ตายายมีควายสองตัว ตัวหนึ่งตัวผู้เป็นควายเผือก เขาโง้ง รูปร่างใหญ่โตชื่อ“ไอ้แก้ว” อีกตัวสีดำ ตัวเมีย ขนาดเล็กกว่าชื่อ“อีงาม”

เพราะตายายเป็นชาวนา เมื่อเป็นเด็กช่วงปิดเทอม จึงเคยนั่งเกวียน เคยเลี้ยงควาย ฤดูเก็บเกี่ยวสนุกกับการกระโดดโลดเต้นอยู่บนกองฟางในลานนวดข้าว 

ชาวนาสมัยนั้นจะมีควายไว้ใช้ไถนา ตายายมีควายสองตัว ตัวหนึ่งตัวผู้เป็นควายเผือก เขาโง้ง รูปร่างใหญ่โตชื่อ“ไอ้แก้ว” อีกตัวสีดำ ตัวเมีย ขนาดเล็กกว่าชื่อ“อีงาม”

ช่วงนั้นโจรผู้ร้ายชุกชุมมาก การลักขโมยควายของชาวนาถึงในคอกเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ การรวบรวมญาติพี่น้อง หรือสมัครพรรคพวกออกไล่ล่าขโมย เพื่อตามเอาควายตัวเองคืนจึงเป็นความปกติ  

ดึกสงัดค่ำคืนหนึ่ง ฉากสุดท้ายของไอ้แก้วและอีงาม รวมทั้งชีวิตชาวนาของตากับยายได้ลงเอย ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจ จากความผูกพันระหว่างคนกับควาย ซึ่งไม่ต่างอะไรกับชาวนาอีกหลายราย
 

............................................................................

ไม่ทันสาย แดดหน้าร้อนยังไม่จัดจ้าน ภาพชาวนาไถแปรหรือคราดเตรียมปลูกข้าวอีกรอบ ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน..

หวนนึกถึงไอ้แก้วกับอีงาม