ต่อแต่นี้ไป ก็จะสอนให้ทำต่อไป เมื่อเราได้ทำวัตรอาราธนาเรียบร้อยแล้วต่อแต่นี้ไปก็ต้อนั่งสมาธิกัน บาลีว่า นิสีทติ ปลฺลงฺกํ อาพุชฺณิตฺวา ให้นั่งคู้บัลลังก์ ขัดสมาธิ เท้าขวาทับเท้าซ้าย มือขวาทับมือซ้าย ทุกคนด้วยกัน ตั้งตัวให้ตรง แล้วคอยฟังอธิบายต่อไป วิธีที่ถูกคือ ปลายนิ้วชี้มือข้างหวา จรดกับปลายน้ิวหัวแม่มือข้างซ้ายวางไว้ขนตักที่เราขัดสมาธินั้น นั่งยืดตัวให้ตรงเพื่อให้เลื่อดลมเดินสะดวกและรู้สึกสบายในขณะนั่งนั้น เรียกว่า อุชุํ กายํ ปณิธาย ังกายให้ตรง

           เมื่อเรานั่งขัดสมาะิ ตังกายให้ตรงดีแล้ว เราต้องตั้งใจให้หยุด ใจของเราถ้าหยุดได้สักกระพริบตาเดียวเท่านั้น ได้ชื่อว่าเราได้สร้างบุญให่กุศลใหญ่สำคัญนัก บุญที่เกิดจากกานรนั้งภาวนานั้นเป็นบุญใหญ่กุศลใหญ่ เราจะไปสร้างโบสถ์ วิหาร การเปรียบสักร้อยหลังก็สู้บุญที่เกิดขึ้นจากการบำเพ็ญสมถวิปัสสนาไม่ได้ เมื่อเราแสวงหาเขชตบุญในพระพุทธศาสนาพึงบำเพ็ยสมถวิปัสสนาทำใจให้มั่นคงดังนี้ ใ้หใจหยุด หยุดนี้เป็นตัวสำคัญ "หยุด" นี้จะเป็นทางมรรคผลนิพพาน พวกที่ให้ทานรักษาศีลนั้นยังไกลหว่า "หยุด" นี้ใกล้นิพพานนัก พอหยุดได้เท่านั้น ถูกคำสังสอนของรพะศาสนดาแล้ว ไม่ยักเยื้องแปรผัน

         ต่อแต่นี้ไปคอยตั้งใจฟัง เมื่อเราทำวัตรอาราธนาเสร็จแล้ว ก็จะบอกวิธีกระทำต่อไป วิธีทำสมถวิปัสสนา ต้องมี บริกรรมภาวนา กับ บริกรรมนิมิต เป็นคู่กัน บริกรรมนิมิตให้กำหนดเครื่องหมายเข้าดวงใส เหมือนกับเพชรลูกที่เจียระไนแล้ว ไม่มีขนแมว โตเท่าแก้วตาผู้หญิงกำหนดเข้าปกาช่องจมูกซ้าย ผุ้ชายกำหนดเข้าปากช่องจมูกขวา อย่าให้ล้ำให้เลื่อมใจของเราที่ยือดไปยืดมา แวบไปแวบมา ให้เข้าไปอยู่เสียในบริกรรมนิมิต ปากช่องจมูก หญิงซ้าย ชายขวา ข้างนอกดวงโตเท่าแก้วตา ข้าในดวงโตเท่าเมล็ดพุทธรักษา ใสขาวเหมือนกระจกส่องเงาหน้า หญิงกำหนดปากช่องจมุกซ้าย ชายกำหนดปากช่องจมูกขวา แลวใหบริกรรมภาวาประคองบริกรรมนิมิตนั้นไว้ว่า "สัมมาอรหัง" ตรึงถึงดวงที่ใน ใจหยุดอยู่กลางดวงที่ใน "สัมมาอรหัง" ตรึกถึงดวงที่ใส ใจหยุดอยุ่กลางดวงที่ใส "สัมมาอรหัง" ตรึงถึงดวงที่ใน ใจอยุดอยฝุ่กลางดวงที่ใน นิงอยู่ที่นั้น นี้ ฐานที่ ๑ 

         ฐานที่ ๒ เลื่อนไปที่เพลาตา หญิงอยู่ซีกข้างซ้าย ชายอยู่ซีกข้าขวา ตรงกัวตาที่มูลตามออก ตามช่องลมหายใจเข้าออกข้างใน แล้วให้บริกรรม ประคองเครื่องหมายที่เพลาตานั้นว่า "สัมมาอรหัง" ๓ ครั้ง แบบเดียวกัน แล้วเลื่อนเครื่องหมายตรงลำดับเพลาตาเข้าไปที่กลางกั๊กศรีษะ ข้างใน ไม่ให้ค่อนซ้าย-ขว่า-หน้า-ล่าง-บน กลางกั๊กพอดี ที่นี้เรียกว่า ฐานที่ ๓ แล้วบริกรรมประคองเครื่องหมายที่กลางกั๊กศรีษะข้าในว่า "สัมมาอรหังๆ" ๓ คร้ง ตรงนี้มีลัทธิพธี ต้องกลับตาไปข้างหลัง ให้ตาค้างเหมือนคนชักจะตาย เราหลับตาอยุ่ตาซ้อนขึ้นข้างบน เหลือบขึ้นข้างบน เหลือบไปๆ จนค้างแน่น ให้ความเห็นกลับไปข้างหลัง แล้วค่อยๆ ให้เห็นกลับเข้าข้างใน พอตาเห็นกลับเข้าข้างใน ก็เลื่อนเครื่องหมายจากฐานที่ ๓ นี้ไป ฐานที่ ๔ ที่ปากช่องเพดาน ที่รับประทานอาหารสำลัก อย่าให้ล้ำให้เหลื่อม พอดี แล้วบริกรรมประคองเครื่องหมายในฐานที่ ๔ นั้นว่า "สัมมาอรหังๆ" ๓ ครั้ง

          แล้วก็เลื่อนเครื่องหมายจาก ฐานที่ ๔ ไป ฐานที่ ๕ ที่ปากช่องคอ เหนือลุกกระเดือก เหมือนกลางกั๊กปากถ้วยแก้ว ตั้งไวปากช่องคอ บริกรรมประคองเครื่องหมายที่ปากช่องคอนั้นว่า "สัมมาอรหังๆ" ๓ ครั้ง แล้วเลื่อนเครื่องหมายลงไป ฐานที่ ๖ กลางตัว สุดลมหายใจเข้าออก สะดือทะลุหลัง ขวาทะลุซ้าย กลางกั๊กข้างใน ตรงกลางดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ ที่ใจหยุดนั่นที่เดียว ตั้งตรงนัน เอาใจของเราจรดเข้าที่ดวงใสนั้น แล้วบริกรรมภาวนาว่า "สัมมาอรหังๆ" ๓ ครั้ง แล้วถอยหลังจากฐานที่ ๖ มาที่เหนือ กลางตัวเรานี้ขึ้นมา ๒ นิ้วมื อฐานนั้นเรียกว่า ฐานที่ ๗ 

           ฐานที่ ๗ นั้นมี ศุนย์ ๕ ศุนย์ ๑)ศุนย์กลาง ๒) ศูนย์หน้า ๓) ศูนย์ข้างขวา ๔) ศูนย์ข้างหลัง ๕) ศูนย์ข้างซ้าย ศูนย์กลางคื อากาศธาตุ, ศูนย์ข้างหน้าธาตุน้ำ, ศูนยข้างขวาธาตุดิน, ศุนย์ข้างหลังธาตุไฟ, ศูนย์ข้างซ้ายธาตุลม, เครื่องหมายใสสะอาด ตรงช่องอกากศกลาง ตรงนั้นเรียกว่ "ศุนย์"

          ที่เรียกว่าศูนย์ กล่าวคือ เวลาสัตว์ไปเกิดมาเกิดแล้วก็มาอยุ่ในที่สิบ อยุ่ในกลางดวงนั้น กายละเอดียวอยู่ในกลางดวงนั้น เมื่อพ่อแม่ประกอบธาตุธรรมถุกส่วนเข้าแล้ว ก็ตกศูนย์ที่เดียว พอตกศูนย์ก็ลอยขึ้นมา เหนือกลางตัว ๒ นิ้วมือ (เป็นดวงกลมใส) โตเท่าฟองไข่แดงของไก่ ใสเป็นกระจกส่องเงาหน้า นี้มัจะเกิดละ ตรังนั้นเรียกว่าศุนย์ สูนย์นั้นเป็นสำคัญนัก จะเกิดมาในมนุษยโลกก็ต้องเกิดด้วยศุนย์นั้น จะไปนิพพาน ก็ต้องเข้าศูนย์นั้นไปเหมือนกัน จะไปสู่มรรคผลนิพพานก็ต้องเข้าศุนย์นั้นเหมือนกันแบบเดียวกัน... บ้างส่วนจาก "หลักและวิธีเจริญสมถะและวิปัสสนาเบื้องต้นถึงธรรมกาย"