ชาวไทยนำคำว่า “แม่”ไปใช้เรียกขานสิ่งอื่นๆอีกมากมายหลายอย่างในโลกที่มีความหมายเป็นแม่ เราเลยมีทั้งแม่ที่เป็นคน แม่ที่เป็นของ แม่ที่เป็นสถานที่ และแม่ที่เป็นอะไรได้อีกหลายๆอย่าง

              ผมเคยคิดนะ..ถ้าผู้บริหารสถานศึกษาเป็นเหมือนดารานักร้องลูกทุ่ง หรือพระเอกลิเกก็คงจะดี คือมี “แม่ยก” คอยดูแลทำให้ไม่ต้องอัตคัดขัดสน ไม่ต้องเที่ยวขอรับการสนับสนุนจาก..ประชารัฐ

            เอาเวลาไปนิเทศกำกับติดตามการเรียนการสอน ให้ครูเข้าใจวิธีสอนแบบบูรณาการ โดยใช้สาระภาษาไทยเป็นแกนหลัก ให้เด็กรู้จัก “แม่สะกด”ตั้งแต่ ป.๑ – ป.๒ เริ่มต้นที่ “แม่ ก.กา”ก่อน แล้วก็แนะนำครู ให้ใช้เกมเสริมทักษะภาษา พัฒนาสมองและกระบวนการคิด วิเคราะห์

            การที่เด็กคิดคำ ต่อคำและเล่นคำ กระตุ้นให้อยากสื่อสารทางภาษา ทั้งฟังพูดอ่านและเขียน “แม่” เพียงคำเดียว ต่อได้ยาวไม่รู้จบ..

            คำว่า “แม่” ในความรับรู้ของคนทั่วไปหมายถึง ผู้ให้กำเนิด และผู้เลี้ยงดูลูก

            นับเป็นความยิ่งใหญ่ที่มาพร้อมกับ “ความรับผิดชอบ” การปกปักรักษา และเป็นที่พึ่งพาในทางใดทางหนึ่ง

            ชาวไทยนำคำว่า “แม่”ไปใช้เรียกขานสิ่งอื่นๆอีกมากมายหลายอย่างในโลกที่มีความหมายเป็นแม่ เราเลยมีทั้งแม่ที่เป็นคน แม่ที่เป็นของ แม่ที่เป็นสถานที่ และแม่ที่เป็นอะไรได้อีกหลายๆอย่าง

            “วันแม่” ปีนี้ คงไม่มีใครลืมพระคุณและความยิ่งใหญ่ของแม่ผู้ให้กำเนิด จึงขอละไว้ก่อน..ขอหยิบยก เพื่อแนะนำ “แม่”ที่รายล้อมอยู่รอบตัวเรามานำเสนอให้อ่านเล่นเพลินๆ

            เริ่มจาก “แม่สี” คือกลุ่มสี ซึ่งสามารถผสมออกมาเป็นสีอื่นๆได้ หลักๆมีอยู่ด้วยกันสามสี คือเหลือง แดง และน้ำเงิน

            “แม่กุญแจ” คงรู้จักกันดี เพราะมีทุกบ้าน เป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตา พอๆกับ “แม่เหล็ก” และ “แม่แรง” ที่ช่วยผ่อนแรงอย่างง่ายๆที่มีมาตั้งแต่โบราณ

            “แม่พิมพ์” คือสิ่งที่เป็นต้นแบบ..เช่น แม่พิมพ์ตัวหนังสือ แต่ความน่าจะเป็นต้องหมายถึงครูอาจารย์ซึ่งถือว่าเป็นแบบอย่างความประพฤติของศิษย์

            แม่พิมพ์เป็นได้ทั้งหญิงและชาย แต่ “แม่ชี” จะเป็นได้เฉพาะผู้หญิงเท่านั้น ก็คงคล้ายกับ “แม่สื่อ”  “แม่มด” และ “แม่ยาย” ที่ยังไม่เคยเห็นว่าเป็นผู้ชายเหมือนกัน..

            แม่ที่ยิ่งใหญ่ใจกว้าง ไม่รู้ว่าเป็นเพศชายหรือหญิง คือ “แม่น้ำ” แต่ที่ไม่ใหญ่มากนัก เป็นเพียงอำเภอเล็กๆในจังหวัดลำปาง คือ “แม่เมาะ”

            “ลำตัด”การละเล่นพื้นบ้านภาคกลางก็มีแม่เหมือนกัน รู้จักกันดี คือ “แม่ประยูร” ในวงการทหารก็มีหัวหน้า ที่เรียกว่า “แม่ทัพ” ล้วนมีอำนาจวาสนาและบารมีในยุค คสช. ที่ไม่มีใครกล้ายุ่งกับทหาร แค่ขู่ๆไม่ต้องรอให้แผ่ “แม่เบี้ย” ใครๆก็กลัวกันแล้ว

            ไม่เหมือน “แม่ค้า” ที่ใครๆก็อยากเข้าใกล้ เพราะมีของกินของใช้ให้หาซื้อไว้ในครัวเรือน  มีสินค้าไทยหลายยี่ห้อที่เอ่ยชื่ออกมา เกือบทุกคนเป็นต้องร้องอ๋อ แต่ถ้าถามประวัติความเป็นมาเป็นไป ก็ตัวใครตัวมัน..บางอย่างก็ไม่รู้จริงๆ

            อย่างเช่น..”แม่ศรีเรือน” คำนี้มีที่มา พอๆกับความโด่งดังของ “แม่ประนอม” ท่าทางจะรุ่นน้องของ “แม่กิมไล้” ต้นตำรับขนมหม้อแกงเมืองเพชรบุรี

            เทศกาลวันแม่ มีวันหยุดยาว พาแม่ไปเที่ยวย้อนยุคที่อยุธยา ก็น่าจะเลยไปสิงห์บุรีให้แม่ได้ลิ้มรส “แม่ลาปลาเผา” เมื่อก่อนปลาช่อนตัวโตมาก เวลาเผาปลาช่อนที่หัวไร่ปลายนา จะใช้เป็นกับข้าวแกล้มเหล้า ไม่เหล้าขาว ก็ “แม่โขง” ยอดสุรารสชาติดีของไทย

            วันนี้..ไม่แนะนำให้ดื่ม..ควรจะงดหล้าเข้าพรรษา ทานข้าวทานปลาก็เพียงพอ และเวลาทานข้าว ก็อย่าลืมนึกถึงพระคุณแม่ด้วยก็แล้วกัน..

            “แม่โพสพ”..พระคุณอันยิ่งใหญ่ อเนกอนันต์จริงๆ รัฐบาลไหนรักแม่..ทำดีมีความซื่อสัตย์ ทำเรื่องข้าวโปร่งใส รับรองได้ “แม่พระธรณี” ไม่มีพิโรธ..ได้อยู่แผ่นดินแม่อย่างสบายๆ

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑๑  สิงหาคม  ๒๕๖๑

 <p></p> <p> </p><p></p><p></p><p></p>  <p></p>