ในแต่ละวัน..ล้วนมีความสำคัญกับผม ทำให้ได้งานและเกิดคุณค่าต่อจิตใจและองค์กร พอทำแล้วนึกย้อนไป ยังมีผู้คนอีกมากมาย ลำบากกายแต่ก็สู้ทนด้วยหัวใจ ที่มุ่งหมายเสียสละอุทิศตน..ผมยังทำดีไม่ถึงครึ่งของพวกเขาด้วยซ้ำ...

             วันศุกร์หรรษา ทุกสัปดาห์ นักเรียนจะอยู่ในชุดเสื้อผ้าไทย ลายแดงสดใส สง่างามตามแบบโรงเรียนเล็ก ๆ ที่มีเด็กไม่มากแต่ก็อบอุ่นคุ้นเคยและใกล้ชิด เหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน.

            เช้านี้..ก่อนเข้าแถวเชิญธงชาติ  ผมวางแผนกิจกรรม และก็ทำได้ตามแผน โดยมอบให้ตัวแทนพี่ป.๖ นำน้อง ป.๑ – ป.๓ ไปฝึกกายบริหารประกอบเพลง..

            เพลงที่ใช้ยังคงเดิม เพิ่มเติมความพร้อมเพรียง ชื่อเพลง “หน้าที่เด็ก” “เพลงมาร์ชหนองผือ” และเพลง “ค่านิยม ๑๒ ประการ”

            ผมบอก ป.๖ ว่า..ถ้าน้องตั้งใจทำ ให้นำน้องเล่นรีรีข้าวสารด้วย เป็นการละเล่นพื้นบ้าน..สืบสานเอาไว้ เล่นครั้งใดก็เห็นว่าสนุกทุกครั้ง..

            ผมอยู่ที่แปลงเกษตรกับนักเรียนชั้น ป.๔ – ๖ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียนชาย สายตาผมก็ยังมองดูการเล่นที่สนามไปด้วย เพื่อประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อกิจกรรม “พี่สอนน้อง”            

            ผมพบว่า..นักเรียนสนใจ ให้ความร่วมมือ เราคงไม่ต้องไปใช้สื่อหรือวิธีการของฝรั่ง ที่มานำเสนอ เพื่อมาพัฒนาสมอง ๒ ซีกของเด็ก การละเล่นแบบไทยนี่แหละ ผมเชื่อว่าพัฒนาได้ทั้งตัว ทั้งหัวใจ สมองและร่างกาย

            ในช่วงเวลา ๓๐ นาที..นักเรียนช่วยกันปลูกผักบุ้ง โรยฟาง และรดน้ำ ในแปลงใหญ่ นักเรียนไม่เหนื่อยมากนักเพราะช่วยกันหลายคน..

            ผมนัดหมาย ป.๔ อีกครั้ง พบกันในชั่วโมงแรกเลย..ก่อนที่จะเรียนวิชาหลัก ผมจะให้ปลูกผักก่อน..อากาศจะได้ไม่ร้อนเหมือนช่วงบ่าย

            เพราะครู ป.๔ ไปสอนแทนครู ป.๑ ครู ป.๑ ไปสอนแทนครูอนุบาล ส่วนครูอนุบาลไปอบรมสัมมนาที่เขตพื้นที่ฯ ผมจะไม่ให้มีการปิดเรียนชั้นอนุบาล ไม่ให้เป็นภาระของผู้ปกครอง..ผมก็เลยต้องเข้าไปสอนแทน...

            แปลงเกษตรแปลงเล็ก เป็นแปลงเพาะเมล็ด วันนี้..สำเร็จเรียบร้อยไป ๓ แปลง นักเรียนช่วยกันเพาะเมล็ดพริก มะเขือ และผักกาดขาว..ส่วนแปลงสาธิตงาดำ ผมทำเอง

            ผมสังเกตการทำงานของนักเรียนชั้น ป.๔ พบว่า..มีความตั้งใจในกระบวนการทำงานตลอดแนว เข้มแข็งและทะมัดทะแมง แบบนี้..เชื่อว่า เมื่อเรียนชั้นสูงขึ้น ก็จะสอนง่าย เข้าใจระบบงาน..ไม่เป็นภาระในการจัดการเรียนรู้

            จากแปลงผักปลอดสารพิษ นำสู่การเรียนการสอนในห้องเรียน ผมจับเรื่องการคูณ โดยอธิบายให้ตัวอย่าง..และทดสอบครั้งละ ๕ ข้อ ก่อนทำผมจะย้ำให้เข้าใจว่า..การคูณนั้นสูตรคูณต้องแม่น ถ้าไม่แม่นให้ดูตารางสูตรคูณ

            การคูณ..ต้องมีทดเลขในเศษกระดาษ  อย่าลืมนำมาบวก และการคูณเลขหลายหลัก ต้องตั้งหลักเลขให้ถูกต้อง และการทำเลขง่ายๆ แต่ก็ไม่ควรประมาท..

            ผลการสอนคณิตศาสตร์ เป็นที่น่าพอใจ เด็กเรียนรู้ช้า ก็ทำได้ เด็กที่เข้าใจก็ทำได้ถูกต้องเหมือนเคย..ผมให้การบ้านเพื่อให้เด็กกลับไปทบทวน ๕ ข้อ

            เมื่อนักเรียนกลับไปเรียนรู้กับครูตู้..(DLTV) ผมมีโอกาสได้สอนเสริม ป.๓ ตามคำร้องขอของครูประจำชั้น ที่อยากให้ผมเน้นย้ำ เรื่อง “คำคล้องจอง” ที่สอนยากมาก

            ยากอย่างไรก็ต้องสอน เพราะคำคล้องจอง ถ้านักเรียนไม่เข้าใจ ก็จะไม่เข้าใจตลอดไปจนถึง ป.๖..วันนี้ผมก็ทำได้โดยให้เล่นเกม..ต่อคำ..เมื่อนักเรียนตอบได้ทำได้ ความเข้าใจจะฝังลึก..

            โรงเรียนเลิก ภารกิจงานสอนเสร็จสิ้นสมบูรณ์ เป็นไปตามแผนที่ตั้งใจไว้ งานเสริมยังรออยู่ใกล้ๆ ด้วยใจอยากทำ..วันหยุด..งานจะได้ไม่ต้องเยอะ

            เริ่มที่ห้องส้วมของนักเรียน..ที่มีคราบดำติดตามขอบปูน ผมก็ลงมือทาสีทับ ให้ดูขาวสะอาดตา ส่วนล้อยางที่ปลูกไม้ประดับ ก็ทาให้สีดำเป็นสีขาว ดูสดใสไปอีกแบบ ส่วนป้ายคำขวัญ ถ้าจะเขียนด้วยสีน้ำเงิน..ก็ต้องรองพื้นด้วยสีขาวก่อน...

            ในแต่ละวัน..ล้วนมีความสำคัญกับผม ทำให้ได้งานและเกิดคุณค่าต่อจิตใจและองค์กร พอทำแล้วนึกย้อนไป ยังมีผู้คนอีกมากมาย ลำบากกายแต่ก็สู้ทนด้วยหัวใจ ที่มุ่งหมายเสียสละอุทิศตน..ผมยังทำดีไม่ถึงครึ่งของพวกเขาด้วยซ้ำ...

            แต่ไม่เป็นไร..ผมเองก็บันทึกไว้แล้วว่า “เอาที่สบายใจ ทำไรได้ต้องรีบทำ ผลบุญจักหนุนนำ ได้จดจำเป็นตำนาน”

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๖  กรกฎาคม  ๒๕๖๑