หาดสวย น้ำใส ดีต่อใจที่อุทยานแห่งชาติตะรุเตา


วันนี้ฉันถึงตะรุเตาและหลีเป๊ะแล้ว ตอนเด็กใครๆ ก็พูดว่าตะรุเตาเป็นที่ขังนักโทษฉกรรจ์ พอสมัยนี้ใครๆก็ไปหลีเป๊ะกัน มีนาคมของปี 2018 ฉันก็ได้มากะเค้าเหมือนกัน ไม่ต้องไปอิจฉาคนอื่นเค้าแล้ว

แผนสำหรับวันแแดดจ้าฟ้าใสวันหนึ่งในเดือนมีนาคม ....วันนี้คือนอนที่หลีเป๊ะ ให้ใส่ชุดพร้อมลุยน้ำ มีทริปดำน้ำและเที่ยวเกาะ

เช้าแห่งวันเราออกจากหาดใหญ่แต่เช้า นั่งรถมานานพอดูเพื่อมาท่าเรือปากเมง 

ผู้จัดและทัวร์ประสานงานไว้ให้เรียบร้อย เราลากกระเป๋าไปถึงท่าเรือ ท่าเรือสะอาดสะอ้านดี 

รอเวลาเอาสัมภาระลงเรือและเมื่อคนลงครบ ทริปของเราก็เริ่ม

 ระหว่างทางเดินลงไปท่าเรือก็มีร้านขายขนมมากมาย พร้อมมีคนมีตั้งท่าถ่ายรูป 555+ หวังว่ากลับมารูปฉันจะพอดูได้

ฉันกล่าวว่า รูปที่ระลึกพวกนี้ หากเราสวยไม่ต้องซื้อ...ให้ร้านเค้าตั้งโชว์ หากขี้เหร่...ให้รีบซื้อ เพราะอายผู้อื่นเขา

สปีทโบ้ทพาเรามาถึงเกาะตารุเตาเป็นเกาะแรก ฉันตื่นเต้นมาก มันเขียว มันใส หาดทรายขาวจั๊ว ทรายละเอียด นุ่มเท้า และสำคัญตะรุเตามี story

ฉันปีนขึ้นจากเรือเป็นรายท้ายๆ Tour Leader ก็ตะโกนมาบอกว่า เร็วๆ มาถ่ายรูปหมู่กัน 

ให้เวลา 20 นาที ตรงนู้นห้องน้ำ ตรงโน่นศาลเสด็จเตี่ย และฝั่งโน้นคือหาดสวยน้ำใส  ห๊ะ!!!

20 นาที เหร๊อะ...เวลาน้อยมาก เป็นที่น่าเสียดายสำหรับหาดเงียบๆ ที่นักท่องเที่ยวแห่งวันหยุดสุดสัปดาห์ยังไม่บุก 

ที่นั่งใต้ต้นไม้เขียวๆ ลมเย็นๆ มันน่าจะได้นั่งดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ สักกระป๋อง หรือจิบกาแฟร้อนสักแก้ว...ฉันได้แค่นึก 

แต่สิ่งที่ทำคือ”รีบ”เก็บภาพ และสืบเท้าไปที่หาด แล้วรีบเอาเท้าจุ่มทะเล...มาแล้วนะตะรุเตา

ต่อมาทัวร์พาเรามาที่เกาะไข่ GI-Geographic index of Satun ของแท้ต้องถ่ายให้เห็นประตูหิน 2 บาน

Story เกี่ยวกับการลอดประตูฟังให้ดีนะคะ ลอดเข้าลอดออก ลอดซ้ายลอดขวา ลอดบานใหญ่มาบานเล็ก แล้วอธิษฐานเกี่ยวกับความรักประมาณนี้

555+ มันไม่สำคัญต่อฉันเลย น้ำใสต่างหาก น่าเล่นมาก

ฉันได้รับเกียรติถ่ายรูปร่วมกับ Miss Grand Satun ซึ่งมาถ่ายรูปทำสารคดีโปรโมทจังหวัด 

แต่อิป้าร้อน อิป้าก็ยังเป็นเผ่าขอม(หัว) เช่นเคย


นาฬิกาบอกเวลาเที่ยงกว่า  จากเช้าเราใช้เวลาลงเรือมาประมาณ 2 ชม. ตอนนี้คงได้เวลาอาหารเที่ยง  ทัวร์บอกจะพาไปทานข้าวที่เกาะอาดัง


อิ่มหมีพีมันกับข้าวกล่อง ผลไม้ ชากาแฟ ขนม 

การท่องเที่ยวที่นี่ฉลาดในการส่งเสริมการขายของในท้องถิ่นมาก ขนมพวกนี้จะเจอตอนลงท่าเรือ พอนักท่องเที่ยวทานอร่อยตอนเที่ยง ขากลับก็คงจะซื้อติดมือกันเป็นระนาว...และก็เป็นจริงดังที่ฉันคิด...ของอร่อยต้องซื้อ


เกาะแห่งนี้คงเป็นทำเลเหมาะในการทานข้าว คนเลยเยอะเป็นธรรมดา ฉันแอบหนีจากฝูงชนฝ่าแดด ไปเปิดหูเปิดตา

และเดินย่อยอาหาร

เที่ยวในอุทยานทุกเกาะทุกเกาะ ต้องเก็บขยะออกมาเอง ไม่มีฝากทิ้ง นอกจากเป็นกฏของทัวร์ หรือเรือที่พานักท่องเที่ยวมาแล้ว ยังเป็นการรักษ์โลก ที่รักษาสิ่งที่สวยงามให้เป็นมรดกโลกสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน

ให้ 5 ดาวเต็มเลยค่ะ ...แนวคิดนี้

เรามีเวลาที่นี่นานสัก 1.30 ชม หลังข้าวย่อย ทัวร์ก็สอนการดำน้ำตื้นแบบ Snorkeling  

ฉันเห็นเจ้าท่อและปากคาบนี่ชักไม่มั่นใจ แต่เพื่อนร่วมทริปก็ให้ความมั่นใจว่าน้ำทะเลจะสามารถฆ่าเชื้อและเยียวยาทุกสิ่ง

น่าแปลกที่ฉันเกิดอาการสะดุด เมื่อหายใจทางปาก หรือยังไม่มั่นใจกับอุปกรณ์ที่ใช้ 5555+ ทำให้ต้องดำน้ำแบบไม่ใช้ท่อหน้าใจ เป็นการลอยตัวเหนือผิวน้ำ

เมื่อออกจากเกาะอาดังสัก 15 นาที มาทางท้ายเกาะ  เรือก็จอดปล่อยให้เราดำน้ำประมาณ 30 นาที  เราดำน้ำกันสนุกสนาน 

บอกเลยเวลาสวมเสื้อชูชีพ ผู้หญิงอย่างเราไม่ต้องอายนะคะ กางขาออกล๊อคตรงสามเหลี่ยมให้ดี 

ป้องกันไม่ให้เสื้อลอย ไม่งั้นอาจเกิดความผิดพลาดในการดำน้ำได้

 ...โดยเฉพาะพวกอนุบาลหมีน้อยอย่างฉัน เครื่องป้องกันชีวิตต้องครบและแน่ใจว่าปฏิบัติตามคำแนะนำของไกด์ดำน้ำ

ต้องขอบคุณไกด์ดำน้ำของสตูลวีไอพีทัวร์ ที่ดูแลให้ฉันได้ลงไปชมปะการังผักกาด ปะการังเขากวางพุ่ม โดยให้ฉันเกาะเชือกไต่ราวไป และไกด์จะแวะมาดูฉันบ่อย  ทั้งที่ฉันว่ายน้ำไม่แข็ง หายใจแบบสนอร์เกิ้ลไม่เป็น ...กลัวนะ...แต่ใจถึง

หลังจากนั้นก็ไปชมเกาะหินงาม แดดบ่ายร้อน หินอมความร้อน...ต้องสวมรองเท้า

หินที่นี่เวลาเปียกน้ำและสะท้อนแสงแดดจะสวยงามมาก

ไกด์เรื่องเล่าห้ามเก็บหิน มิฉะนั้นจะมีเหตุต้องนำหินมาคืน  ไม่รู้ว่าเป็นนิทานหลอกเด็กไหม แต่ฉันก็ชอบฟัง

จุดต่อมาคือชมปะการังที่ร่องน้ำจาบัง ตรงนี้เค้าล่ำลือว่า ปะการังสวยมาก ส่วนใหญ่เป็นประการังอ่อนและดอกไม้ทะเล 

จุดนี้ไกด์ดำน้ำให้คนที่ว่ายน้ำแข็งแรงที่สุดลงเป็นชุดแรก และอนุบาลหมีน้อยอย่างฉันให้รอดูสถานการณ์ก่อน

ยังไม่อนุญาตให้ลง

(ขอบคุณภาพจากเว็บไซต์ของสตูลวีไอพี)

ชุดแรกลงไปไม่ถึง 10 นาที ก็รีบขึ้นมาด้วยร่องน้ำนี่กระแสแรงมาก แม้จะมีเชือกให้ไต่ก็ตาม

ก็เอาเป็นว่าเพื่อความปลอดภัยอนุบาลหมีน้อยเลยอดลงเลย

จากร่องน้ำจาบังใช้เวลาประมาณ 30 นาที  Speed Boat ก็พาพวกเราเทียบท่าเรือหน้าเกาะหลีเป๊ะ 

แบตมือถือฉันหมด ฉันจึงไม่มีรูประหว่างเรื่องเล่า 

เราทะยอยลงเรือขนาดเล็กลำละ 15-20 คนเพื่อเข้าที่พัก  ที่พักอยู่หน้าหาด ชื่ออะไรฉันจำไม่ได้ อยู่ใกล้ถนนคนเดินเพียง 30 ก้าว

อาจจะเพราะเหนื่อยจากการลงทะเล   ฉันจำอะไรเกี่ยวกับที่พักไม่ได้          ทัวร์นัดมาทานอาหาร แล้วปล่อยเราอิสระ

ทริปรอบค่ำโฟกัสที่ถนนคนเดิน Walking Street@Lipe

ฉันเดินถนนคนเดินช่วง 19.00 น.   นี่ถ้ามากับก๊วนคงจะดี-มีเพื่อน กิน ดื่ม ฟังเพลง ดูผู้คนผ่านไปมา 

โดยเฉพาะสาวๆในชุดบิกินี่-ปาร์ตี้ ไม่ใช่ว่าจะลามกอะไร แต่มันคือความสวยงาม บ้างใส่กับขาสั้น เดรส หรือผ้าผูก...มันคือแฟชั่นรันเวย์เลยนะนี่

ส่วนผู้ชาย...ไม่อยากบอกว่า น่าดูเช่นกัน อิอิ 6 packs....

ฉันว่าเพลงเพราะ ทั้งเล่นสดและเปิดเพลง เพลงมีความหลากหลาย ได้บรรยากาศบาร์ริิมทะเลและรู้สึกได้ถึงความเป็นวัยรุ่น 

ทำให้รู้สึกคึกคัก 

เครื่องดื่มแอลกอฮอร์ที่ฉันว่าดึงดูดความสนใจจากชื่อของแบรนด์...และในไทยยังไม่มีจำหน่ายทั่วไป

--@เป็นรูปที่มีทุกบ้าน--

ที่พักแบบยูทโฮเทล (youth hostel) ออกแบบและตกแต่งเกร๋ไกร๋...ฉันชอบแวะดู  มีเยอะมาก

บรรยากาศมีหลายหลายสไตล์ หนุกหนาน ครื้นเครง เบาๆ มีให้เลือก...

จากหาดเดินไปสุดถนน จะมีเจ้าหนึ่งขายขนมบ้าบิ่นและร้องเพลงเป็นเอกลักษณ์ Doooo-nut co-co-nut ทำให้ฉันยิ้มกว้าง 

และจำเสียงร้องและทำนองได้ ใครไปเดินถนนคนเดินที่หลีเป๊ะ แวะอุดหนุนนะคะ ...ของเค้าอร่อย

ฉันเพิ่งรู้ Donut Coconut คือขนมบ้าบิ่น 55555+


ช่วงนั้นละครออเจ้า-บุพเพสันนิวาสกำลังฮิต ฉันรีบกลับมาเฝ้าหน้าจอ...ที่ไหนได้ ฉันจำวันผิด !!!!! 

จะกลับไปหาดอีกครั้งก็ขี้เกียจเดิน เสียดายที่พลาดโอกาสชมบรรยากาศและโชว์ที่ริมหาด 

จากแสงไฟดูว่าการตกแต่งที่นั่งริมหาดจะสวยงามซะด้วยสิ

--น่าแปลกที่ฉันไม่มีรูปกับป้ายหลัก และจุด Check - in อาจจะเพราะคนรอถ่ายกันเยอะ ฉันก็เป็นคนที่ไม่รอด้วย


หลีเป๊ะจัดว่ามีความเงียบ น่ามาพักผ่อน นอนดีกว่า พรุ่งนี้หากตื่นเช้าฉันจะไปเดินชมเกาะแห่งนี้ ทัวร์นัดออก 9 โมงเช้า

ที่ไหนได้ ฉันตื่นเกือบ 8 โมง กว่าจะอาบน้ำแต่งตัวเตรียมกระเป๋าออกมาเชคเอ้าท์ก็ 8.15 น.

เช้านี้ที่หน้าหาด

เรือหัวโทง เครื่องมือทำมาหากินของคนที่นี่


และที่เสียงกรี๊ดของฉันลั่นหาด คือ เจอเพื่อนน้ำ-เพื่อนเก่าจาก มข. น้ำรู้ว่าฉันอยู่หลีเป๊ะจากการที่ฉันโพสต์รูปบนโซเชี่ยล  น้ำแวะมาเซอร์ไพรส์

ทักทายให้หายคิดถึง แล้วก็ต้องร่ำลากัน เพราะต่างคนต่างมีทริป---ขอบคุณที่มาชะโงกหน้า...ให้ฉันสตั้นท์ไป 5 วินาที

ร่ำลาเพื่อนแล้วก็คงต้องร่ำลาหลีเป๊ะเช่นกัน  ...เอาไว้โอกาสหน้า...คงมีโอกาสได้มากับก๊วน

จะเช่าเหมาเรือแบบให้อยู่เกาะตะรุเตาสักชั่วโมง 5555+

และที่สำคัญเมื่ออยู่สปีทโบ้ทขากลับ...จากการถามสารทุกข์สุขดิบของเพื่อนร่วมทริป

แว่วมีน้องคนหนึ่งถามขึ้นผู้จัด ว่า....พี่ๆ แล้วตรงไหนหลีเป๊ะ

55555+

เออว่ะ...ตรงไหนหลีเป๊ะ

 

หมายเลขบันทึก: 647618เขียนเมื่อ 25 พฤษภาคม 2018 01:13 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 ธันวาคม 2018 11:41 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลงจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (1)
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี