Model of Beautiful Patience(Sabr Jamil)
#หนึ่ง มลาอิกะฮฺ (Angels) มลาอิกัตได้ถาม ถามอยู่บนธรรมชาติของตนคือ ภักดีเสมอ ไม่เคยจะเนรคุณต่อผู้สร้าง แม้จะโค้งคำนับต่อผู้สร้างเสมอ เมื่อ พระเจ้าแจ้งว่าจะสร้างนบีอาดัม มัคลูคอย่างมลาอิกะฮฺ ยังกล้าที่จะ critical thinking ราวกับ ศิษย์ที่ไร้มารยาท ก็ไม่ปาน
คำขยายความ ในส่วนของ มลาอิกะฮฺ (Angels) นั้น ได้นำเสนอไปแล้วในหัวข้อ #ระบบการศึกษาจากผู้สร้าง 03 ดังนี้
وَإِذْ قَالَ رَبُّكَ لِلْمَلَائِكَةِ إِنِّي جَاعِلٌ فِي الْأَرْضِ خَلِيفَةً ۖ قَالُوا أَتَجْعَلُ فِيهَا مَنْ يُفْسِدُ فِيهَا وَيَسْفِكُ الدِّمَاءَ وَنَحْنُ نُسَبِّحُ بِحَمْدِكَ وَنُقَدِّسُ لَكَ ۖ قَالَ إِنِّي أَعْلَمُ مَا لَا تَعْلَمُونَ
وَعَلَّمَ آدَمَ الْأَسْمَاءَ كُلَّهَا ثُمَّ عَرَضَهُمْ عَلَى الْمَلَائِكَةِ فَقَالَ أَنْبِئُونِي بِأَسْمَاءِ هَٰؤُلَاءِ إِنْ كُنْتُمْ صَادِقِينَ
قَالُوا سُبْحَانَكَ لَا عِلْمَ لَنَا إِلَّا مَا عَلَّمْتَنَا ۖ إِنَّكَ أَنْتَ الْعَلِيمُ الْحَكِيمُ
(2:30-32)
(คำแปล)
"และจงรำลึกถึงขณะที่พระเจ้าของเจ้าได้ตรัสแก่มะลาอิกะฮฺว่า แท้จริงข้าจะให้มีผู้แทนคนหนึ่ง ในพิภพ มะลาอิกะฮฺได้ทูลขึ้นว่า พระองค์จะทรงให้มีขึ้นในพิภพซึ่งผู้ที่บ่อนทำลาย และก่อการนองเลือด ในพิภพกระนั้นหรือ ? ทั้ง ๆ ที่พวกข้าพระองค์ให้ความบริสุทธิ์ พร้อมด้วยการสรรเสริญพระองค์ และเทิดทูนความบริสุทธิ์ในพระองค์ พระองค์ตรัสว่า แท้จริงข้ารู้ยิ่งในสิ่งที่พวกเจ้าไม่รู้"
"และพระองค์ได้ทรงสอนบรรดานามของทั้งปวงให้แก่อาดัม ภายหลังได้ทรงแสดงสิ่งเหล่านั้นแก่มะลาอิกะฮฺ แล้วตรัสว่า จงบอกบรรดาชื่อของสิ่งเหล่านั้นแก่ข้า หากพวกเจ้าเป็นผู้พูดจริง"
"พวกเขา(บรรดามะลาอิกะฮฺ)ทูลว่า มหาบริสุทธิ์พระองค์ท่านไม่มีความรู้ใด ๆ แก่พวกข้าพระองค์นอกจากสิ่งที่พระองค์ได้ทรงสอนพวกข้าพระองค์เท่านั้น แท้จริงพระองค์คือผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณ"
Be like Angels when we are in studying mode.
2:30 Critical Thinking
2:32 limitation and manner
[ IA ]
จงเป็นเทวดาเมื่ออยู่ในระบบการศึกษา ทำไมจึงต้องประพฤติเหมือนมลาอิกะฮฺหรือเทวดาเมื่ออยู่ในการเรียนรู้ด้วย?
#ขั้นตอนการวิจัยอย่างง่ายที่สุดคือ
1. คำถาม/ปัญหา/สมมติฐาน
2. ขั้นตอน การพิสูจน์/ค้นหาคำตอบ
3. สรุปผลและการประยุกต์ใช้
1. คำถาม/ปัญหา/สมมติฐาน
#องค์ความรู้เกี่ยวกับมลาอิกะฮฺ
มลาอิกะฮฺคือมัคลูคหนึ่งที่ถูกสร้างด้วยรัศมี และคุณสมบัติสำคัญของมลาอิกะฮฺคือ ไม่เคยจะเนรคุณต่อผู้สร้าง
#ศิษย์ที่ไร้มารยาท
แม้จะโค้งคำนับต่อผู้สร้างเสมอ เมื่อ พระเจ้าแจ้งว่าจะสร้างนบีอาดัม มัคลูคอย่างมลาอิกะฮฺ ยังกล้าที่จะ critical thinking ราวกับ ศิษย์ที่ไร้มารยาท ก็ไม่ปาน
2. ขั้นตอน การพิสูจน์/ค้นหาคำตอบ
"...#พระองค์จะทรงให้มีขึ้นในพิภพซึ่งผู้ที่บ่อนทำลายและก่อการนองเลือดในพิภพกระนั้นหรือ ? ทั้ง ๆ ที่พวกข้าพระองค์ให้ความบริสุทธิ์ พร้อมด้วยการสรรเสริญพระองค์ และเทิดทูนความบริสุทธิ์ในพระองค์..." (2:30)
เมื่อมีสมมติฐานเกิดขึ้น (จากการคิดวิพากษ์จากมลาอิกะฮฺ) การวิจัยจากอัลลอฮฺพร้อมการพิสูจน์ก็ตามมา
"#และพระองค์ได้ทรงสอนบรรดานามของทั้งปวงให้แก่อาดัม #ภายหลังได้ทรงแสดงสิ่งเหล่านั้นแก่มะลาอิกะฮฺ แล้วตรัสว่า #จงบอกบรรดาชื่อของสิ่งเหล่านั้นแก่ข้าหากพวกเจ้าเป็นผู้พูดจริง" (2:31)
3. สรุปผลและการประยุกต์ใช้
เมื่อผ่านการพิสูจน์ บทสรุปและการนำไปใช้จึงเกิดขึ้น limitation and manner การยอมรับถึงความทรงปรีชาญาณของพระเจ้า ด้วยการยอมจำนนและมารยาท
"พวกเขา(บรรดามะลาอิกะฮฺ)ทูลว่า #มหาบริสุทธิ์พระองค์ท่านไม่มีความรู้ใดๆแก่พวกข้าพระองค์นอกจากสิ่งที่พระองค์ได้ทรงสอนพวกข้าพระองค์เท่านั้น แท้จริงพระองค์คือผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณ" (2:32)
وَإِن كُنتُمْ فِي رَيْبٍ مِّمَّا نَزَّلْنَا عَلَىٰ عَبْدِنَا فَأْتُوا بِسُورَةٍ مِّن مِّثْلِهِ وَادْعُوا شُهَدَاءَكُم مِّن دُونِ اللَّهِ إِن كُنتُمْ صَادِقِينَ
(2:23)
أَمْ يَقُولُونَ افْتَرَاهُ ۖ قُلْ فَأْتُوا بِعَشْرِ سُوَرٍ مِّثْلِهِ مُفْتَرَيَاتٍ وَادْعُوا مَنِ اسْتَطَعْتُم مِّن دُونِ اللَّهِ إِن كُنتُمْ صَادِقِينَ
(11:13)
مَّن كَانَ يُرِيدُ الْعَاجِلَةَ عَجَّلْنَا لَهُ فِيهَا مَا نَشَاءُ لِمَن نُّرِيدُ ثُمَّ جَعَلْنَا لَهُ جَهَنَّمَ يَصْلَاهَا مَذْمُومًا مَّدْحُورًا
(17:88)
(คำแปล)
"และหากปรากฏว่าพวกเจ้าอยู่ในความแคลงใจใด ๆ จากสิ่ง ที่เราได้ลงมาแก่บ่าวของเราแล้ว ก็จงนำมาสักซูเราะฮฺหนึ่งเยี่ยงสิ่งนั้น และจงเชิญชวนผู้ที่อยู่ในหมู่พวกเจ้าอื่นนอกจากอัลลอฮฺหากพวกเจ้าเป็นผู้พูดจริง"
"หรือพวกเขากล่าวว่า “เขา(มุฮัมมัด) ได้ปลอมแปลงอัลกุรอานขึ้นมา” (มุฮัมมัด) จงกล่าวเถิด “ดังนั้น พวกท่านจงนำมาสักสิบซูเราะฮ์ที่ถูกปลอมแปลงขึ้นให้ได้อย่างอัลกรุอาน และพวกท่านจงเรียกผู้ที่มีความสามารถในหมู่พวกท่านอื่นจากอัลลอฮ์(ให้มาช่วย) ถ้าพวกท่านเป็นพวกสัตย์จริง"
"จงกล่าวเถิดมุฮัมมัด แน่นอนหากมนุษย์และญินรวมกันที่จะนำมาเช่นอัลกุรอานนี้ พวกเขาไม่อาจจะนำมาเช่นนั้นได้ และแม้ว่าบางคนในหมู่พวกเขาเป็นผู้ช่วยเหลือแก่อีกบางคนก็ตาม"
เมื่อได้อ่าน 3 อายัตข้างต้น มีคำถามหนึ่งที่มาจากการมองในมิติในตรรกะของมนุษย์เราขึ้นมาว่า
ระดับพระเจ้า ทำไมยังต้องตรัสเช่นนี้อีก พระองค์ไม่พูดก็ไม่มีมนุษย์คนไหนหาข้อผิดพลาดของพระองค์ได้ และเป็นถึงพระเจ้าผู้ทรงอำนาจมากมายขนาดนั้น รู้ตัวเองดีว่าไม่มีความบกพร่องใดๆในพระองค์ ถึงกระนั้นพระองค์ก็ยังทรงตรัสเช่นนั้น
เพราะพระองค์คือครูที่แท้จริง ผู้นำที่ทรงยุติธรรมยิ่ง พร้อมให้ถูกตรวจสอบเสมอทั้งๆที่ ความผิดพลาด/ข้อบกพร่องนั้นไม่ใช่คุณลักษณะของพระองค์ มิหนำซ้ำยังมีความรักที่สูงยิ่งสูงกว่าความโกรธกริ้ว หรืออาจยิ่งกว่าความเป็นธรรม
بِسْمِ اللَّهِ الرَّحْمَٰنِ الرَّحِيمِ
(1:1)
إِنَّ رَحْمَتِي تَغْلِبُ غَضَبِي
[ Hadith al-Bukhari ]
เพราะ
لَا إِكْرَاهَ فِي الدِّينِ
(2:256)
“ไม่มีการบังคับใดๆให้นับถือในศาสนา…”
ความยิ่งใหญ่ของผู้สร้าง แม้เราจะไม่สรรเสริญ พระองค์ก็ยิ่งใหญ่อยู่ดี [ ดร.ซากิร นาอิก ]
#Conclusions and #Applications (สรุปและการประยุกต์ใช้)
(Bullet points ตั้งไว้)
- "If you see a scholar speaking ill of other scholars, avoid him." [ Imam Al-Ghazali ]
- Without good manners, you are Criticizing not Critical Thinking
- The process of #critical #thinking is #starting with #question immediately following by #Manners
- กระบวนการ การคิดเชิงวิพากษ์ เริ่มต้นด้วยคำถาม ตามมาติดๆด้วยมารยาท
- The Supreme Critical Thinking is Submission (ที่สุดของการคิดเชิงวิพากษ์คือ การยอมจำนน) [ IA ]
อัซตัฆฟิรุ้ลลอฮฺ วัลลอฮูอะลัม
[ #ดุลยภาพแห่งการเรียนรู้ & #EDM ]
#EOL & Understanding Entropy for Critical Thinking in Finding the Decline of Muslim World (EDM)
http://sunnah.com/bukhari/97/3...
www.facebook.com/permalink.php...
www.facebook.com/hasan.awae/po...