กวาดใบไม้ สะอาดใจ

ในการทำงานนั้น มีวิธีการเฉพาะ หรือที่เรียกว่า กลยุทธ์ ที่เหมาะกับงานแต่ละงานแตกต่างกันไป อุปมาเหมือนกับการเลือกใช้ ไม้กวาดแข็ง ไม้กวาดอ่อน ให้เหมาะกับสภาพพื้นที่และความต้องการนั่นไง

กวาดใบไม้ที่ร่วงหล่น  

ทิ้งอารมณ์แสนวุ่นวาย 

พื้นสะอาดจิตสบาย 

พลัน "คิดได้" โอ๊ะ ดีจัง...

     ๗ กค. ๒๕๖๑ (◠‿◠✿)

          ฉันชอบไปวัดปทุมวนาราม วัดป่ากลางกรุง ที่ร่มครึ้มไปด้วยพืชพันธุ์ไม้ เป็น “วัดป่า” ท่ามกลางตึกสูงเสียดฟ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง


          ฉันเรียกวัดปทุมวนาราม ว่า “โอเอซีส” กลางทะเลทราย...

          ในชีวิตการทำงาน บางวันงานก็ลื่นไหลราบรื่น บางวันได้โจทย์ยาก คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก ยิ่งถ้าเจอ “นาย” ที่ชอบงานเร่งงานด่วนทันทีทันใด (Fast food)  ยิ่งระอาใจ  เก็บเอกสารกลับบ้านดีกว่า... ก่อนกลับบ้านแวะลงรถไฟฟ้า BTS เดินทอดน่องเข้าไปหามุมสบายในสวนป่าของวัดปทุมวนาราม...สักหน่อยดีกว่า

          เนื่องจากเป็น “วัดป่า” เต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้า ใบไม้ที่ร่วงหล่นเต็มลานวัด  เห็นเจ้าหน้าที่กวาดใบไม้ จึงเข้าไปร่วมด้วยกันกวาดใบไม้ตามริมทางเดินด้วย

          กวาดแรกๆ ก็ โอ...เพิ่งกวาดไป ใบไม้หล่นมาอีกแล้ว ไม่หมดเสียที กวาดไปกวาดมา ก็เมื่อยมือล่ะสิ เหงื่อเริ่มซึมซิกๆ ร้อนก็ร้อน เมื่อยก็เมื่อย ...

          คิดถึงเมื่อครั้งไปปฏิบัติธรรมกับพระอาจารย์มานพ อุปสโม ท่านสอนว่า การทำความสะอาดที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ที่ทำงาน หรือวัด ให้ทำด้วยจิตว่าง อย่าเอาแต่ตั้งเป้าว่าต้องสะอาด ต้องเสร็จ ฯลฯ มันจะยิ่งเหนื่อยหนัก


          คราวนี้ลองเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ ไปหารองเท้าแตะสบายๆ มาแทนรองเท้าคัทชูที่สวมอยู่ เดินไปเลือกไม้กวาดทั้งแบบไม้กวาดอ่อนและไม้กวาดแข็ง ฉันพบว่า ถ้าจะกวาดได้เร็วๆ ไม่เน้นสะอาดนัก ก็ใช้ ไม้กวาดแข็ง แต่ถ้าต้องการให้สะอาดเอี่ยมจริงๆ ต้องใช้ไม้กวาดอ่อน เพราะจะกวาดผงที่อยู่ในซอกกระเบื้องออกมาได้ง่ายและมากกว่า


          กวาดไปด้วยใจสบายๆ สักพัก ก็ผ่อนคลายมีความสุขมากขึ้น... เอาเถอะ กวาดไปเรื่อยๆ ใบไม้จะหล่นใหม่ก็หล่นไป กวาดเกลี้ยงบ้าง ไม่เกลี้ยงบ้างก็กวาดไป... 


          กวาดจนครบรอบด้านข้างของศาลาปฏิบัติธรรมแล้ว ก็มานั่งพัก... สบายใจสบายกาย สะอาดตา สบายใจขึ้นจริงๆ แล้วยัง “คิดได้” ด้วยว่า นการทำงานนั้น มีวิธีการเฉพาะ หรือที่เรียกว่า กลยุทธ์ ที่เหมาะกับงานแต่ละงานแตกต่างกันไป อุปมาเหมือนกับการเลือกใช้ ไม้กวาดแข็ง ไม้กวาดอ่อน ให้เหมาะกับสภาพพื้นที่และความต้องการนั่นไง


          

กราบ กราบ กราบ ครูบาอาจารย์ที่เพียรอดทนสอนสั่งศิษย์

          แอบอมยิ้ม...

                  ศิษย์มีครู โชคดีอย่างนี้เอง... ^_^


หมายเหตุ : ไม่ได้เข้ามาเขียนบันทึกเสียนาน จัดการกับรูปภาพไม่เป็นเสียแล้ว กลับหัวกลับหาง ตะแคงข้าง จะพยายามเรียนรู้ต่อไปค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน อาหารเพื่อจิตวิญญาณ

คำสำคัญ (Tags)#วัดปทุมวนาราม#วัดป่ากลางกรุง#กวาดใบไม้#ข้อคิดการทำงานจากใบไม้

หมายเลขบันทึก: 648801, เขียน: 10 Jul 2018 @ 11:12 (), แก้ไข: 10 Jul 2018 @ 15:27 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 4, ความเห็น: 6, อ่าน: คลิก


ความเห็น (6)

เขียนเมื่อ 

เป็นบันทึกที่สวยมากๆ ครับ ข้อความน่าอ่านไปเรื่อยๆ และน่าค้นหา ครับ

กวาดเกลี้ยงบ้าง ไม่เกลี้ยงบ้างก็กวาดไป...อุบายการกวาดแบบนี้..ทำให้คิดถึงสิ่งหนึ่งครับ…เราไม่ต้องคาดหวังว่าเราจะได้อะไร…มีหน้าที่กวาดก็กวาดไป…..ขอบคุณมากนะครับ ด้วยความระลึกถึงเสมอนะครับ

เขียนเมื่อ 

https://youtu.be/4nAX-TzLIzg

คุณน้องไม่ได้เจอกันนาน ลองฟังดูจากยูทูปนี้ เผื่อจะถูกกับจริตครับ รุ่นน้องเพิ่งไปเข้าคอร์ส เธอเขียนบอกมาว่า

๑) ตอนนี้ไปปฏิบัติธรรมที่ไหน ทำไมถึงชอบเริ่มปฏิบัติธรรมที่ไตรสิกขา รู้สึกชอบเนื่องจากสิ่งที่ได้เรียนรู้และปฏิบัติ เป็นสิ่งที่มีเหตุผล เชื่อมโยง เข้าใจง่าย และมีจุดหมายเดียวกับที่ต้องการ ถึงแม้จะได้เข้ามาศึกษาแค่ครั้งแรกก็สามารถเข้าใจในพระพุทธศาสนาได้มากกว่าที่เคยเรียนหรืออ่านมาก่อนเป็นเวลานาน ซึ่งเมื่อก่อนรู้สึกว่ายาก ทั้งภาษาบาลีก็ยากที่จะเข้าใจหรือจำได้ และไม่เคยเข้าใจได้ดีเท่ากับมาเรียนที่นี่เพียงครั้งเดียว ทั้งนี้เนื่องจากอาจารย์วิลลี่มีความสามารถในการถ่ายทอดสิ่งที่ยากให้เข้าใจได้ง่าย โดยแบ่งเป็นส่วนๆ แล้วค่อยๆ เพิ่มเติม และเชื่อมโยง พร้อมขมวดทุกส่วนเข้าด้วยกัน และได้ปฏิบัติจริง พร้อมได้รับคำแนะนำ และตอบคำถามในสิ่งที่สงสัยทำให้ค่อยๆ เข้าใจมากขึ้นเรื่อยๆ

๒) จากที่มาปฏิบัติธรรมแล้วกลับมาสู่ชีวิตปกติที่ต้องทำงานและอยู่ในสภาพแวดล้อมเดิม ๆ รู้สึกอย่างไร มีความสุขมากขึ้นหรือเปล่า แรกๆ ตอนจบคอร์สมีความรู้สึกสงบและสุขในการปฏิบัติ เบาสบายและใจโล่งขึ้นมาก พอกลับมาเจอสภาพแวดล้อมเดิม ๆ และกลับมาทำงาน ก็รู้สึกว่านิ่งขึ้น เข้าใจและควบคุมอารมณ์ความรู้สึกได้มากขึ้น และยังคงทำตามคำแนะนำได้อยู่เรื่อย ๆ ซึ่งทำให้เรามีสติ และบริหารจัดการเวลาและงานได้ดียิ่งขึ้น พอใจสงบนิ่งขึ้น ความสุขก็เพิ่มขึ้น

๓) มีอะไรที่อยากจะทำอีกบ้าง ตั้งใจที่จะฝึกปฏิบัติตามที่อาจารย์ได้แนะนำ และอยากมีโอกาสในการเข้าศึกษาปฏิบัติเพิ่มเติมอีก

สวัสดีค่ะคุณ ทิมดาบขอบคุณมากค่ะที่ให้กำลังใจไว้… ก็เขียนไปเรื่อยเปื่อยตามอารมณ์ความรู้สึกที่ “คิดได้ และ ได้คิด” ค่ะ ^_^

สวัสดีค่ะคุณแสงแห่งความดี…

ทำไปและอยู่กับสิ่งที่ทำ…นั่นเองนะคะ

ขอบคุณค่ะ ด้วยความระลึกถึงกัลยาณมิตรค่ะ ^_^

สวัสดีค่ะพี่ คนบ้านไกล

น้องไม่มีโอกาสไป ปฏิบัติธรรม กับครูบาอาจารย์อีกเลยค่ะไม่แน่ใจว่าหลอกตัวเองอยู่หรือเปล่าว่า… ทำงานให้เหมือนการปฏิบัติธรรม ดังนั้นจึงไม่ได้ไปวัดหรือสถานที่ใดๆ นอกจากที่บ้าน ที่ทำงาน และบ้านพี่ๆ ค่ะ

ขอบคุณค่ะ ^_^