852. วิธีสร้างตัวแบบ "เล่าปี่"

วันนี้เป็นวันที่อยากเขียนเรื่องหนึ่ง จริงๆ ชั่วชีวิตผมผมเป็นทีมเล่าปี่ ผมอ่านสามก๊กแล้วรู้สึกสุดยอด คนอะไร เริ่มต้นจากติดลบ แต่ไปไกลสุดขอบฟ้า และแม้จะพังตอนท้าย แต่ตำนานกลับถูกเล่าขานมานับพันปี   และผมเชื่อว่า บางท่านในเรื่องกลายเป็นเทพเจ้ามีคนบูชาจริงๆ นับล้านๆ เช่นกวนอู เรื่องของเล่าปี่และน้องๆ คงถูกเล่าไปจวบกัลปาวสาน อารยธรรมมนุษย์สูญสิ้นไปในหลายล้านปีข้างหน้า ... 

อะไรจะปานนั้นครับ อะไรที่ทำให้เล่าปี่ไปไกลระดับนั้น .. ระดับเป็นตำนานในอย่างที่ผู้นำคนไหนก็ตีเสมอได้ยาก .. ผมขบคิดมานาน และก็เจอคำตอบจากคำคมของเล่าปี่คำนี้ครับ  


ดูเป็นสิ่งที่เล่าปี่ยึดถือมาทั้งชีวิต โดยเฉพาะช่วงก้าวขึ้นสู่อำนาจ ... หลายครั้งไม่ว่าจะอยู่ในภาวะกดดัน ถึงเป็นถึงตายอย่างไร เล่าปี่ก็ยังยึดเรื่องนี้เป็นหลัก ... ตัวอย่างเราได้เรียนกันทุกคนตอนจูล่งฝ่าทัพรับอาเต๊า ...  ตอนที่เล่าปีถูกโจโฉตามตี จนต้องทิ้งเมืองหนี .. ทุกคนบอกให้หนีเอาตัวรอดไม่เอาชาวเมืองไปด้วย แต่เล่าปี่ยืนยันไม่ทิ้งประชาชน   เป็นไงว่ากันที่สุดก็ถูกตามตีจนพลักลูกพลัดเมีย ครอบครัวหาย จูล่งต้องฝ่าทัพไปรับอาเต๊า ..

คำถาม ถ้าเล่าปี่หนีเอาตัวรอด .. ทิ้งประชาชน .. ประมาณว่างวดนี้ตรูรักษาคุณธรรมไม่ไหวแล้ว เอาตัวรอดก่อน .... หรือถ้าครอบครัวหายก็สติแตก ตรูไม่นำประชาชนแล้ว ตรูพากองทัพไปตามหาลูก ... นี่ไม่ใช่ครับทิ้งครอบครัวเลยเอาประชาชนเป็นใหญ่ ที่สุดลูกน้องเองต้อง Take Action ไปช่วยครอบครัวเจ้านาย   เพราะเจ้านายเห็นคนสามัญสำคัญสุด .. ถ้าเล่าปี่ไม่เอาคุณธรรมเป็นหลักแบบที่เห็น .. คุณว่าชะตากรรมเล่าปี่จะเหมือนเดิมไหม . ทีมเล่าปี่พี่น้อง จูล่งจะมองกันติดไหม ..   

เรื่องนี้จะอธิบายด้วยอะไร นอกจากความเท่ห์ ... แต่เมื่อผมไปเรียนรู้วิชากลยุทธ์จาก University of Virginia ซึ่งเป็น Ivy Leaque ของ สาย MBA ... สุดยอดมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ก็ถึงบางอ้อ ...  

อาจารย์สอนมาเลยครับ ว่าก่อนทำกลยุทธ์เราต้องมาหาก่อนว่าองค์กรให้คุณค่าอะไรกันแน่ นั่นคือ Value นั่นเอง ..   Value คือสิ่งที่คุณให้ค่ามากที่สุด ... องค์กรควรหาตรงนี้ให้เจอก่อน สมัยเรียน Virginia Tech อาจารย์กลยุทธ์ก็เน้นเช่นกันว่าให้เราหา Reason to Exist ไอ้องค์กรเรานี้เกิดมาเพื่ออะไร ...เกิดมาเพื่อช่วยใคร (ไม่ใช้ให้ผู้ถือหุ้นรวยอย่างเดียว)

แล้วค่อยไปมองหาโอกาส (Opportunities) แล้วพัฒนาขีดความสามารถ (Capabilities) ขึ้นมา ไอ้ตัวหลังนี่คือกลยุทธ์ อ้อเล่าปี่นี่ใช่เลย ..

เล่าปี่เห็นค่าของคุณธรรม ... น่าจะเกิดจากการอบรมของครอบครัว และการเห็นความอยุติธรรมกับตามตอนรบกับโจรโพกผ้าเหลือง ...

จะเห็นว่าเล่าปี่ใช้เรื่องคุณธรรมเป็นหลัก เป็นคุณค่าองค์กร (Value) จากคุณธรรมค่อยมองหาโอกาส .. เช่นมองเห็นคนกล้าเช่นกอวนอู เตียวหุย และค่อยเข้าไปดึงเข้ามาเป็นแนวร่วม ที่สุดได้ทุน Seeding Funds จากเตียวหุย ..

นี่ครับที่นี่จะทำให้เล่าปี่ผงาดขึ้นและโจโฉก็มองออก ... ทั้งๆ ที่ตอนนั้นเล่าปี่สิ้นเนื้อประดาตัว .. แต่กลับน่ากลัวที่สุดในจักวราล ... เอาเป็นว่ายังคิดกลยุทธ์อะไรไม่ออก   แต่ด้วยสิ่งที่เล่าปี่ยึดถือนี่ก็น่ากลัว ... คุณธรรมนี้ทำให้เล่าปี่เติบโต และแก้ปัญหาทุกอย่างได้ มีคนดีมาสนับสนุนเรื่อยๆ

ย้อนมายุคปัจจุบัน เราจะเอาเรื่องนี้มาใช้อย่างไร มีไหมใครทำได้ ... มีครับลูกศิษย์ผมคุณนิพนธ์สมัยก่อนเป็นเซลล์ขายหลังคาเหล็ก ไปเจอคู่แข่งหลอกเรื่องความหนากับลูกค้าชาวบ้าน คุณนิพนธ์ไม่ชอบเรื่องหลอกลวง เลยตัดสินใจครับ ว่าจะเน้นความซื่อสัตย์ แล้วก็เริ่มโฆษณา เน้นเรื่องไม่โกงความหนา กล้าวัดความหนาต่อหน้าคุณ .. จากร้านเล็กๆ ที่ไม่เบียดบังใคร ไม่ถึง 10 ปีเติบโต ตอนอายุ 35 สามารถเอาบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ กลายเป็น KC Metal Sheet PCL ... คุณค่ามาก่อนครับ จะเห็นโอกาส และ กลยุทธ์เอง ...

ถ้ามาถึงการศึกษาไทย ผมชอบภาควิชาศัลยศาสตร์ช่องปาก ของคณะทันตะ มหาวิทยาลัยขอนแก่นมากครับ ... เป็นคณะที่ผมไปสอนทำกลยุทธ์และการพัฒนาองค์กรมาหลายครั้ง ... อาจารย์เล่าให้ฟังว่าเขางงหน่อยๆ ว่าทำไม่ภาควิชาเขาจึงมีเด็กสถาบันดังๆ เช่นจุฬา มหิดลมาสมัครเรียน .. ก็เลยไปถาม .. “ มีคนบอกว่าที่นี่ได้ปฏิบัติจริงมากๆ ได้ลงมือทำ case ยากๆ .. .”  สรุปเด็กมันไปลือกันและพากันมา ... ภาควิชานี้ได้เด็กมีคุณภาพมาเรียน ทั้งๆ ที่ไม่ต้องโฆษณา ... อาจารย์ที่นี่ที่ผมสัมผัสมา .. แต่ละคนมี Passion รักในสิ่งที่ตนเองทำมากๆ บรรยากาศการทำงานน่าอิจฉามากๆ   ที่นี่อาจารย์ให้คุณค่าเรื่องการปฏิบัติ ลงมือทำมากๆ คุณค่าที่ชัด นำมาสู่การหาอาจารย์ใหม่ที่จะไปได้ กับคุณค่านี้ แผนงาน กลุยทธ์มาทางนี้หมด คือเน้นปฏิบัติลุย ..  ผมเลยบอกว่าน้องไม่ต้องงง .. นี่สุดยอดแล้ว ..

นี่ไงครับชัดมาก คุณแค่เน้นคุณค่า โอกาส กลยุทธ์มาเอง  

องค์กรไหนถ้าคิดได้อย่างเล่าปี่ KC Metal และภาควิชาศัลย์ มข . ไปไกลแน่ ..

เพราะไม่คิดเอาคุณค่านำ เราแพ้ตั้งแต่แรก ธุรกิจยุคนี้จำนวนมากเอาโอกาส และกลยุทธ์นำ .. เห็นไหมครับ บางธนาคาร ... เน้นมากขายประกัน เข้าไปทีไรเจอขายประกัน ที่สุดพนักงานกลายเป็นแมงสาบ .. ขายยากขึ้นเรื่อยๆ ... คำถามคือธนาคารน่าจะถามว่าเกิดมาเพื่ออะไร ... เกิดมาค้ากำไร นี่ไม่ใช่ครับ   ... ถ้าในเยอรมันได้ยินว่าถ้ากู้ซื้อบ้าน คุณเสียดอกไม่เกิน 1 เปอร์เซ็น ... บ้านเราเสียเข้าไป .. ผ่อน   3 ล้านกลายเป็น 7 ล้าน ที่สุดสังคมไทยคนผ่อนบ้านอย่างเดียวไม่มีเงินไปพัฒนาสร้างขีดความสามารถอะไร .. แถมเยอรมัน คุณเอาบ้านไปค้ำมาทำธุรกิจไม่ได้ .. เพราะบ้านเป็น Security  ของครอบครัว ต่างจากบ้านเราครับ ... ธนาคารบ้านเราจึงอยู่เพื่อสร้างผลกำไรสูงสุดต่อผู้ถือหุ้น และสร้างความฉิบหายให้สังคมไปพร้อมๆกัน แต่ในเยอรมันธนาคารอาจเกิดมาเพื่อสมับสนุนการเติบโตของธุรกิจ และสร้างความมั่นคงให้สังคมไปด้วย ... งดงามไหมครับ  

มาดูเรื่องการศึกษา ... คณะ / มหาวิทยาลัยควรกลับมาหากันก่อนว่า เราให้ความสำคัญกับเรื่องอะไร   เราเกิดมาเพื่ออะไร Reason to exist คืออะไร   มาถึงเรื่องมหาวิทยาลัย เห็นชอบจัดอันดับมากๆ ก็ระวังตัวนะครับ ถูกต้มรึเปล่า ...  มันเริ่มจากโอกาส เห็นคนจัดอันดับกัน ก็จัดบ้าง การจัดอันดับกลายเป็นกลยุทธ์ ... .. ผมเคยเข้าไปสู่แวดวงขำๆ พวกนี้นะครับ ที่เห็น Ranking ใครเป็นอันดับหนึ่งสองนี่ มีวันหนึ่งคณะส่งผมไปร่วมงานแทนคณบดี อ้อ เป็นจังซี่ ถึงรู้ว่าเป็นธุรกิจ .. สุดยอดครับ เขาบอกเลย ตอนนี้เราจัดอันดับให้ด้วยงบประมาณแบบนี้ แต่ถ้าให้มากกว่านี้หน่อย จำได้ว่า 7 หมื่น ชื่อคณะเราจะได้ขึ้นปกหลัง .. ปกหน้านี่มากกว่านี้

คุณจ่ายสิครับ  จ่าย .. แค่จ่ายคณะของคุณจะได้รับการจัด Ranking ที่ไม่เหมือนใคร . ที่น่าหัวเราะที่สุดมีปีหนึ่งได้จดหมายเชิญมาครับ .. ให้ไปร่วมงานประกาศอันดับ เขาเขียนว่า เชิญมาร่วมงานประกาศ Ranking งานนี้มีอาจารย์จาก 1000 มหาวิทยาลัยมาร่วมกันจัดอันดับมหาวิทยาลัย 1000 แห่ง .. คุณเชื่อเหรอครับ ว่ามันจัดได้ เอาแค่เถียงกันว่าใครจะที่หนึ่ง 10 ปียังไม่จบ .. นี่วันเดียวพันแห่ง .. พระเจ้าช่วยกล้วยทอด .

มหาลัยไหน คณะไหน ใช้ Ranking เป็นตัวนำโดยไม่หาคุณค่าที่แท้จริง ... ระวังกลายเป็นธนาคารนะครับ .. ขายประกันมันอย่างเดียวจนตอนนี้คนเบื่อหมด .. กลายเป็นแมงสาบไป  

Ranking สูงๆ แต่ลูกศิษย์ยังรับน้องด้วยวิธีการถ่อยๆ ผลัดกันอมลูกอมนี่ก็ไม่ใช่แล้วครับ หลงทางแล้ว  

แต่ถ้าจะประเมินแนะนำ   AACSB เป็นระบบที่ดี เข้มข้น ไม่ Fake แต่แพงครับ ผมกำลังเชียร์คณะผมอยู่   เพราะคนมาประเมินก็ยอดคนเช่นกัน ตอนไปเรียนอเมริกาผมก็ดูมหาลัยที่ได้ Ranking ตัวนี้ตัวเดียวครับ ...

AACSB นี่ OK เห็นจุฬา NIDA ได้แล้ว .. ถ้าเห็นตรานี้การันตีครับ  

มาคุยกันต่อ .

ทำอย่างไร เราจะหา Value เจอ ...

  1. คุณไม่ชอบอะไรในชีวิต ที่ไปเจอมาจริงๆ เช่นลูกศิษย์ผมไปเจอลูกค้าถูกโกง ..เราเอาก็คงไม่อยากถูกใครโกง..เราเอามาพัฒนาเป็นความซื่อสัตย์ เป็น Value องค์กรเลย ผมเองเปิดเครือข่าย AI Thailand เผยแพร่ความรู้ฟรีๆ ไปมาก เพราะเคยถูกกีดกันมาก่อน จะหาความรู้อะไรต้องไป Certified เสียตังค์เป็นแสน ผมไม่มีครับ ตอนนั้นยากจน ไม่เอาพอกันที่ถ้ามีเมื่อไหร่จะแจก นี่เลยเป็นที่มาของเครือข่าย AI Thailand ที่เราเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับ Appreciative Inquiry แบบไม่กั๊ก ไม่แคร์ว่าจะจ้างผมไปสอนหรือไม่ ถามได้ครับ เพราะสมัยก่อนไม่เคยได้ ความรู้กลายเป็นส่วนหนึ่งของทุนนิยมไปนานแล้ว ...มีราคาค่างวด...ผมไม่เชื่อครับ ความรู้ควรเป็นส่ิงที่ทุกคนในโลกเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมกัน ..ไม่ว่าจะอยู่ในเศรษฐฐานะใด..
  2. อะไรที่ทำให้คุณสำเร็จมา ...ถ้าเป็นในองค์กร .. ก็ตั้งคำถามถามเรื่องความภูมิใจ ...ว่าตั้งแต่ทำงานมาภาคภูมิใจในงานไหนที่สุด แล้วถามหาที่มาของความสำเร็จ นี่คือทำแบบ Appreciative Inquiry ผมไปทำที่หนึ่ง ไปเจอเหมือนๆ กันคือ ความสำเร็จของทุกคนมาจากสาเหตุใหญ่ๆ คือการให้โอกาส” ... ตรงนี้มาพัฒนา เป็น Value ได้ครับ ไม่แปลกที่องค์กรนี้สร้าง Innovation ได้
  3. หา Value แล้ว เอามาใช้อย่างเข้มข้น เอามาตัดสินใจเวลาเกิดปัญหา เอามาใช้หาโอกาส.. ที่ไหน สินค้าอะไร จะทำให้เรารักษาหรือทำให้คุณค่านั้นเติบโต ..เราจะสร้างให้เกิดจริงได้อย่างไร คุณไม่ต้องห่วงครับ ถ้า Value ของคุณดีมากๆ เป็นเพื่อสังคมจริงๆ คุณจะได้ผู้กล้าและประชาชนทั่วแผ่นดินมาคิด มาช่วยคุณเอง  ดูเล่าปี่เป็นตัวอย่างครับ  (ถ้าทำเพื่อตนเองอย่างตอนท้ายๆ ก็พังแบบเล่าปี่)
  4. คุณค่าจริงๆเป็นอะไรที่ไปไกลกว่าคุณเอง.. ถ้าบอกว่าเพื่อเงิน เพื่อชื่อเสียง นี่ไม่ใช่ในความหมายนี้ครับ Value ในทางบริหารแปลว่าเพื่อคุณธรรม หรือเพื่อโลก บางครั้งเวลาทำกลยุทธ์เราใช้คำว่า What's the world calling for โลกกำลังต้องการอะไรจากเรา..ไม่ใช่ที่หนึ่งใน Ranking ใดๆ หรือเพื่อผู้ถือหุ้นงกๆ เค็มๆ ..

วันนี้ก็ขอขอบคุณทีมเล่าปี่ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ความรู้กับผมและสังคมไทยตลอดมานะครับ

ขอบคุณจากใจครับ

บทความโดยดร . ภิญโญ รัตนาพันธุ์

www.aithailand.org


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Appreciative Inquiry



ความเห็น (1)

คุณธรรม กรรม2 คำนี้ ถูกพูดถึงและให้ความสำคัญ น้อยลงทุกวันๆ ในโลกที่เจริญด้วยนวตกรรมยุคนี้เราจึงเจริญด้วยเทคโนฯ และหายนะด้วยจริยธรรม ลงเรื่อยๆขอบคุณอ.ภิญโญ สำหรับบทความนี้ครับ