ชีวิตที่พอเพียง 3231. มูลนิธิสยามกัมมาจลกับการทำงานสาธารณกุศลพัฒนาคุณลักษณะเยาวชนให้แก่สังคมไทย


บ่ายวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๑ ผมไปร่วมประชุมรายงานผลการประเมินผลงาน ๑๐ ปี มูลนิธิสยามกัมมาจล   ที่ประเมินโดยทีมของมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาตินำโดย นพ. สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์  และ รศ.ดร. พัชรินทร์ สิรสุนทร คณบดีคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

รศ. ดร. พัชรินทร์ เสนอรายงานผลการวิจัยโดยสรุปคำสำคัญ ได้แก่ strategicgiving, transformative learning, psychological transformation, high impactphilanthropy, catalytic philanthropy, social literacy, จาก participation สู่ engagement, FlowTheory เป็นต้น

ผมติดใจข้อค้นพบว่ามูลนิธิสยามกัมมาจลทำงานร่วมกับ๒๐๓ องค์กร   กว่าครึ่งได้รับประโยชน์ด้านการเรียนรู้จากกิจกรรมที่มูลนิธิฯ จัดโดยไม่ได้รับทุน

เห็นได้ชัดเจนว่า การเรียนรู้จากงานที่มูลนิธิฯ  นำไปสู่การขยายแพร่ความรู้สู่แหล่งทุนเพื่อการพัฒนา เช่น สสส., สกว.,กองทุนสื่อฯ  และต่อไปคงจะเข้าสู่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา  

ผมจึง “ฝัน” ต่อ ว่า ทศวรรษที่สองของมูลนิธิสยามกัมมาจล   ควรคงเป้าหมายการพัฒนาบุคลิกภาพของเยาวชน    แต่ปรับเป้าให้ครอบคลุมเยาวชนทั้งประเทศ    ทั้งที่อยู่ในระบบการศึกษาและอยู่นอกระบบการศึกษา    โดยมูลนิธิฯเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน จากเน้นการให้ทุนแก่ภาคีทำโครงการและจัดการเรียนรู้วิธีทำงานพัฒนาเยาวชนด้านคุณลักษณะ   มาเป็นทำงานขับเคลื่อนวงจรเรียนรู้แบบ double– loop learning ของการพัฒนาเยาวชนด้าน character building   ที่ครอบคลุมเยาวชนทั้งประเทศ  

“ฝัน”ของผม เป็น semi-disruptive change สำหรับมูลนิธิสยามกัมมาจล    เพราะเสนอให้ยกเลิกการทำงานให้ทุนสนับสนุนภาคีในพื้นที่ที่ทำงานพัฒนาเยาวชน โดยสิ้นเชิง    หันมาทำงานกับภาคีที่ทำงานด้านเก็บข้อมูล  หมุนวงจรเรียนรู้ (แบบ double-loop)  และสื่อสารสังคม    เพื่อใช้ evidence ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาในสังคมไทย   

สมมติฐานก็คือระบบการศึกษาที่ใช้หลักการและวิธีการที่ถูกต้อง (dialogic pedagogy) จะนำไปสู่การพัฒนาคุณลักษณะของนักเรียนไปโดยปริยาย  แต่ระบบการศึกษาไทยที่บริหารโดยกระทรวงศึกษาธิการในขณะนี้ยังหลงใช้ didactic pedagogyทำให้นักเรียนไม่ได้รับการฝึกหรือพัฒนาบุคลิกลักษณะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่๒๑  

ผมแนะนำให้ใช้ วงจรเรียนรู้สองวง (double-looplearning)  กับ positiveapproach ในการทำงานหนุนการสร้างคุณลักษณะให้แก่เยาวชนไทย    โดยไปหาผลสำเร็จที่น่าชื่นชม (bestpractice) ในบริบทต่างๆ   นำมาทำความเข้าใจ how และ why   นำมายกย่อง สื่อสารและสนับสนุนการทำต่อเนื่องและขยายผล    และจัดเวที ลปรร. ระดับประเทศ  ระดับภาค ระดับจังหวัด  และระดับอำเภอ    จัดให้มีการวิจัยศึกษาผลกระทบต่อตัวเด็ก   และนำมาสื่อสารให้พ่อแม่และสังคมวงกว้างได้ทราบ

ทั้งหมดนั้นเป้าหมายคือการพัฒนาเด็กและเยาวชนทั้งประเทศ   โดยมีภาคีเครือข่ายที่หลากหลาย รวมทั้งพ่อแม่ผู้ปกครอง ร่วมกันขับเคลื่อน

วิจารณ์ พานิช

๒๙ มิ.ย. ๖๑


 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)