จุดเริ่มต้นความผันเปลี่ยนในชีวิตฉัน


การเติบโตของฉัน!!ที่ผันเปลี่ยน

     จุดเปลี่ยนอีกครั้งของชีวิตฉัน  "หลังจบปริญญาตรี"  เป็นธรรมดาของใครหลายๆคนที่อดคิดไม่ได้ว่าเป้าหมายต่อไปหลังจากเรียนจบแล้ว   จะก้าวเดินไปทางไหนต่อ  ซึ่งฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้น  ฉันทราบเสมอว่าการเดินทางในสายอาชีพต่างๆในชีวิตจริงนั้นมีอุปสรรคที่รออยู่ไม่ว่างเว้น  มันคือบทท้าทายว่าคนคนนั้นจะเข้มแข็งพอที่จะผ่านมันไปได้หรือไม่  หลังจบใหม่ฉันยอมรับว่าดวงใจของฉันครึ่งหนึ่งเต็มไปด้วยความดีใจ     ภาคภูมิใจแต่อีกครึ่งใจนั้นกลับเต็มไปด้วยความกังวล  ความกลัวที่จะก้าวออกนอกรั้วมหาวิยาลัย  ฉันรู้สึกว่าพื้นที่ข้างนอกมันกว้างและยาวไกลมากเดือนแรกหลังจบใหม่ฉันฝังตัวอยู่กับบ้านและครุ่นคิดเรื่องต่างๆมากมาย  เพราะบริบทตัวเองได้เปลี่ยนไปแล้วจากนักศึกษาสู่วัยทำงาน  ฉันใช้เวลาหลังจบไปกับการหาข่าวสารข้อมูลเกี่ยวกับงานต่างๆทั้งสายอาชีพราชการ  งานบริษัท องค์กรเอกชน  และอีกมากมาย  ฉันได้หันกลับมามองเพื่อนรอบๆตัวที่จบมาพร้อมกันก็พบว่าทุกคนต่างก็มีทางเลือกที่ต่างกันไป  บางคนเลือกถือวุฒิม.6 เดินเข้าไปสมัครเป็นพนักงานโรงงาน  แทนการใช้วุฒิปริญญาตรี  บางคนตกอยู่ในสภาวะรองานและว่างงาน  บางคนยอมทำงานในฐานเงินเดือนที่ไม่มากนักเพราะมีความคิดว่ามีงานอะไรก็ทำไปก่อน นี่ก็เป็นเพียงตัวอย่างการดำเนินชีวิตของแต่ละบุคคลที่มีสิทธิเลือกทางเดินของตัวเอง  แต่สำหรับฉันแล้วฉันคิดว่าอยากจะทำงานในรูปแบบที่สามารถนำสิ่งที่เรียนมาไปใช้ต่อยอดได้  เพราะตั้งใจไว้ตั้งแต่ตอนเรียนว่าเรียนเพื่อนำไปใช้ไม่ใช่เรียนแค่ให้จบๆหรือเรียนแค่ให้ผ่านๆไป  เพราะทุกช่วงเวลามันมีค่ามากสำหรับฉัน

..........................................................................

     นอกเหนือจากสิ่งที่เราควบคุมได้ก็ยังมีอีกหลายสิ่งที่ยากต่อการควบคุมเช่นกัน  บางครั้งความพยายามก็ต้องมาพร้อมกันกับจังหวะและโอกาส  ดังสิ่งที่ฉันและอีกหลายกำลังจะทำต่อไปนี้  นั่นก็คือ  “การสมัครสอบ ก.พ.”  เพื่อเข้าสู่ระบบงานราชการ  ในใจลึกๆฉันยังไม่ได้อยากสอบเพราะมีความคิดส่วนตัวว่างานราชการเป็นงานที่ค่อนข้างอยู่ในกรอบในระบบ  ทุกอย่างล้วนดำเนินไปตามขั้นตอนภายใต้กฎระเบียบ  ฉันคิดว่าตัวฉันยังไม่อยากเข้าสู่ระบบนี้  แต่ก็เป็นที่ทราบกันดีว่าระบบราชการไม่ได้เข้ากันได้ง่ายๆ  แต่ฉันก็เลือกที่จะสมัครสอบ ก.พ. เนื่องจากอยากจะเข้าไปทดลองและเก็บประสบการณ์จากสนามสอบ  ทั้งๆที่ในใจไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องสอบผ่าน 

      ในช่วงนี้ฉันมักจะท่องอยู่บนโลกออนไลน์และจะเรียกว่าความบังเอิญหรืออะไรก็ไม่ทารบ  บนหน้าฟีดข่าวบนเฟสบุ๊คฉันได้ปรากฏหน้าเพจของ  “มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม ” หรือที่รู้จักกันในนามของ  มอส.  และนี่ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ฉันต้องค้นหาต่อว่าแล้ว มอส. คืออะไร  เขาทำอะไรกันหรือ  ตอนแรกฉันยังไม่ตัดสินใจลงสมัครเนื่องด้วยมีหลายๆปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของฉัน โดยเฉพาะเรื่องการดูแลพ่อและแม่ รวมไปถึงแผนชีวิตที่วางไว้ว่าจะเรียนต่อ  แต่เมื่อเวลาล่วงผ่านไปเพจ  มอส.ก็วนกลับเข้ามาในฟีดข่าวฉันอีกรอบ  ฉันจึงติดตามข้อมูลและรายละเอียดอย่างเข้มข้นขึ้น  และในที่สุดก็มีความคิดหนึ่งผ่านเข้ามาในหัวฉันว่า  เราจะมานั่งห่วงหรือกังวลว่าพ่อแม่จะป่วยไม่ได้  คืออะไรจะเกิดขึ้นเรามีหน้าที่ยอมรับและแก้ไขมันไม่ใช่มานั่งประคับประคองและกังวลในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น  ในที่  30  พ.ค.2561  ฉันตัดสินใจส่งใบสมัครไปยังโครงการและผลคือผ่านการได้รับการคัดเลือกได้เป็นอาสาสมัครสมดั่งใจ

.........................................................................

      หลังจากนั้นฉันเดินทางไปร่วมปฐมนิเทศร่วมกับเพื่อนๆอาสาสมัคร  ซึ่งรุ่นฉันเป็นรุ่นที่  13  ฉันก็แอบตื่นเต้นในใจเล็กๆว่าเพื่อนใหม่ สังคมใหม่ที่เราต้องเจอจะเป็นอย่างกันนะ  แต่ก็เข้าใจว่าทุกอย่างย่อมปรับเปลี่ยนไปตามสภาพสถานการณ์สิ่งสำคัญคือ  การปรับตัวและเปิดรับสิ่งใหม่  เนื่องจากโครงการนี้จะเน้นหนักในเรื่อง  “สิทธิมนุษยชน” เป็นหลัก  ฉันและเพื่อนๆได้รับฟังการบรรยายและร่วมแลกเปลี่ยนในประเด็นเรื่องสิทธิ์อย่างหลากหลาย  ฉันประทับใจในความกระตือรือร้นของทุกๆคน  บางคนมาพร้อมกับองค์ความรู้  บางคนมาเพื่อเรียนรู้  และฉันก็เป็นหนึ่งในกลุ่มของผู้ที่มาเพื่อเรียนรู้  ตลอดระยะเวลา  5  วันที่เข้าร่วมปฐมนิเทศมักมีหนึ่งประโยคที่เพื่อนมักชอบพูดกันคือ  “พวกเราพูดภาษาเดียวกัน”  ซึ่งอาจจะหมายถึงการพูดคุยหรือสนใจในประเด็นเดียวกัน  เข้าใจกัน  สามารถแลกเปลี่ยนกันได้  แต่ตัวฉันยังคงมีความรู้สึกว่ายังเข้าไม่ถึงภาษานั้นมากพอ ฉันขอเรียกมันว่า  “ภาษาของนักสิทธิ์” ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวที่หลายคนมองข้ามไป  ส่วนใหญ่ฉันมักเป็นผู้ฟังและนำมาวิเคราะห์ตามเมื่อมีการแลกเปลี่ยนในประเด็นต่างๆ  ฉันเชื่อว่าการฟังเป็นการเริ่มต้นการเรียนรู้อีกทางที่จะทำให้ฉันเข้าใจและลึกซึ้งในเรื่องสิทธิ์มากขึ้น

................................................................................

      วันที่  10  กรกฎาคม  2561  เป็นวันที่ฉันต้องเดินทางออกไปเริ่มต้นทำในสิ่งที่ฉันได้เลือกมันกับมือ  ฉันเดินทางมาพร้อมกับครอบครัวที่ตามมาส่งถึงสนามบิน  ครั้งสุดท้ายที่ฉันลาจากกับครอบครัว  ฉันเห็นน้ำตาแห่งความห่วงใยของแม่ที่หลั่งรินออกมา  ฉันแอบใจหายเล็กน้อยที่ต้องห่างจากครอบครัวแต่ทุกคนก็เข้าใจและเคารพในการตัดสินใจของฉัน  ฉันเดินทางมาพร้อมกับหัวใจที่อยากเรียนรู้และคาดหวังว่าจะได้รับประสบการณ์จากการทำงานในครั้งนี้  บทบาทหน้าที่ใหม่ของฉันกำลังจะเริ่มขึ้น  ฉันได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ในฝ่ายงาน  “สถานะบุคล” ซึ่งในรายละเอียดเนื้องานหลักๆ คือประเด็นการดำเนินการเรื่องการขอสัญชาติให้แก่ผู้เฒ่าไร้สัญชาติ  เพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นมีสิทธิเข้าถึงสวัสดิการด้านต่างๆที่พึงจะได้รับ  ซึ่งภาพกว้างๆอาจดูไม่ใช่เรื่องยากนัก  แต่ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ใหม่สำหรับฉัน  เพราะการดำเนินงานต้องยึดตามระเบียบ  พระราชบัญญัติ  และขั้นตอนกระบวนการทางกฎหมายเป็นส่วนใหญ่  ความรู้ของฉันจึงเริ่มต้นจาก“0” เพราะฉันไม่ได้จบนิติศาสตร์มาโดยตรงจึงต้องรีบเร่งศึกษาทำความเข้าใจ  ข้อระเบียบ  พระราชบัญญัติ  และขั้นตอนกระบวนการทางกฎหมายต่างๆอย่างเร่งด่วน  เพื่อที่จะนำมาขับเคลื่อนงาน  แต่ฉันก็ไม่ได้มีความเครียดหรือความกดดันแต่อย่างใด  เนื่องจากมีอาจารย์ที่ปรึกษาด้านกฎหมายคอยชี้แนวทาง

..................................................................................

และนี่ก็คือที่มาที่ไปของความผันเปลี่ยนในชีวิตฉันที่มันกำลังจะเริ่มขึ้น  และดำเนินไปพร้อมๆกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทั้งด้านสังคม การทำงาน การเรียนรู้ การเก็บเกี่ยวประสบการณ์ การปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมทั้งรอบๆตัว  

**ความผันเปลี่ยนในชีวิตฉันในตอนต่อไปจะมาเล่าถึงสภาพบริบทพื้นที่และเนื้องานที่ต้องลุยๆๆๆ** 

ภาพที่ 1 เส้นทางสายใหม่แห่งการเรียนรู้

ณ ชุมชนบนดอยแม่สลอง จ.เชียงเชียงราย (7/08/2561 : เวลา 8.00น.-12.00น.)

ถ่ายภาพและบันทึกประสบการโดย นางสาววรนุช  แซ่จิว 

-ปัจจุบันรับหน้าที่เป็นอาสาสมัครนักสิทธิมนุายชน ของ มูลนิธิอาสมัครเพื่อสังคม (มอส.) 

รับผิดชอบงานด้านสถานะบุคคล (กรณีผู้เฒ่าไร้สัญชาติ) มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา(พชภ.) จ.เชียงราย

-ศิษย์เก่าสาขาวิชาการพัฒนาชุมชน ราชภัฏนครปฐม

หมายเลขบันทึก: 650068เขียนเมื่อ 19 สิงหาคม 2018 23:51 น. ()แก้ไขเมื่อ 19 สิงหาคม 2018 23:51 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี