เปิดประวัติบ้านศรีสุข ตำบลศรีสุข อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี

ชุมชนบ้านศรีสุข เป็นหมู่บ้านเก่า เข้ามาตั้งถิ่นฐานเมื่อประมาณปีพุทธศตวรรษที่ 23 พร้อม ๆ กับการสถาปนาอาณาจักรล้านช้างจำปาศักดิ์ ซึ่งนำโดยพระครูยอดแก้วโพนสะเม็ก ปรากฏเป็นเรื่องเล่าในหลายหมู่บ้านในเขตอำเภอเขื่องใน เช่นบ้านคำสมอ บ้านชีทวน แดงหม้อ เป็นต้น

           ชุมชนบ้านศรีสุข เป็นหมู่บ้านเก่า เข้ามาตั้งถิ่นฐานเมื่อประมาณปีพุทธศตวรรษที่ 23 พร้อม ๆ กับการสถาปนาอาณาจักรล้านช้างจำปาศักดิ์ ซึ่งนำโดยพระครูยอดแก้วโพนสะเม็ก ปรากฏเป็นเรื่องเล่าในหลายหมู่บ้านในเขตอำเภอเขื่องใน  เช่นบ้านคำสมอ บ้านชีทวน แดงหม้อ เป็นต้น กลุ่มชาวบ้านได้แยกตัวออกจากนครจำปาศักดิ์  ตั้งถิ่นฐานตามภูมิศาสตร์ที่อุดมสมบูรณ์ จนเป็นชุมชนใหญ่ ชาวบ้านศรีสุขได้ตั้งหมู่บ้านที่ดงบ้านน้อย (อยู่ทางทิศตะวันตกของหมู่บ้านในปัจจุบัน) ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์ จนประมาณปีพุทธศักราช 2367 ได้เกิดโรคระบาดครั้งใหญ่ ทำให้ต้องอพยพผู้คนออกจากพื้นที่มาอยู่ที่โนนใหญ่ (พื้นที่หมู่บ้านปัจจุบัน) เพราะเป็นทำเลที่เหมาะสม อีกทั้งมีคูน้ำ คันดินล้อมรอบ ในลักษณะแบบเมืองทวารดีในพื้นที่อีสาน เมื่อมาอยู่ที่โนนดังกล่าวชาวบ้านดำเนินชีวิตได้ปกติสุข มีน้ำกินน้ำใช้อย่างพอเพียง อีกทั้งโรคระบาดก็ไม่ได้มาเบียดเบียนเช่นเดิม เมื่อมีการปฏิรูปการปกครองซึ่งเริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2435 โดย กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยพระองค์แรกของไทย การแบ่งเขตการปกครองจังหวัดออกเป็นสามระดับคือ อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน ชาวบ้านศรีสุขเลยตั้งชุมชนว่า “บ้านศรีสุข” ซึ่งหมายถึง หมู่บ้านที่เป็นความรุ่งเรื่องแห่งความสุข เป็นอยู่อย่างเป็นสุข ขึ้นตรงต่อเมืองอุบลราชธานี มณฑลอีสาน (ลาวกาว) และเป็นมณฑลอุบลราชธานีในสมัยต่อมา

           การย้ายถิ่นฐานคราวนั้นแยกออกไปหลายกลุ่ม ท้าวคำก้อนได้พาชาวบ้านอพยพไปตั้งบ้านนาโพธิ์ (บ้านนาโพธิ์ ตำบลกุดกุง อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธรในปัจจุบัน) สมทบกับชาวบ้านยางขี้นก บ้านสร้างถ่อ บ้านกอก จนต่อมาปี พ.ศ.2522 บ้านนาโพธิ์ ได้ย้ายมาขึ้นตรงต่อตำบลกุดกุง อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร และมีนายซุน สร้อยหล้า เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก ท้าวบุตราวงษ์ ได้พาชาวบ้านอีกกลุ่มอพยพไปทางทิศเหนือไปตั้งบ้านป่าก่อ เป็นบ้านป่าก่อ ตำบลหนองเหล่า อำเภอเขื่องในในปัจจุบัน ท้าวทองคำ ได้พาชาวบ้านอพยพมาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตั้งหมู่บ้านขึ้นเป็นบ้านดู่ แต่คนทั่วไปมักเรียกว่า บ้านดู่ดงบ้านน้อย เมื่อนานหลายปีจึงกร่อนเป็นบ้านดูน้อยในปัจจุบัน

          ทั้งนี้ตามประวัติพ่อใหญ่หมุน ปวงสุข ได้เล่าไว้ว่า “เดิมที่มีคนชื่อพ่อใหญ่ศรี กับแม่ใหญ่สุข อพยพถิ่นฐานทำมา ค้าขายมาจากเมืองหนองบัวลำภู ได้พาคนที่เป็นลูกหาบพ่อค้าด้วยกัน มาจำนวนหนึ่งได้ค้าขายมาเรื่อย ๆ โดยใช้วิธีเดินเท้าและเกวียนลากเป็นคาราวาน ขายหม้อ ขายไหนอนไปตามหมู่บ้านถิ่นฐานต่าง ๆ สันนิษฐานว่าจะอพยพค้าขาย มาในช่วงสมัยพระวอพระตามาตั้งเมืองอุบลฯ ก็เป็นได้พอมาถึงบ้านศรีสุข แต่ก่อนเป็นที่โนนใหญ่ที่ทำเลที่เหมาะสมมีหนองน้ำหลายหนองล้อมรอบโนนใหญ่ ประมาณ ๒๐ กว่าหนอง และที่แห่งนี้เคยเป็นที่อยู่ของคนโบราณ คือเป็นที่อยู่ของพวกข่า พวกขอมครองมาก่อน ภายหลังได้อพยพหนีไปทาง เขมรต่ำโดยจะเห็นได้จากหลักฐานที่เป็นวัตถุโบราณเป็นเศษหม้อ ไห กำไลแขน ทัพพี ซ้อน เครื่องมือเครื่องใช้ที่เก็บได้บริเวณโนนโรงเรียนบ้านศรีสุข พอพ่อใหญ่ศรี และพวกมาถึงที่แห่งนี้จึงได้ตั้งชุมชนหมู่บ้านขึ้นให้ชื่อว่าเป็นบ้าน ศรีสุขตามชื่อ ผู้พามาสามีภรรยาคือ พ่อใหญ่ศรีและแม่ใหญ่สุข เอาคำจากชื่อคน สองคน มารวมกัน ทีแรกเริ่มเดิมที่ตั้งบ้านอยู่ทางดอนปู่ตาปัจจุบันมีการสร้าง วัดขึ้นด้วย มีการก่อสร้างสิม (โบสถ์) ขึ้นใกล้ๆ หนองน้ำจึงได้ชื่อว่า “หนองสิม” มาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาภายหลังหมู่บ้านศรีสุขได้มีการแตกลูกหลานเหลนออกเป็น จำนวนมาก จึงกลายเป็นชุมชนใหญ่ขึ้นมีผู้คนหนาแน่นและได้ย้ายวัดจากทางตะวันตก บ้าน หนองสิม มาตั้งวัดทางทิศตะวันออกบ้านทางหนองสา มีการสร้างถาวรวัตถุ ขึ้นให้พระสงฆ์อยู่เป็นกุฏิเวลาทําสังฆกรรมก็ไปทำในสระน้ำเพราะไม่มีสิม (โบสถ์) 1 จึงได้มีสระ (สา) วัดมาจนเท่าทุกวันนี้"

          เมื่อมีการปกครองแบบ มณฑลในช่วงสมัย รัชกาลที่ ๕ บ้านศรีสุขจึงได้ก่อตั้งเป็นตำบลศรีสุข ขึ้นกับอำเภอปัจจิมูปลนิคม สภาพโดยทั่วไปของ หมู่บ้านศรีสุข เป็นโนนใหญ่กลางทุ่งนามีแหล่งน้ำคือ หนองน้ำจำนวนมาก เหมาะแก่การเพาะปลูก ในการทำนาข้าวและทำมาหากิน พื้นที่บ้านเป็นโนนสูง ๆ ต่ำ ๆ ไม่ราบเสมอกัน คนสมัยก่อนตอนไปเรียนหนังสือจะพากันไปโรงเรียน ประชาบาลบ้านโพนเมือง อยู่หลายปี ต่อมาภายหลังลำบากมากทางการจึง ให้มีการก่อตั้งโรงเรียนที่บ้าน ศรีสุข ถ้าต้องการรู้ในเรื่องการเรียน การศึกษาของท้องถิ่นนี้มีหลักฐานปรากฏอยู่ที่ โรงเรียน สามารถสืบค้นได้ ปัจจุบันยังเก็บรักษาไว้อยู่ที่โรงเรียนบ้านศรีสุข

          บ้านศรีสุข เป็นหมู่บ้านใหญ่มี 2 หมู่บ้านคือ หมู่ที่ 1, 2 จำนวนหมู่บ้าน ในตำบลมีทั้งหมด ๑๖ บ้าน ดังนี้ หมู่ที่ ๓ บ้านดู่น้อย หมู่ที่ ๔ บ้านเค็ง หมู่ที่ ๕ บ้านนาดี หมู่ที่ 5 บ้านอีต้อม หมู่ที่ ๗ บ้านหนองกวาง หมู่ที่ ๔ บ้านหนองห้าง หมู่ที่ ๑๐ บ้านโพนเมือง หมู่ที่ ๑๑, ๑๒ บ้านป่าก่อ หมู่ที่ ๑๓ บ้านคูขาด หมู่ที่ ๑๔ บ้าน หนองเหล่า หมู่ที่ ๑๕ บ้านสร้างช้าง หมู่ที่ ๑๖ บ้านคำหมีหนองข่า และต่อมา ภายหลังทางกรมการปกครองได้แยก ออกเป็น ๒ ตำบล คือตำบล หนองเหล่า ๔ หมู่บ้าน ตำบลศรีสุข ๘ หมู่บ้าน ผู้นำใน หมู่บ้านศรีสุขพอจำได้ ดังนี้

ตำแหน่งกำนันตำบลศรีสุข

              คนที่ ๑ นายสัน  สร้อยมาศ

              คนที่ ๒ นายหมุ่ย เพลินจิตร

              คนที่ ๓ นายคำ หุ้นไทย

             คนที่ ๔ นายยัง   ทองไทย

             คนที่ ๕ นายผง   เพลินจิตร

             คนที่ 5 นายหนูเล็ก ทองไทย

              ปัจจุบัน 2561 นางวีนัส ชูแก้ว

ตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๑, ๒

             คนที่ ๑ พ่อใหญ่สี เพลินจิตร

             คนที่ ๒ พ่อใหญ่จันทร์ บุญสงค์

             คนที่ ๓ นายคำเครื่อง เพลินจิตร

             คนที่ ๔ นายจันลา ทองคำ

             คนที่ ๕ นายอุดม ทิมาบุตร

             คนที่ 5 นายพันธ์ ปวงสุข

             คนที่ ๗ นายบุดสี ชูแก้ว

             คนที่ ๘ นายศิริ ทับทิมหิน

             คนที่ ๙ นายกัณหา สร้อยมาศ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สารานุกรมประวัติหมู่บ้านอำเภอเขื่องใน

คำสำคัญ (Tags)#อำเภอเขื่องใน#ภาณุพงศ์ ธงศรี#สารานุกรมประวัติหมู่บ้านอำเภอเขื่องใน#เปิดประวัติบ้านศรีสุข ตำบลศรีสุข อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี#บ้านศรีสุข#พื้นเขื่องใน

หมายเลขบันทึก: 648525, เขียน: 25 Jun 2018 @ 14:23 (), แก้ไข: 25 Jun 2018 @ 14:27 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 1, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)