สมาธิ โดยศัพท์แล้ว แปลว่า ความตั้งใจมั่น.

โดยอาการก็คือ ไม่วอกแวก ไม่ฟุ้งซ่าน มีจิตที่แน่วแน่กับบางสิ่ง

.

ที่นี้ คำถามคือ ถ้าเราจะทำสมาธิ ก็ต้องนั่งหลับตาดูลมหายใจ ใช่หรือไม่ ?

ผมขอตอบว่า ถูกและไม่ถูกครับ ...!

คำว่า สมาธิ เป็นคำกว้างๆ  กินความหมายหลายอย่างมากมาย...

ถ้าเราจะแบ่งให้ชัดๆ คงต้องยืมภาษาฝรั่งมาช่วย

.

สมาธิ แบ่งเป็น 2 แบบ ครับ

Meditation และ Concentration

.

1. Meditaion  ก็คือ การทำสมาธิโดยใช้จิต  เช่น นั่งสมาธิ เดินจงกรม

รูปแบบที่ชาวพุทธคุ้นเคยก็มี...

> ดูลมหายใจ

> ภาวนา หรือ บริกรรม หรือท่องคาถา

> สวดมนต์

> ดูสัมผัสที่เท้ากระทบพื้น (เดินจงกรม)

>  เพ่งกสิน หรือ จินตนาการนึกนิมิตต่างๆ

ฯลฯ

 

2.  Concentration  คือ ทำสมาธิ โดยใช้เครื่องมือ  เช่น

> การวาดรูป

> การยิงปืน ยิงธนู

> การทำโยคะ

> รวมไปถึง การร้องเพลง เล่นดนตรี

> หรือออกกำลังกายแบบตั้งใจ

> แม้กระทั่ง การตั้งใจทำงาน หรือกระทั่งการตั้งใจคิดงาน

บางทีจะใช้คำว่า Focus

 เห็นไหมครับ สมาธิ มีใจตั้งมั่น ไม่วอกแวก ทำได้หลายแบบหลายวิธี

ไม่จำเป็นต้องดูลมหายใจเพียงอย่างเดียว

เพราะมีจุดมุ่งหมายที่ต่างกันไป เช่น

> เพื่อฝึกจิต ไม่ให้ฟุ้งซ่าน

> เพื่อทำให้จิตนิ่ง

> เพื่อผ่อนคลาย หรือพักจิต

> เพื่อความคิดที่แหลมคม

> เพื่อให้เกิดปัญญา

> เพื่อพัฒนาความสามารถ  และศักยภาพ

> เพื่อบำบัดโรคภัยไข้เจ็บ

> เพื่อมีฤทธิ์ เช่น เห็นอดีต อนาคต ฯลฯ

.

นี่คือภาพรวมของคำว่า สมาธิ

ผมหวังว่าคงจะคลายปัญหาคาใจ ถึงบางอ้อได้

และเป็นแนวทางให้ทุกท่านสามารถทำสมาธิได้ ทุกวัน ทุกที่  และทุกนาที (ที่นึกได้)

(ผมเคยพูดว่านั่งขรี้ก็ทำสมาธิได้ มีคนไม่เชื่อ และบางคนก็บอกว่าบาปนะ !!
นี่เพราะเขายังไม่เข้าใจคำว่า สมาธิ )

สติ สมาธิ และปัญญา ถือเป็นทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดหาใดเปรียบได้ในชีวิตเราทุกคนครับ

ฝึกไว้เถิดจะเกิดผล ...ผมเอาชีวิตยืนยัน