วันนี้เป็นวันที่อยากเขียนเรื่องหนึ่งจริงๆชั่วชีวิตผมผมเป็นทีมเล่าปี่ผมอ่านสามก๊กแล้วรู้สึกสุดยอดคนอะไรเริ่มต้นจากติดลบแต่ไปไกลสุดขอบฟ้าและแม้จะพังตอนท้ายแต่ตำนานกลับถูกเล่าขานมานับพันปี และผมเชื่อว่าบางท่านในเรื่องกลายเป็นเทพเจ้ามีคนบูชาจริงๆนับล้านๆเช่นกวนอูเรื่องของเล่าปี่และน้องๆคงถูกเล่าไปจวบกัลปาวสานอารยธรรมมนุษย์สูญสิ้นไปในหลายล้านปีข้างหน้า ...
อะไรจะปานนั้นครับอะไรที่ทำให้เล่าปี่ไปไกลระดับนั้น ..ระดับเป็นตำนานในอย่างที่ผู้นำคนไหนก็ตีเสมอได้ยาก ..ผมขบคิดมานานและก็เจอคำตอบจากคำคมของเล่าปี่คำนี้ครับ
ดูเป็นสิ่งที่เล่าปี่ยึดถือมาทั้งชีวิตโดยเฉพาะช่วงก้าวขึ้นสู่อำนาจ...หลายครั้งไม่ว่าจะอยู่ในภาวะกดดันถึงเป็นถึงตายอย่างไรเล่าปี่ก็ยังยึดเรื่องนี้เป็นหลัก ...ตัวอย่างเราได้เรียนกันทุกคนตอนจูล่งฝ่าทัพรับอาเต๊า... ตอนที่เล่าปีถูกโจโฉตามตีจนต้องทิ้งเมืองหนี .. ทุกคนบอกให้หนีเอาตัวรอดไม่เอาชาวเมืองไปด้วยแต่เล่าปี่ยืนยันไม่ทิ้งประชาชน เป็นไงว่ากันที่สุดก็ถูกตามตีจนพลักลูกพลัดเมียครอบครัวหายจูล่งต้องฝ่าทัพไปรับอาเต๊า ..
คำถามถ้าเล่าปี่หนีเอาตัวรอด..ทิ้งประชาชน.. ประมาณว่างวดนี้ตรูรักษาคุณธรรมไม่ไหวแล้วเอาตัวรอดก่อน .... หรือถ้าครอบครัวหายก็สติแตกตรูไม่นำประชาชนแล้วตรูพากองทัพไปตามหาลูก... นี่ไม่ใช่ครับทิ้งครอบครัวเลยเอาประชาชนเป็นใหญ่ที่สุดลูกน้องเองต้อง Take Action ไปช่วยครอบครัวเจ้านาย เพราะเจ้านายเห็นคนสามัญสำคัญสุด .. ถ้าเล่าปี่ไม่เอาคุณธรรมเป็นหลักแบบที่เห็น.. คุณว่าชะตากรรมเล่าปี่จะเหมือนเดิมไหม.ทีมเล่าปี่พี่น้องจูล่งจะมองกันติดไหม ..
เรื่องนี้จะอธิบายด้วยอะไรนอกจากความเท่ห์ ... แต่เมื่อผมไปเรียนรู้วิชากลยุทธ์จาก University of Virginia ซึ่งเป็น Ivy Leaque ของสาย MBA ...สุดยอดมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งก็ถึงบางอ้อ...
อาจารย์สอนมาเลยครับว่าก่อนทำกลยุทธ์เราต้องมาหาก่อนว่าองค์กรให้คุณค่าอะไรกันแน่นั่นคือ Value นั่นเอง.. Value คือสิ่งที่คุณให้ค่ามากที่สุด ...องค์กรควรหาตรงนี้ให้เจอก่อนสมัยเรียน Virginia Tech อาจารย์กลยุทธ์ก็เน้นเช่นกันว่าให้เราหา Reason to Exist ไอ้องค์กรเรานี้เกิดมาเพื่ออะไร...เกิดมาเพื่อช่วยใคร (ไม่ใช้ให้ผู้ถือหุ้นรวยอย่างเดียว)
แล้วค่อยไปมองหาโอกาส (Opportunities) แล้วพัฒนาขีดความสามารถ (Capabilities) ขึ้นมาไอ้ตัวหลังนี่คือกลยุทธ์อ้อเล่าปี่นี่ใช่เลย..
เล่าปี่เห็นค่าของคุณธรรม ...น่าจะเกิดจากการอบรมของครอบครัวและการเห็นความอยุติธรรมกับตามตอนรบกับโจรโพกผ้าเหลือง...
จะเห็นว่าเล่าปี่ใช้เรื่องคุณธรรมเป็นหลักเป็นคุณค่าองค์กร (Value) จากคุณธรรมค่อยมองหาโอกาส..เช่นมองเห็นคนกล้าเช่นกอวนอูเตียวหุยและค่อยเข้าไปดึงเข้ามาเป็นแนวร่วมที่สุดได้ทุน Seeding Funds จากเตียวหุย..
นี่ครับที่นี่จะทำให้เล่าปี่ผงาดขึ้นและโจโฉก็มองออก ... ทั้งๆที่ตอนนั้นเล่าปี่สิ้นเนื้อประดาตัว.. แต่กลับน่ากลัวที่สุดในจักวราล... เอาเป็นว่ายังคิดกลยุทธ์อะไรไม่ออก แต่ด้วยสิ่งที่เล่าปี่ยึดถือนี่ก็น่ากลัว... คุณธรรมนี้ทำให้เล่าปี่เติบโตและแก้ปัญหาทุกอย่างได้มีคนดีมาสนับสนุนเรื่อยๆ
ย้อนมายุคปัจจุบันเราจะเอาเรื่องนี้มาใช้อย่างไรมีไหมใครทำได้ ...มีครับลูกศิษย์ผมคุณนิพนธ์สมัยก่อนเป็นเซลล์ขายหลังคาเหล็กไปเจอคู่แข่งหลอกเรื่องความหนากับลูกค้าชาวบ้านคุณนิพนธ์ไม่ชอบเรื่องหลอกลวงเลยตัดสินใจครับว่าจะเน้นความซื่อสัตย์แล้วก็เริ่มโฆษณาเน้นเรื่องไม่โกงความหนากล้าวัดความหนาต่อหน้าคุณ..จากร้านเล็กๆที่ไม่เบียดบังใครไม่ถึง 10 ปีเติบโตตอนอายุ 35 สามารถเอาบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้กลายเป็น KC Metal Sheet PCL ... คุณค่ามาก่อนครับจะเห็นโอกาสและกลยุทธ์เอง ...
ถ้ามาถึงการศึกษาไทยผมชอบภาควิชาศัลยศาสตร์ช่องปากของคณะทันตะมหาวิทยาลัยขอนแก่นมากครับ ...เป็นคณะที่ผมไปสอนทำกลยุทธ์และการพัฒนาองค์กรมาหลายครั้ง ... อาจารย์เล่าให้ฟังว่าเขางงหน่อยๆว่าทำไม่ภาควิชาเขาจึงมีเด็กสถาบันดังๆเช่นจุฬามหิดลมาสมัครเรียน ..ก็เลยไปถาม.. “มีคนบอกว่าที่นี่ได้ปฏิบัติจริงมากๆได้ลงมือทำ case ยากๆ .. .” สรุปเด็กมันไปลือกันและพากันมา... ภาควิชานี้ได้เด็กมีคุณภาพมาเรียนทั้งๆที่ไม่ต้องโฆษณา ... อาจารย์ที่นี่ที่ผมสัมผัสมา ..แต่ละคนมี Passionรักในสิ่งที่ตนเองทำมากๆบรรยากาศการทำงานน่าอิจฉามากๆ ที่นี่อาจารย์ให้คุณค่าเรื่องการปฏิบัติลงมือทำมากๆคุณค่าที่ชัดนำมาสู่การหาอาจารย์ใหม่ที่จะไปได้กับคุณค่านี้แผนงานกลุยทธ์มาทางนี้หมดคือเน้นปฏิบัติลุย .. ผมเลยบอกว่าน้องไม่ต้องงง..นี่สุดยอดแล้ว ..
นี่ไงครับชัดมากคุณแค่เน้นคุณค่าโอกาสกลยุทธ์มาเอง
องค์กรไหนถ้าคิดได้อย่างเล่าปี่ KC Metal และภาควิชาศัลย์มข. ไปไกลแน่..
เพราะไม่คิดเอาคุณค่านำเราแพ้ตั้งแต่แรกธุรกิจยุคนี้จำนวนมากเอาโอกาสและกลยุทธ์นำ ..เห็นไหมครับบางธนาคาร ...เน้นมากขายประกันเข้าไปทีไรเจอขายประกันที่สุดพนักงานกลายเป็นแมงสาบ..ขายยากขึ้นเรื่อยๆ ...คำถามคือธนาคารน่าจะถามว่าเกิดมาเพื่ออะไร ... เกิดมาค้ากำไรนี่ไม่ใช่ครับ ... ถ้าในเยอรมันได้ยินว่าถ้ากู้ซื้อบ้านคุณเสียดอกไม่เกิน 1 เปอร์เซ็น ...บ้านเราเสียเข้าไป..ผ่อน 3 ล้านกลายเป็น 7 ล้านที่สุดสังคมไทยคนผ่อนบ้านอย่างเดียวไม่มีเงินไปพัฒนาสร้างขีดความสามารถอะไร ..แถมเยอรมันคุณเอาบ้านไปค้ำมาทำธุรกิจไม่ได้ ..เพราะบ้านเป็น Security ของครอบครัวต่างจากบ้านเราครับ ...ธนาคารบ้านเราจึงอยู่เพื่อสร้างผลกำไรสูงสุดต่อผู้ถือหุ้นและสร้างความฉิบหายให้สังคมไปพร้อมๆกันแต่ในเยอรมันธนาคารอาจเกิดมาเพื่อสมับสนุนการเติบโตของธุรกิจและสร้างความมั่นคงให้สังคมไปด้วย...งดงามไหมครับ
มาดูเรื่องการศึกษา...คณะ/มหาวิทยาลัยควรกลับมาหากันก่อนว่าเราให้ความสำคัญกับเรื่องอะไร เราเกิดมาเพื่ออะไร Reason to exist คืออะไร มาถึงเรื่องมหาวิทยาลัยเห็นชอบจัดอันดับมากๆก็ระวังตัวนะครับถูกต้มรึเปล่า... มันเริ่มจากโอกาสเห็นคนจัดอันดับกันก็จัดบ้างการจัดอันดับกลายเป็นกลยุทธ์ ... .. ผมเคยเข้าไปสู่แวดวงขำๆพวกนี้นะครับที่เห็น Ranking ใครเป็นอันดับหนึ่งสองนี่มีวันหนึ่งคณะส่งผมไปร่วมงานแทนคณบดีอ้อเป็นจังซี่ถึงรู้ว่าเป็นธุรกิจ ..สุดยอดครับเขาบอกเลยตอนนี้เราจัดอันดับให้ด้วยงบประมาณแบบนี้แต่ถ้าให้มากกว่านี้หน่อยจำได้ว่า 7 หมื่นชื่อคณะเราจะได้ขึ้นปกหลัง..ปกหน้านี่มากกว่านี้
คุณจ่ายสิครับ จ่าย ..แค่จ่ายคณะของคุณจะได้รับการจัด Ranking ที่ไม่เหมือนใคร . ที่น่าหัวเราะที่สุดมีปีหนึ่งได้จดหมายเชิญมาครับ .. ให้ไปร่วมงานประกาศอันดับเขาเขียนว่าเชิญมาร่วมงานประกาศ Ranking งานนี้มีอาจารย์จาก 1000 มหาวิทยาลัยมาร่วมกันจัดอันดับมหาวิทยาลัย 1000 แห่ง.. คุณเชื่อเหรอครับว่ามันจัดได้เอาแค่เถียงกันว่าใครจะที่หนึ่ง 10 ปียังไม่จบ..นี่วันเดียวพันแห่ง..พระเจ้าช่วยกล้วยทอด.
มหาลัยไหนคณะไหนใช้ Ranking เป็นตัวนำโดยไม่หาคุณค่าที่แท้จริง...ระวังกลายเป็นธนาคารนะครับ ..ขายประกันมันอย่างเดียวจนตอนนี้คนเบื่อหมด ..กลายเป็นแมงสาบไป
Ranking สูงๆแต่ลูกศิษย์ยังรับน้องด้วยวิธีการถ่อยๆผลัดกันอมลูกอมนี่ก็ไม่ใช่แล้วครับหลงทางแล้ว
แต่ถ้าจะประเมินแนะนำ AACSB เป็นระบบที่ดีเข้มข้นไม่ Fake แต่แพงครับผมกำลังเชียร์คณะผมอยู่ เพราะคนมาประเมินก็ยอดคนเช่นกันตอนไปเรียนอเมริกาผมก็ดูมหาลัยที่ได้ Ranking ตัวนี้ตัวเดียวครับ ...
AACSB นี่ OK เห็นจุฬา NIDA ได้แล้ว.. ถ้าเห็นตรานี้การันตีครับ
มาคุยกันต่อ.
ทำอย่างไรเราจะหา Value เจอ...
- คุณไม่ชอบอะไรในชีวิตที่ไปเจอมาจริงๆเช่นลูกศิษย์ผมไปเจอลูกค้าถูกโกง ..เราเอาก็คงไม่อยากถูกใครโกง..เราเอามาพัฒนาเป็นความซื่อสัตย์เป็น Value องค์กรเลยผมเองเปิดเครือข่าย AI Thailand เผยแพร่ความรู้ฟรีๆไปมากเพราะเคยถูกกีดกันมาก่อนจะหาความรู้อะไรต้องไป Certified เสียตังค์เป็นแสนผมไม่มีครับตอนนั้นยากจนไม่เอาพอกันที่ถ้ามีเมื่อไหร่จะแจกนี่เลยเป็นที่มาของเครือข่าย AI Thailand ที่เราเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับ Appreciative Inquiry แบบไม่กั๊กไม่แคร์ว่าจะจ้างผมไปสอนหรือไม่ถามได้ครับเพราะสมัยก่อนไม่เคยได้ความรู้กลายเป็นส่วนหนึ่งของทุนนิยมไปนานแล้ว ...มีราคาค่างวด...ผมไม่เชื่อครับความรู้ควรเป็นส่ิงที่ทุกคนในโลกเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมกัน ..ไม่ว่าจะอยู่ในเศรษฐฐานะใด..
- อะไรที่ทำให้คุณสำเร็จมา ...ถ้าเป็นในองค์กร .. ก็ตั้งคำถามถามเรื่องความภูมิใจ ...ว่าตั้งแต่ทำงานมาภาคภูมิใจในงานไหนที่สุดแล้วถามหาที่มาของความสำเร็จนี่คือทำแบบ Appreciative Inquiry ผมไปทำที่หนึ่งไปเจอเหมือนๆกันคือความสำเร็จของทุกคนมาจากสาเหตุใหญ่ๆคือ “การให้โอกาส” ... ตรงนี้มาพัฒนาเป็น Value ได้ครับไม่แปลกที่องค์กรนี้สร้าง Innovation ได้
- หา Value แล้วเอามาใช้อย่างเข้มข้นเอามาตัดสินใจเวลาเกิดปัญหาเอามาใช้หาโอกาส.. ที่ไหนสินค้าอะไรจะทำให้เรารักษาหรือทำให้คุณค่านั้นเติบโต ..เราจะสร้างให้เกิดจริงได้อย่างไร คุณไม่ต้องห่วงครับ ถ้า Value ของคุณดีมากๆ เป็นเพื่อสังคมจริงๆ คุณจะได้ผู้กล้าและประชาชนทั่วแผ่นดินมาคิด มาช่วยคุณเอง ดูเล่าปี่เป็นตัวอย่างครับ (ถ้าทำเพื่อตนเองอย่างตอนท้ายๆ ก็พังแบบเล่าปี่)
- คุณค่าจริงๆเป็นอะไรที่ไปไกลกว่าคุณเอง.. ถ้าบอกว่าเพื่อเงิน เพื่อชื่อเสียง นี่ไม่ใช่ในความหมายนี้ครับ Value ในทางบริหารแปลว่าเพื่อคุณธรรม หรือเพื่อโลก บางครั้งเวลาทำกลยุทธ์เราใช้คำว่า What's the world calling for โลกกำลังต้องการอะไรจากเรา..ไม่ใช่ที่หนึ่งใน Ranking ใดๆ หรือเพื่อผู้ถือหุ้นงกๆ เค็มๆ ..
วันนี้ก็ขอขอบคุณทีมเล่าปี่ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ความรู้กับผมและสังคมไทยตลอดมานะครับ
ขอบคุณจากใจครับ
บทความโดยดร.ภิญโญรัตนาพันธุ์



คุณธรรม กรรม2 คำนี้ ถูกพูดถึงและให้ความสำคัญ น้อยลงทุกวันๆ ในโลกที่เจริญด้วยนวตกรรมยุคนี้เราจึงเจริญด้วยเทคโนฯ และหายนะด้วยจริยธรรม ลงเรื่อยๆขอบคุณอ.ภิญโญ สำหรับบทความนี้ครับ