ปัจจุบันการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการศึกษา ทำให้เกิดนวัฒกรรมการศึกษาขึ้นอย่างมากมาย ทั้งในแบบที่เป็นเครื่องมือ อุปกรณ์ และสื่อการสอน รวมไปถึงแนวคิด ทฤษฎีต่างๆจากอดีตจนถึงปัจจุบัน มีการนำวัฒกรรมมาประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้ผู้เรียนรู้บรรลุตามจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ด้วย
รูปแบบการเรียนรู้ มี 3 แบบ ทางตา (Visual) , การฟัง (Auditory) , การสัมผัส (Kinesthetic)
- ทางตา (Visual Learning) คือผู้เรียนที่เรียนรู้ได้ดีผ่านประสาทตา ผู้เรียนจะชอบเรียนรู้ การได้ดู มองเห็นกิริยาท่าทางของผู้สอน หรือสื่อต่างๆ เช่นการอ่าน การดูภาพ โดยกลุ่มผู้เรียนที่เรียนรู้ได้ดีผ่านประสาทตา จะมีคุณลักษณะดังนี้
- การฟัง (Auditory Learning ) คือผู้เรียนที่เรียนรู้ได้ดีผ่านประสาทหู ผู้เรียนกลุ่มนี้จะชอบการเรียนรู้จากการได้ฟัง การได้ยิน เช่นการอภิปราย พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือการฟังสื่อต่างๆ
- การสัมผัส (Kinesthetic Learning) คือผู้เรียนที่เรียนรู้ได้ดีผ่านประสาทเกี่ยวกับการสัมผัส ผู้เรียนกลุ่มนี้จะชอบการเรียนรู้จากการเคลื่อนไหวของร่างกาย เช่นการสัมผัส การทดลอง การลงมือทำ การเขียน การแสดงบทบาทสมมุติ เป็นต้น
ผู้สอนที่พบเห็นลักษณะผู้เรียนแบบนี้ อาจคาดเดาได้ว่า จะเป็นผู้เรียนได้ดีผ่านประสาทสัมผัสทางตา ผู้สอนอาจจัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับกิจกรรมเหล่านี้ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในปัจจุบันในการศึกษาบางกลุ่มได้แบ่งรูปแบบการเรียนรู้ออกเป็น 4 ลักษณะด้วยกันโดยเพิ่มอีก 1 รูปแบบคือ Read and write learner ซึ่งหมายถึง ผู้เรียนชอบเรียนรู้และจดจำสิ่งต่างๆโดยการอ่านและการเขียน และได้มีนักศึกษาระดับโลกได้ทำการศึกษา เรื่องรูปแบบการเรียนรู้ พบว่าแต่ละคนอาจไม่ได้สะท้อนถึงความต้องการ หรือแสดงให้เห็นรูปแบบการเรียนรู้นั้นดีที่สุด สำหรับผู้เรียนแต่ละคนกลับพบว่า การจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานหรือการฝึกให้ผู้เรียน เรียนรู้ทุกรูปแบบจะช่วยให้ผู้เรียนสำเร็จมากกว่า
ฉะนั้นผู้สอนที่จัดกิจกรรมการเรียนการสอนครั้งต่อไป ต้องจัดให้มีความยืดหยุ่นผสมผสาน เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกฝน รูปแบบที่หลากหลาย และได้เรียนรู้ที่ตนเองถนัด เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของการสอน
อ้างอิง
ร.ศ ด.ร ถนอมพร เลาหจรัสแสง