนี้ นอกจากนี้ ป.ป.ช.จะนำคดีหุ้นชินคอร์ปเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่ในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ ซึ่งวันดังกล่าวจะมีการนำหนังสือขอความเป็นธรรมของเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรมาพิจารณาด้วย หากเห็นว่ามีข้อมูลเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้ก็จะพิจารณาชี้มูลความผิดทันที


 
 
   

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): telecom-law
หมายเลขบันทึก: 65114
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 2
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (2)

รูปนี้น่ารักค่ะ ชอบ..ชอบ

น่าจะต้องมีบทวิเคราะห์เล็กๆ นะคะอาจารย์รัตน์ ต้องหัดมีความเห็นทางวิชาการนะคะ