สมเด็นพระผู้มพระภาคเจ้า ได้ตรัสสอนแยกเป็นหมวด (ปัพพะ) ไว้ใน มหาสติปัฎฐานูตรนี้ มีเป็นต้นว่า
" อิติ อชฺฌตฺตํ วา กาเย กายานุปสฺสี วิหรติ พหิทฺธา วา กาเย กายนุปสฺสี วิหรติ อชฺฌตฺตพหิทฺธา วา กาเย กายานุปสฺสี วิหรติ สมุทยธมฺมานุปสฺสี วา กายสฺมึ วิหรติ วยธมฺมานุปสฺสี วา กายสฺมึ วิหรติ สมุทยวยธมฺมานุปสฺสี วา กายสฺมี วิหรติ "อตฺถิ กาโยติ วา ปนสฺส ปจฺจุปฏฺฐิตา โหติ ยาวเทว ญาณมตฺตาย ปฏิสฺสติมตฺตาย อนิสฺสิโต จ วิหรติ น จ กิญฺจิ โลเก อุปาทิยติ เอวมฺปี ภิกูขเว ภิกูขุ กาเย กายนุปสฺสี วิหรติ"
"ภิกษุย่อมพิจารณาเห็นกายในกายภายในบ้าง พิจารณาเห็นกายในกายภายนอกบ้าง พิจารณาเห็นกายในกายทั้งภายในทั้งภายนอกบ้าง พิจารณาเห็นธรรมคือความเกิดขึ้นในกายบ้าง พิจารณาเห็นธรรมคือความเสื่อมในกายบ้าง พิจาารณาเห็นธรรม คือทั้งความเกิดขึ้นทั้งความเสื่อมในกายบ้าง ย่อมอยุ่ อีกอย่างกนึ่ง สติของเธอที่ตั้งมั่นอยุ่ว่า "กายมีอยุ่" ก็พียงสักว่าความรู้ เพียงสักว่าอาศัยระลึกเท่านั้น เธอเป็นผุ้อันตัณหาและทิฎฐิไม่อาศัยอยู่แล้ว และไม่ถือมั่นอะไรๆ ในโลก ภิกษุทั้งหลาย อย่างนี้แล ภิกษุชื่อว่า พิจารณาเห็นกายในกายอยุ่"
ให้ดับหยาบไปหาละเอียด คือให้ละอุปาทานในกายมุษย์หยาบ (กายเนื้อ) รวมความรุ้สึกเข้าไปเป้นกายมนุษย์ละเอียด ใจของกายมนุษย์ละเอียดก็เจริญภาวนา รวมใจหยุดในหยุดกลางของหยุดตรงศุนย์กลางกาย กลางของกลางดวงธรรม ดวงอธิศีล อธิจิต อธิปัญญา และวิมุตติ วิมุตติญาณทัสสนะต่อไป ให้ใสละเอียดทั้งดวงทั้งกาย
นี้เป็การทีสติพิจารณาเห็นกายในกาย รวมทั้ง เวทนาในเวทนา จิตในจิตและธรรมในธรรม ณ ภายใน ที่ละเอียด บริสุทธิ์ผ่องใสกว่าเดิม เวทนาของกายมนุษย์ละเอียด (ณ ภายใน) ก็เป็นสุขเวทนา ส่วนของกายมนุษย์หยาบ (ณ ภายนอก) ก็เป็นทุกขเวทนาไป ธรรมในธรรมโดยส่วนรวมก้เป้นกุสลาธัมมา ในระดบ "นุษย์ธรรม" โดยส่วนละเอียดตามสายปฎิจจสมุปบาทธรรมก็เป็นสุคติภพ และ ยังจะสามารถเห็นกายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต และธรรมในธรรม ณ ภายใน ของผุอื่นได้อีกด้วยว่า มัวหมอง หรือผ่องใส เป็นสุคติ หรือทุคคติ ตามสายปฎิจจสมุปบาทธรรม โดยเฉาพะอยางยิ่ง เมื่อปฏิบัติได้ถึงกายมนุษย์ละเอียดนี้ แล้วก็พิจารณาสภาวธรรมเลย
เพราะฉะนั้น พระโยคาวจรพึงปฏิบัติภาวนาต่อๆ ไป โดยนัยเดียวกันนี้ คือ หยุดในหยุดกลางของหยุด กลางของดวงธรรม ดวงอธิศีล ดวงอธิจิต ดวงอธิปัญญา ดวงวิมุตติ ดวงวิมุตติญาณทัสสนะ ต่อๆ ไป จนถึง กายทิพย์หยาบ กายทิพย์ละเอียด พร้อมด้วยเวทนา จิต ธรรม ณ ภายใน ที่บริสุทธิ์ ผ่องใส ในระดับ "ทิพยธรรม "
กายรูปพรหมหยาบ กายรูปพรหมละเอียด พร้อมด้วยเวทนา จิตและธรรม ณ ภายใน ที่บริสุทธิ์ผ่องใส ในระดับ "พรหมธรรม"
กายอรูปพรหมหยาบ กายอรูปพรหมละเอียด พร้อมด้วยเวทนา จิตและธรรม ณ ภายใน ที่บริสุทธิ์ผ่องใสในระดับธรรมที่ทำให้เป็นอรูปพรหมา อันเป็นกายโลกิยะธรรมที่ประกอบด้วยปัจจัยปรุงแต่ง (สังขาร/สังขตธรรม) ที่สุดละเอียด
เมื่อหยุดในหยุดกลางของหยุด กลางของกลางๆๆ ดวงธรรม อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา วิมุตติ วมุตติญาณทัสสนะ ที่สุดละเอียดของกายอรูปพรหมละเอียดนี้แล้วพ้นจากสังขาร/สังขตธรรมนี้แล้ว ก็จะถึงธรรมกายอนเป็นกายโลกุตตระเป็นวิสังขาร/อสังขตธรรมที่ไม่ประกอบด้วยปัจจัยปรุงแต่ง เป็นธาตุล้วนธรรมล้วนที่บริสุทธิ์จากิเลส ตัณหา อุปาทาน (ความยึดมั่นในเบญจขันธ์ของกายในภพ ๓ ที่ผ่านมา) เป็นกายที่ทรงคุณธรรมในระดับพุทธรรม เริ่มตั้งแต่ธรรมกายโคตรภูหยาบ ธรรมกายโคตรภูละเอียด ขนาดหน้าตักความสูงและเส้นผ่าศูนย์กลางดวงธรรม ๔ วาครึ่่งขึ้นไป... "หลักและวิธีปฏิบัติสมถะและวิปัสสนากัมมัฎฐานเบื้องต้น ถึง ธรรมกาย"....
บ้างส่วนจาก..หลักและวิธีเจริญสมถและวิปัสสนากัมมัฎฐานเบื้องต้น ถึง ธรรมกาย
