3ก.ค.39 ไอทีวีและสปน. ร่วมลงนามในสัญญาสัมปทาน โดยมีเงื่อนไขที่เป็นประเด็นดังนี้
-ไอทีวีต้องจ่ายค่าสัมปทานในอัตราเพิ่มรวม 30 ปี เป็นเงิน 25,000 ล้านบาท โดยผังรายการต้องมีข่าวหรือสาระประโยชน์ไม่น้อยกว่า 70% และช่วงเวลา 19.00-21.30 ต้องเสนอเฉพาะรายการข่าว หรือสาระประโยชน์เท่านั้น
-สัญญาข้อ 5 วรรค 4 “หากสปน.หรือหนวยงานของรัฐให้สัมปทานกับคนอื่นทําธุรกิจวิทยุโทรทัศน์ หรือให้เคเบิลทีวีมีโฆษณาได้ และทําให้ไอทีวีได้รับความเสียหาย สปน.ต้องชดเชยความเสียหายให้แก่ไอทีวี
-ข้อ11 หากไอทีวีไม่ทําผังรายการตามที่กําหนด ต้องชําระค่าปรับในอัตราร้อยละ 10 ของค่าตอบแทนที่ต้องจ่ายในปีนั้นๆ โดยคิดเป็นรายวัน
-ข้อ15 หากมี ข้อขัดแย้งระหว่าง สปน. กับไอทีวี ให้ตั้งอนุญาโตตุลาการเพื่อตัดสิน และให้คําตัดสินของอนุญาโตตุลาการเป็นที่สุด และผูกพันคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย
12พ.ย.42 ไอทีวีขอให้สปน. พิจารณาหามาตรการชดเชยความเสียหาย จากกรณี 1.ช่อง 7 ต่อสัญญาก่อนสัญญาหมดอายุ ไปอีก 8 ปี(ค่าสัมปทานปีละ 230 ล้านบาท) 2. หน่วยงานรัฐยอมให้ ยูบีซี มีโฆษณา 3.เวิร์ดสตาร์(TTV) Free TV มีโฆษณา และ 4.ยอมให้ช่อง 11 มีโฆษณา
6มี.ค.45 สปน.มีหนังสื อแจ้งไอทีวี ยอมรับว่าการที่ กรมประชาสัมพันธ์ อนุญาตให้เวิร์ดสตาร์ทีวี เข้าดําเนินกิจการทีวีแบบมีโฆษณาได้นั้น ผิดเงื่อนไขข้อ 5 วรรค 4 จริง และขอให้บริษัทคิดค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น
31ก.ค.46 ไอทีวี เสนอใหสปน.ร่วมกันตั้งอนุญาโตตุลาการเป็นผู้ตัดสิน
30ม.ค.47 คณะอนุญาโตตุลาการตั ดสินชี้ขาดให้ไอทีวีชนะ และให้ปรับลดค่าสัมปทานเหลือปีละ 230 ล้านบาท, ผังรายการต้องข่าวหรือสารประโยชน์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50, ช่วงเวลา 19.00-21.30 เสนอรายการบันเทิงได้ และให้ สปน. ชดเชยความเสียหายให้แก่ไอทีวี 20 ล้านบาท
1 เม.ย.47 ไอทีวีปรับผังรายการตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ โดยมีสัดส่วนรายการข่าวและสาระประโยชน์ร้อยละ 65
22 เม.ย.47 สปน. ยื่นเรื่องฟ้องศาลปกครอง ให้ยกเลิกคําตัดสินของอนุญาโตตุลาการ
9 พ.ค.49 ศาลปกครองกลาง ตัดสินให้เพิกถอนคําชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ เมื่อ 30 ม.ค. 47 โดยให้เหตุผลว่าข้อ 5 วรรค 4 เป็นโมฆะ ไม่มีผลผูกพัน (เนื่องจาก สปน. ไมได้นําเรื่องเสนอ ครม. อนุมัติ) ทําให้คําตัดสินของอนุญาโตตุลาการไม่มีผลบังคับ และมีผลทําให้ต้องกลับไปใช้เงื่อนไขทุกอย่างเหมือนเดิม
7 มิ.ย.49 ไอทีวียื่นอุทธรณ์ ต่อศาลปกครองสูงสุด
23 มิ .ย.49-ปัจจุบั น สปน. อ้างการตีความของ สน.อัยการสูงสุด บังคับให้ไอทีวี ปฏิบัติตามเงื่อนไขเดิมตามคําตัดสินของศาลปกครองกลาง โดยไม่รอฟังคําตัดสินของศาลปกครองสูงสุด และยังเพิ่มข้อหา “อภิมหาค่าปรับ” จากการไม่ปฏิบัติตามสัญญาเรื่องผังรายการ ตั้งแต่ 1 เมษายน 2547-ปัจจุบัน เกือบแสนล้านบาท (วันละ 100 ล้านบาท หรือชั่วโมงละ 4.17 ล้านบาท)
“ทําไมไอทีวีต้องรับกรรมจากความบกพร่องของ สปน.ที่ไม่ได้เสนอเรื่องการแก้ไขสัญญาต่อครม.ก่อนที่จะนําสัญญามาเซ็นต์กับไอทีวี”
บทความจากกลุ่มพนักงานไอทีวี