จากกช่าวที่เสนอทางสื่อ การจ่ายยาผิด ทำให้เราต้องกลับมาทบทวน สื่อสารอย่างไรให้คนรับได้ถูกต้องครบถ้วน

...หลังจากแฟ้มประวัติถูกส่งมาถึงห้องยา..และผู้รับบริการมารอรับยา

แม้ หน่วยปฐมภูมิจะไม่มีเภสัชกรประจำคอยดูแลเรื่องยา พยาบาลก็ต้องทำหน้าที่นี้ แล้วจะทำไงเล่าอธิบายการใช้ยากับกลุ่มเป้าหมาย(ผู้รับบริการ)ซึ่งส่วนใหญ่มุ่งเน้นการเรียน ส่งงาน ต้องนอนดึก ตื่นสาย

         เมื่อคนรับบริการเป็นผู้ที่จะใช้ยา

            คำถาม...คนรับจะตรวจสอบยาที่เขาได้รับไหม และเมื่อไหร่?

                  คำถามแรกที่เราจะต้องทบทวน คือ คุณเคยแพ้ยา หรือแพ้อาหารอะไรไหม

                       แพทย์บอกว่าเจ็บป่วยเป็นอะไร แนะนำอะไรบ้าง

                              สติกเกอร์ยาที่บ่งบอกวันที่ สถานที่รับบริการ ชื่อ สกุล ผู้รับบริการ ชื่อยา จำนวนที่ให้ วิธีการใช้ยาและข้อควรระวัง

เราสังเกตเห็นว่า

                              ผู้รับบริการเมื่อฟังคำแนะนำก็ไม่ได้ตรวจสอบ อีก และหลายครั้งจากการพูดคุย จะหยุดกินยา(โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะ/ยาฆ่าเชื้อ เมื่อรู้สึกว่าหาย) ต้องต่อคำถามคำว่าหายคืออะไรอีก ฯลฯ

ทดลองปรับการให้คำแนะนำตั้งแต่เรียนรู้การตรวจสอบยา

1.เมื่อรับยาตรวจสอบชื่อ สกุลใช่ชื่อเราไหม

2.ยาที่ได้รับสติกเกอร์ยากับแผงยเหมือนกันไหม มิลลิกรัม จำนวน 

3.วิธีใช้ยา ให้กินหลังอาหาร เช้า กลางวัน เย็น คุณคิดว่าจะกินอย่างไร (ปกติตื่นนอนกี่โมง คำตอบคือ  10โมงเช้า เที่ยง บ่าย )ข้อนี้เอาที่ผู้ใช้ยาเป็นหลัก แต่ถ้าเป็นยาปฏิชีวนะ ก็แนะนำให้เริ่มเวลา(ที่ตื่นนอนเป็นส่วนใหญ่ นั่นคือมื้อแรก และมื้อที่สองห่างอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง)

4.สอนให้ดูคำแนะนำผลข้างเคียงของยา ยาแต่ละตัวมีฤทธิ์ข้างเคียง ซึ่งสติกเกอร์จะบอกแต่อาการที่พบส่วนใหญ่ หากสนใจค้นคว้าก็พิมพ์ชื่อยาตามสติกเกอร์ยาลงใน ท่านกู ให้ดูเฉพาะเวปเภสัชและแพทย์ที่เชื่อถือได้

....ผลที่ได้รับกับรอยยิ้มและคำขอบคุณ...และคำถามจากคนที่ได้ซักถามว่าการที่เราถามคำถามมากมายรู้สึกกวนใจ /เสียเวลาไหม....คำตอบที่ได้ คือ ....ต้องขอบคุณที่ทำให้เรารู้และนำไปใช้ต่อได้...รอยยิ้มแห่งความสุขฉายแววบนใบหน้า....ของผู้ให้และผู้รับ...ขอบคุณเช่นกันค่ะ