วันนี้..ถ้ำหลวง..ขุนน้ำนางนอน ยังเนืองแน่นไปด้วยผู้คน ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ทุกสาขาอาชีพและทุกภาคส่วน พุ่งตรงสู่ถนนแม่สาย จังหวัดเชียงราย เป้าหมายคือภารกิจสำคัญ ร่วมด้วยช่วยกัน นำเด็กและเยาวชน ๑๓ ชีวิต ที่ติดอยู่ในถ้ำออกมา..
สายธารแห่งศรัทธา..ที่ติดตามช่วยเหลือ ส่งกำลังใจ ให้คำแนะนำ ลงมือทำทุกวิถีทาง ทั้งบริจาคทรัพย์ วัสดุอุปกรณ์และอาหาร เครื่องดื่ม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้สะดวก ด้วยการระบายน้ำออกจากถ้ำ และให้การดำน้ำของหน่วยซีลเป็นไปอย่างคล่องตัว
๑๓ ชีวิต..ทีมหมูป่า อคาเดมี ที่เกิดวิกฤติติดระดับโลก..กลายเป็นโอกาส ให้ “หัวใจ” หลายล้านดวง หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว มุ่งมั่นและทุ่มเท จนค้นพบ ๑๓ ชีวิตที่ติดถ้ำหลวง ยังอยู่รอดปลอดภัย แม้ว่าจะยังนำตัวออกมาไม่ได้ แต่ก็มีนายทหารและคุณหมอเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด
กระบวนการช่วยเหลือยังดำเนินการต่อไปอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศการทำงาน”กู้ภัย”ยังเข้มข้นไม่หยุดยั้ง กับภารกิจที่หนักและเหนื่อยที่สุดครั้งนี้ แต่ไม่มีใครท้อถอย..
คนไทยและต่างชาติ..รอคอยการกลับมา ของทีมหมูป่า.ด้วยใจจดจ่อ ระหว่างที่รอก็พบบทเรียนจากถ้ำหลวง..แม้ว่าจะเป็นบทเรียนในหน้าแรกๆ แต่ก็มีคุณค่า เป็นอีกหนึ่งหน้าในประวัติศาสตร์ชาติไทย..ที่หลายคนคงลืมไม่ลง
ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น..ที่ติดตามทุกช่วงข่าว ฟังรายงานจากท่าน ผวจ.เชียงราย (คุณทนงศักดิ์ โอสถธนากร) ทุกวันและทุกเวลา จึงมั่นใจได้ว่า..ท่านผู้ว่าฯท่านนี้..คือ “ผู้นำ..อย่างแท้จริง”
ท่านวางแผนช่วยเหลือมาตั้งแต่ต้น ท่านทำให้คนทำงานได้อย่างเป็นระบบ จนค้นพบ..๑๓ ชีวิตทีมหมูป่า ท่านผู้ว่าฯมีความรู้ความสามารถและทำงานด้วย “หัวใจ” จึงได้รับความรักความศรัทธา..ผู้คนจึงไหลหลั่งมาจากทุกสารทิศ เพื่อมาช่วยกัน
ท่านผู้ว่าฯ..ทำงานอย่างไร? เป็นเรื่องที่น่าทบทวน ท่านบอกว่า..งานที่ยากครั้งนี้ ต้องใช้ “แผนปฏิบัติการที่รอบคอบและรัดกุม ต้องคุยกันทุกขั้นตอน ระหว่างปฏิบัติก็ต้องประเมิน ทำถึงขั้นไหนแล้วก็ต้องมาประเมินผล เพื่อรับทราบปัญหาอุปสรรค และพัฒนาการ..”
“การทำงานตามแผน ต้องอาศัยทรัพยากร ใช้ตอนไหน และใช้อะไรบ้าง ต้องติดต่อหรือขอจากใคร ต้องประสานโดยเร็ว..”
“การทำงาน..จะต้องไม่ต่างคนต่างทำ ต้องมาคุยกันก่อน จะมีความตั้งใจแค่ไหน จะมีความรู้อย่างไร ก็ต้องมาคุยกันก่อน จะต้องไม่มีใครฉายเดี่ยวหรือเป็นตัวถ่วง..”
บทเรียนจากการให้สัมภาษณ์ของท่านผู้ว่าฯ..บ่งบอกถึง..การทำงานแบบรู้รักสามัคคี และ ต่อจากนี้คนไทยต้องเรียนรู้เรื่องราวของสวัสดิภาพและความปลอดภัยมากขึ้น ตลอดจนทำให้ทุกคนและทุกภาคส่วน..ทำงานด้วยเป้าหมายเดียวกัน..
ผมจึงให้ความสำคัญกับโรงเรียนขนาดเล็ก..ที่เรามักจะอ้างปัญหาอุปสรรคและความขาดแคลนอยู่เสมอ แต่แท้ที่จริงแล้ว เราต้องถามตัวเองก่อนว่า เราทำงานและใช้แผนปฏิบัติการแล้วหรือยัง?
ในขณะที่เรายังอ่อนด้อยในสังคมการศึกษา ถามว่า..ในองค์กรของเรา ยังมุ่งมั่นทุ่มเทกับภารกิจมากน้อยแค่ไหน รู้รักสามัคคีกันหรือไม่ หรือแสวงหาความร่วมมือจากแหล่งใด(ทรัพยากร) หรืออยู่ไปวันๆ...
ที่สำคัญ..ในสถานการณ์เรียนรู้สู้สิ่งยาก คนทำงาน(ครู) มีขวัญกำลังใจหรือไม่? ทำอย่างไรจึงจะเดินไปสู่เป้าหมายเดียวกันให้ได้..
ทำให้ผมคิดถึงพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ “..การให้ความรัก ความเมตตา และมีน้ำใจไมตรี จะทำให้สำเร็จผลได้..”
“..ข้าพเจ้าจึงปรารถนาอย่างยิ่งที่จะเห็นคนไทยมีความสุขถ้วนหน้ากันด้วยการให้ คือให้ความรักความเมตตากัน ให้น้ำใจไมตรีกัน ให้อภัยกัน ให้การสงเคราะห์อนุเคราะห์กัน โดยมุ่งดีมุ่งเจริญต่อกันด้วยความบริสุทธิ์และจริงใจ..”
“..ทุกคน ทุกฝ่ายจะได้สามารถร่วมมือ ร่วมความคิดอ่านกัน สร้างสรรค์ความสุขความเจริญมั่นคงให้แก่ตน แก่ประเทศชาติ อันเป็นสิ่งที่แต่ละคนต้องการ ให้สำเร็จผลได้ดังที่ตั้งใจปรารถนา..”
๑๓ ชีวิต ทีมหมูป่า ไม่เพียงเป็นบทเรียนพัฒนา..โรงเรียนขนาดเล็ก ยังได้ให้บทเรียนพัฒนาเด็ก..ให้เข้าใจเข้าถึง และพัฒนาทักษะชีวิต ผ่านบทร้อยกรองที่สละสลวยสวยงาม ของอาจารย์ วิไลลักษณ์ บุญเคลือบ อาจารย์ผู้สอนภาษาไทย ม. แม่ฟ้าหลวง แต่งนิทานคำกลอนไว้ดีมาก ฝากให้นักเรียน อ่านด้วยนะครับ
นิทานเรื่อง “หมูป่าสิบสามตัว”
ยังมีหมูป่า หน้าตาน่ารัก รวมเพื่อนรู้จัก ชวนชักไปเที่ยว พี่น้องหมูป่า อย่าช้าเลยเชียว รีบรีบประเดี๋ยว เที่ยวถ้ำไม่ทัน วันนี้วันเกิด ไปเถิดสังสรรค์ เตรียมอาหารพลัน ฉลองกันเฮฮา
พี่ใหญ่เห็นพร้อง เพื่อน้องหมูป่า ทำตามสัญญา ไม่ช้ารีบไป สิบสามหมูป่า มาถึงด้านใน ห้องโถงกว้างใหญ่ เคยไปประจำ มัวเที่ยวสนุก ลืมฉุกคิดย้ำ อย่ากลับมืดค่ำ คำแม่ตักเตือน
เวลาล่วงไป เฉไฉแชเชือน นึกได้ชวนเพื่อน กลับเรือนเสียที มาถึงทางออก พี่บอกถอยหนี มีน้ำเต็มปรี่ ไหลรี่ปิดทาง หมูป่าพี่น้อง ร่ำร้องครวญคราง หมดสิ้นหนทาง อ้างว้างหวั่นใจ พี่หมูปลอบน้อง อย่าร้องไห้ไป น้องเอ๋ยเชื่อใจ พี่ใหญ่เป็นดี
ให้น้องหมูป่า ตามมาทางนี้ รักษาชีวี ต้องมีปัญญา แม้ปากถ้ำปิด มืดมิดหนักหนา ใช้สตินำพา ไม่ช้าปลอดภัย ทำตามพี่บอก เดินซอกหินไป จับมือกันไว้ อย่าให้พลัดกัน
ดื่มน้ำจากหิน นอนดินนิ่งพลัน ห้ามก่อไฟหวั่น อากาศนั้นไม่พอ กอดกันเมื่อหนาว ถึงคราวทดท้อ กำลังใจเติมต่อ เฝ้ารออดทน เหนื่อยหิวสู้ไว้ ฝึกใจของตน ไม่นานมีคน ช่วยพ้นโพยภัย
แม่หมูทราบข่าว เรื่องราวตกใจ จะทำอย่างไร ได้โปรดช่วยที เพื่อนพ้องสัตว์ป่า รุดมาถึงที่ ต่างเสนอข้อดี วิธีเตรียมการ เหยี่ยวว่าจะลอง บินมองรอบด้าน อาจพบปล่องผ่าน แจ้งท่านทันที
ช้างก็บอกว่า พลังข้ามากมี งวงดูดวารี ไม่กี่ทีเปิดทาง สิงโตกล่าวต่อ ข้าขอช่วยบ้าง แจ้งสัตว์ต่างต่าง ช่วยอย่างท่วงที หนูบอกถนัด เจนจัดมุดที่ ขุดรูดูที ช่วยพี่อีกแรง
ค้างคาวเอ่ยปาก ไม่ยากขอแจ้ง ถิ่นบินกินแมลง หลบแสงทุกวัน พูดเสร็จก็บิน โผผินเร็วพลัน ร่วมด้วยช่วยกัน ให้ทันเวลา หนูมุดเหยี่ยวบิน ดันหินด้วยงา สิงโตเจ้าป่า ตั้งท่าคำราม น้ำใจเพื่อนสัตว์ จัดว่างดงาม แม่หมูติดตาม สิบสามหมูสุดใจ
ค้างคาวนำหน้า บินพาพี่ใหญ่ หมูตามหนูไป เส้นชัยปากทาง ช้างโค่นซุงใหญ่ ยื่นให้ไต่พลาง ฝูงชะนีลิงค่าง เต้นอย่างยินดี ฮิปโปโห่ลั่น เป็นวันสุขี ส่ายตูดสามที แฮปปี้สุขใจ สิบสามหมูป่า ออกมาปลอดภัย บุญคุณยิ่งใหญ่ ยากไซร้ตอบแทน
ลูกหมูขอโทษ อย่าโกรธเคืองแค้น ลำบากเหลือแสน เหตุแค่นไม่ฟัง คำเตือนผู้ใหญ่ จำไว้ทุกครั้ง พลั้งพลาดอาจพัง หมดหวังกลับมา สุดท้ายสามัคคี นั้นดีหนักหนา น้ำใจมีค่า ยิ่งกว่าสิ่งใด ช่วยเพื่อนมนุษย์ นั้นสุดยิ่งใหญ่ เด็กควรจำไว้ สอนใจตลอดกาล
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๕ กรกฎาคม ๒๕๖๑
<p>
</p><p> </p>
รอน้องออกมา