ชีพจรลงเท้านายบอนครับ เสาร์อาทิตย์นี้ ต้องเดินสายเหมือนนักร้องลูกทุ่งตลอด มีเป้าหมายหลายแห่ง
อยากจะทำอะไรภายใน 48 ชั่วโมงที่จะถึงนี้บ้าง

1. ไปเติมกำลังใจให้เพื่อนในยามท้อที่โคราช
2. ไปงานแต่งงานของเพื่อนที่ดอนเมือง
3. ไปงานมหกรรมของขวัญ Thailand Best Buy 2006 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตต์ ซ่งจัดงานในช่วง 1-10 ธ.ค.2549
4. ไปทานข้าวกับเพื่อนที่วชิรพยาบาล
5. ไปเยี่ยมพี่เล็ก ที่สถาบันบำราศนราดูร (อาจจะได้พบกับคุณจันทร์เมามาย, ฯลฯ)
6. ไปทานข้าวฝีมือครูอ้อยที่บ้าน
7. ไปพบน้องดาวที่บางกะปิ พูดคุยและขอข้อมูลเรื่องการส่งกำลังใจให้เด็กกำพร้าสึนามิ ก่อน 26 ธ.ค. 2549
8. ไปพักกับเพื่อนที่ นวมินทร์ เยี่ยมครอบครัวของเพื่อนคนนี้ ซึ่งภรรยาของเขากำลังตั้งครรภ์พอดี
9. ไปกินข้าวกับเพื่อนที่เป็นทหารเรืออยู่ที่ท่าช้าง เยื้องสนามหลวง ในพื้นที่ของกองทัพเรือ

มีความตั้งใจหลายอย่างที่อยากจะทำ แต่ทำไมได้ แต่ไม่เคยลังเลที่จะบันทึกไว้ ถึงในช่วงเวลานี้ บางอย่าง ทำไม่ได้
เมื่อมีโอกาสมา กทม.อีก หยิบบันทึกที่เก็บไว้ มาเปิดดู กลับมาเติมเต็มสิ่งที่ไม่ได้ทำในวันวาน ในวันนี้ให้สำเร็จ

ความตั้งใจที่เคยบันทึกไว้เมื่อปลายปี 2548 แต่ยังไม่มีโอกาสได้ทำ เพราะเวลามีจำกัด คือ ข้อ 1,3,7

กิจกรรมที่เกิดความต้องการอยากทำในปัจจุบัน เพราะเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่พึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีนี้
2,  3,  4,  5,  6,  8

สิ่งที่ตั้งใจ หลายอย่าง อาจไม่ได้ดังใจ ทั้งเรื่องของเหตุสุดวิสัย เวลาไม่พอ ความคลาดเคลื่อนของการนัดหมาย รถติด อีกฝ่ายที่ต้องการไปพบ มาช้ากว่าเวลานัด ฯลฯ

ใน 9 รายการ จึงต้องมาจัดอันดับความสำคัญ
กิจกรรมที่ต้องทำในช่วงนี้เท่านั้น เพราะถ้าเลยช่วงเวลานี้ไป ไม่มีโอกาสได้ทำอีกแล้ว
1,2, 7, 8

รายการที่ 1 เติมกำลังใจให้เพื่อนในยามท้อ คือ เพื่อนที่กำลังเรียนด้วยกัน (ปริญญาโท มมส.) ท้อเรื่องเรียน จนไม่อยากจะทำต่อ อยากลาออกไปเลย คงจะเป็นครั้งสุดท้ายในการให้กำลังใจ และช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้ ในเรื่องการวิเคราะห์ข้อมูล สรุป เตรียมตัวสอบ ทั้งที่ความเป็นจริง ควรจะสอบตั้งแต่ต้นปี 2549 แล้ว แต่เพราะความท้อ จนถึงปลายปี ยังไม่ได้ลงมือทำอะไรอีกเลย

คาดว่า ติดขัด ไม่เข้าใจเรื่องผลงานวิจัย จึงคิด เขียน ทำต่อไปไม่ได้

รายการที่ 2 งานแต่งงานเพื่อนคนนี้ คงจะแต่งงานครั้งเดียว นานๆเจอเพื่อนสมัยมัธยมสักที ไม่รู้อีกกี่ปีจะได้มาพบเจอกันอีก

รายการที่ 7 เป็นความตั้งใจตั้งแต่เมื่อเกิดเหตุการณ์สึนามิ แล้วได้อ่านบันทึกของพี่สาวผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ถ่านทอดบันทึกสะท้อนความเป็นจริง และน้ำใจที่ยังคงมีอยู่ และได้รับปากไว้แล้วว่า ขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเยียวยาหัวใจดวงน้อยๆของเด็กกำพร้าสึนามิ  แม้หลายฝ่ายจะลืมเลือนหัวใจดวงน้อยๆเหล่านั้น แต่น้ำใจยังคงมีอยู่

รายการที่ 8 สำคัญเช่นกัน เพื่อนคนนี้ เป็นบุคคลที่ต่อสู้กับความยากลำบาก อุปสรรคต่างๆจนสามารถตั้งตัว สร้างฐานะขึ้นมาได้ แต่กำลังใจจากเพื่อนเก่าๆยังเป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่ยิ่งใหญ่สำหรับเขาอยู่

เป็นความตั้งใจไว้ว่า จะต้องหาโอกาสไปเยี่ยมปีละ 1 วัน


ส่วนรายการที่ 5 และ 6 นั้นอยากไปครับ

รายการที่ 5 ช่วงนี้พี่เล็กไม่ค่อยจะว่างอยู่ด้วย เสร็จจากงานมหกรรมจัดการความรู้แห่งชาติแล้ว พี่เล็กคนชุดเขียวไม่รู้ว่าจะมีเวลาว่างกี่มากน้อย เวลาที่มีจำกัด คงแวะเวียนมา F2F ในโอกาสหน้า

ความจริงถ้าได้ F2F นายบอนจะต้มยำพี่เล็ก เอ๊ย ต้มยำความคิดด้วยเสวนาจานส้มตำเสียเลย... (ไปนั่งเขียนบันทึกผ่านบล็อก gotoknow แบบสดๆข้างๆพี่เล็กซะเลย)

รายการที่ 6 ติดตามอ่านจากบันทึกที่พี่จ๊อด และพี่อ๊อบจากตราด และเชียงใหม่ มาพบครูอ้อยแล้ว ถ้านายบอนให้เวลาในการพบปะกับครูอ้อยเพียงแค่ไม่กี่นาที แล้วก็ต้องรีบร่ำลาเพื่อไปธุระที่อื่นต่อ

เหมือนเป็นการไม่ให้เกียรติครูอ้อยจนเกินไป

แถมเมื่อ F2F แล้ว ก็ใช่ว่า หน้าตาจะสดชื่นเมื่อได้พบหน้า
บางทีครูอ้อยอาจจะเก็บไปคิดหนัก เจอกันแล้ว ไม่ดีใจหรือ ทำไมทำหน้าแปลกๆแบบนั้น....

และหลายครั้ง การนัดหมายใครต่อในที่จะๆไปพบใน กทม. มักจะทำให้ผู้ที่รอคอยหงุดหงิดได้ หากตั้งตารออย่างเดียว

ความจริงแล้วไปพบครูอ้อย ก็จะไปนั่งเขียนบันทึกกันสดๆ หรือจับประเด็นการพูดคุยมาเขียนบันทึกได้ซัก 10 ประเด็น

ซึ่งรายการนี้ก็คงเก็บเอาไว้ก่อน เพราะ ม.ค.2550 ก็คงจะได้แวะเข้ามา กทม.อีก ทั้งการมาร่วมประชุมวิชาการ นำเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตที่ ม.รังสิต และ  ม.มหิดล ศาลายา  ตอนนั้นค่อยชวนไปร่วมงานด้วย



มีความตั้งใจหลายอย่างที่อยากจะทำ แต่ทำไมได้ แต่ไม่เคยลังเลที่จะบันทึกไว้ ถึงในช่วงเวลานี้ บางอย่าง ทำไม่ได้
เมื่อมีโอกาสมา กทม.อีก หยิบบันทึกที่เก็บไว้ มาเปิดดู กลับมาเติมเต็มสิ่งที่ไม่ได้ทำในวันวาน ในวันนี้ให้สำเร็จ