สวัสดีครับ
ผมเคยได้โอกาสเห็นงาน และให้ผมแสดงความคิดเห็น เป็นการขอทำอาจารย์ 3 วิชาหนึ่งฯ ท่านส่ง CAI แนบเป็นนวัตกรรม ใครๆ เห็นแล้วบอกไม่ผ่าน ซื่งถือว่าห่วยมาก เป็นโมเลกุลเล็กๆ หมุนไปมา และอธิบาย ทำนองนี้ แต่พอผมเห็น แล้วท่านคณะกรรมการตรวจ ได้ขอความคิดเห็นผม (มักให้ผมแสดงความคิดเห็นเพื่อฟันธง...) ผมถามประโยคแรกว่า อาจารย์ท่านนี้สอนอะไร เป็นการขออาจารย์สามวิชาอะไร.....ขอดูประวัติ พอผมได้คำตอบผมก็แสดงความคิดเห็นทันทีว่า "ดีเยี่ยม ถ้าถามผมว่าผ่านหรือไม่ ผมให้ผ่าน......" คณะกรรมการตกใจครับ คนอย่างผม ที่มักตั้งมาตราฐานสูงมาก กลับตอบงานห่วยๆ ให้ผ่าน ทุกคนแทบจะถามพร้อมกันว่าทำไม ? ผมเลยให้คำตอบที่คณะกรรมการถึง ความเห็นด้วย ให้ผ่านว่า "......กรณีนี้ผมให้ผ่านเนื่องจาก อาจารย์ท่านที่ขอมีคุณสมบัติ มีอายุมากกว่า 50+ และเห็นได้ชัดว่าใช้ความพยายามสูงในการทำ และเนื่องจากท่านอาจารย์ท่านนี้ไม่ได้อยู่ในสายเทคโนโลยี หรือสายคอมพิวเตอร์ ทำได้ขนาดนี้ถือว่าเยี่ยมมากแล้วครับ หากถ้า อาจารย์ท่านนี้ อยู่ในสายคอมฯ หรือสายเทคโนโลยีแล้วล่ะก็ ถือว่าห่วย จนไม่ให้อภัย ผมคงให้ผ่านไม่ได้.....กรณีนี้ผมให้ผ่านครับ..!! " ในการที่จะเป็น ครู/อาจารย์/ผู้สอนนั้น ไม่จำเป็นต้องจบอะไรสูงส่ง หากแต่ต้องมีคุณสมบัติ และมีความเชียวชาญในวิชาความรู้ที่สอน และสามารถถ่ายทอดได้ รวมถึงสามารถทำให้ผู้เรียน เกิดการเรียนรู้ได้เอง โดยการสร้างบริบท ต่างๆ นาๆ ให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้เท่านั้น ด้วยตนเอง ก็เพียงพอแล้ว.......
ขอเติมอีกหน่อยครับ........ผมสอน CAI นศ. เอางานมาให้ดู ทำทั้งสีทั้งรูปสวย แล้วบอกถึงความยากละบากที่ทำมา....ทำตั้งหลายวันดูสิครับอาจารย์ ดีไม๋ ผมดูงานแล้วตอบทันทีว่าดี นศ.ยิ้มไม่หุบ และผมก็ตอบไปอีกว่า ไม่มีคะแนนน่ะ ที่ทำนี้ ไม่ได้คะแนน นศ. งง อุธาน.....ทำไมครับจาน เพราะการสร้าง CAI ไม่ได้สร้างโฆษณา หรืออวด มัลติมีเดีย หรือความสวยงาม หากแต่มีวัตถุประสงค์ที่จะสอน ในงานที่ให้มา แค่ทำเป็นลายเส้นขาวดำ ตัด ให้เห็นก็พอ แค่นี้ก็ให้ความรู้ได้ตามวัตถุประสงค์การสอนแล้ว...ทำแบบคุณไม่รู้สอนอะไร ยังไม่ได้ความรู้ตามวัถตุประสงค์การสอนด้วยซ้ำ...รู้แค่ว่า คนทำเก่งมัลติมีเดีย เท่านั้น.....คุณยึดวัตถุประสงค์เป็นหลัก ทำเพียงลายเส้นแล้วสอนได้รู้เรื่อง ใช้เวลาทำที่น้อยกว่า คุณอาจทำได้มากกว่า 10 บทเรียน แต่นี้คุณคิด แต่จะทำให้สวยดูดี ลงทุนทำกราฟฟิต ภาพเคลื่อนไหว คุณอาจจะทำได้แค่ บทเรียนเดียว ...แล้วผมยังสอนอีกว่า .... ประสิทะฺภาพเท่ากัน แต่กับได้ประสิทธิผลน้อยกว่า.......
ผม....คุณคิดว่า สีและตัวอักศร เล็กใหญ่ มีผลต่อการเรียนรู้หรือเปล่า...
นศ.... มีผล.....
ผมยิ้มแล้วตอบว่า มีงานวิจัยให้ทราบว่า ไม่มีผลต่อการเรียนรู้.....
นศ.....สีห่วย ตัวหนังสือเล็ก...ทำนองนี้ไม่มีผลหรือครับ.....
ผม...ใช่ เพราะงานวิจัยพบว่าไม่ว่า สี หรือตัวอักษรห่วยแค่ไหน ผู้เรียน(นศ.) CAI นั้น มีวัตถุประสงค์ที่จะเรียนรู้ที่สุด นศ. ก็หาทางอ่านและเรียนรู้จาก สีและตัวอักษรที่ห่วยได้เอง โดยได้ผลการเรียนรู้ที่สมบรูณ์ในที่สุด หากแต่ การทำสี หรือ อักษรห่วยนั้น...มีผลต่อความยาวนาน(เวลา)ในการเรียนแต่ล่ะครั้งเท่านั้น(ซึ่งสมาธิในการเรียนเฉลี่ยไม่เกิน 45 นาที ) กล่าวคือ อาจในเวลาเรียนได้สั้นๆ แต่เรียนบ่อยๆ แทน....(ดูนานปวดตา หรืออ่านยาก) กลับกลายเป็นว่าสร้างผลการเรียนรู้ยาวนานกับ นศ. (ความคงทนในการจำรู้จำที่นานกว่าเดิม เพราะมีข้อสังเกตุที่ทำให้ นศ. เกิดการจำ อาจขำตอนคิดถึง) ด้วยซ้ำ
ผม....และ CAI ควรสร้างตามวัถตุประสงค์การสอน ทำเพื่อให้ นศ. เรียนแล้วรู้ ไม่ได้ชื่นชมคนทำว่าเก่ง.....หลักสำคัญประการแรกอยู่ที่...เนื้อหาต้องไม่ผิด ถ้าผิดก็ทิ้งเท่านั้น (จะดีจะสวยจะเคลื่อนไหวหมุนไปมา น่าประทับใจ แค่ไหน ก็ไม่มีคุณค่าใดๆ ต้องทิ้ง ไม่สามารถนำมาใช้สอนได้หากสาระสำคัญเนื้อหานั้นผิด ) แต่สี อักษร หรือแม้การนำเสนอที่ห่วย ยังดีกว่าสอนผิด....จงจำไว้ว่า CAI ไม่ได้สร้างมาเพื่อแสดงความเก่งคอมฯ ของผู้ทำ
......CAI จงตระหนักว่าทำเพื่อให้ นศ. ที่เรียนนั้นได้เรียนรู้ในเนื้อหาที่ต้องการให้รู้ ตรงตามวัตถุประสงค์การสอน หากแต่ถ้าสีสันดี ตัวอักษรสวยดีก็จริง แต่หากผู้ทำ CAI หลงทาง (หลงประเด็นสาระสำคัญ) คุณจะเสียเวลากับการจัดความสวยงาม จนทำให้เสียเวลาทำ (หลงตัวเองว่าฉันทำกราฟฟิกเก่ง อยากนำเสนอให้ใครๆ ทราบว่าฉันเก่ง คุณจะรู้ว่าคนที่ดูงานนี้อาจชมและทึ่งในครั้งแรกที่ได้ชม แต่ในครั้งต่อไป หากทำปุ่มต่อไป เขาคงกดย่ำจนผ่านไปหมด) แทนที่จะทำเนื้อหาได้ 10 บท ด้วยการสอนแบบธรรมดาสีสันธรรมดาการนำเสนอธรรมดา แต่ผู้เรียนเรียนรู้ได้ ตามวัถตุประสงค์การสอนทั้ง 10 บท แล้วถ้ามั่วมาทำสีทำการนำเสนอ...มากมาย ทำให้เสียเวลาทำ แล้วได้มาแค่บทเดียว....จะทำ...ทำไมครับ.....
สนใจเข้าไปดู น่ะครับ
แอบเข้ามาอ่านครับ ;)...