วิจารณ์เรื่องสั้นเรื่อง ผ้าทอใจ
ผู้แต่ง : นายณรงค์กรณ์ วิทยอักษรศรี
โครงเรื่องและเนื้อเรื่อง
เรื่องสั้นเรื่องผ้าทอใจ โครงเรื่องเรื่องสั้นเรื่องผ้าทอใจเป็นเรื่องราว ของครอบครัวหนึ่งที่อยู่ในหมู่บ้านชนบทในครอบครัวก็จะมีสมาชิกด้วยกันสี่คนก็จะมีคำหอมมีแม่มีพ่อ และไอ้จิ๋วน้องของคำหอมในหมู่บ้านแห่งนี้ทุกๆปีก็จะจัดงานบุญผะเหวดสิ่งแรกที่คำหอมรู้ว่าจะถึงการจัดบุญผะเหวด คำหอมจะได้ยินเสียง ของฟืมที่ดังกระทบกับหูกทอผ้าของแม่ แม่ของคำหอมถือว่าเป็นคนเชี่ยวชาญในเรื่องของการทอผ้าเป็นอย่างดีและสืบทอดบรรพบุรุษมาแต่ช้านานแต่คำหอมกลับไม่ชอบการทอผ้าและไม่อยากอยู่ในหมู่บ้านชนบทแห่งนี้เพราะความหอมอยากไปอยู่ในเมืองใช้ชีวิตในเมืองอยากเป็นคนเมือง อยากมีชีวิตที่หรูหราเหมือนเพื่อนเพราะอีกไม่กี่เดือนนี้คำหอมก็จะเรียนจบ คำหอมได้เข้าไปขอพ่อกับแม่ว่าจะย้ายเข้าไปอยู่ที่ในเมืองจะไปหางานทำที่นั่นแม่ได้ฟังแล้วแม่ก็รู้สึก เสียใจที่คำหอมไม่อยากสืบทอดการทอผ้าของแม่แต่แม่ก็ไม่ขัดแม่ก่อนอนุญาตให้คำหอมเข้าไปอยู่ในเมืองใช้ชีวิตตามใจของคำหอมเอง แต่พอคำหอมได้เข้าทำงานไม่ถึงสองเดือนพ่อก็ได้โทรศัพท์ไปหาคำหอมว่าแม่ล้มป่วยหนักเพราะเครียดเรื่องไม่มีใคร สืบสานการทอผ้าของแม่ คำหอมเลยตัดสินใจกลับบ้านแล้วไปเจอแม่ในสภาพที่นอนล้มป่วยไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ผอมซีดคำหอมก็รู้สึกอยู่ในใจว่าฉันหาคำตอบให้ชีวิตฉันได้แล้ว คำหอมรู้สึกผิดที่ได้กระทำการเอาแต่ใจตนเอง จนไม่นึกถึงหัวจิตหัวใจของแม่ผู้แก่ชราผู้ให้กำเนิดและมีบุญคุณกับคำหอมคำหอมจึงตัดสินใจที่จะสืบสานความต้องการของแม่คือการทอผ้า
เนื้อเรื่องจากการเปิดเรื่องของเรื่องสั้นผ้าทอใจผู้แต่ง เปิดเรื่องด้วยการใช้เสียงของฟืมที่กระทบกับหูกทอผ้าเพื่อให้ผู้อ่านมองเห็นภาพแล้วก็มีการเล่าเรื่องผ่านตัวละครชื่อคำหอมที่เป็นหญิงสาวอยู่ในวัย รุ่นที่มีนิสัยเอาแต่ใจเพื่อที่จะให้ผู้อ่านเข้าถึงตัวละครมากขึ้นแล้วใน
การดำเนินเรื่องผู้แต่งก็ได้สร้างปมขัดแย้งระหว่างคำหอมกับแม่ ที่ไม่ลงรอยกันแม่อยากให้คำหอมสืบสานศิลปะการทอผ้าแต่คำหอมกลับไม่ชอบที่จะทำอยากที่จะไปอยู่ในเมืองใช้ชีวิตอยู่ในเมือง ที่ผู้แต่งสร้างลักษณะนิสัยของคำหอมให้มีความคิดแบบนี้ เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพได้ชัดขึ้นเพราะจากสังคมปัจจุบันนี้เด็กวัยรุ่นที่ไปอยู่ในเมืองก็จะมีความคิดที่อยากจะใช้ชีวิตที่หรูหราเหมือนเพื่อนเขาอยากอยู่ในที่ที่สะดวกสบายไม่อยากอยู่ในชนบทเพราะถือว่าเป็นที่ที่ไม่สะดวกสบายเป็นบ้านนอก การที่ผู้แต่งนำเสนอเรื่องของคำหอมที่มีลักษณะนิสัยเอาแต่ใจถือว่ามีความสมจริงเพราะว่าจากปัจจุบันวัยรุ่นก็มีความคิดเช่นเดียวกับคำหอม แล้วในตอนสุดท้ายผู้แต่งได้
ปิดเรื่องโดยการที่คำหอมได้เจอภาพแม่ที่กำลังล้มป่วยอย่างหนักแล้วทำให้เธอคิดขึ้นได้ว่าการที่เธอเป็นคนนิสัยเอาแต่ใจทำตามใจตนเองทำให้แม่ไม่สบายใจ ทำไมแม่คิดมากเธอก็รู้สึกผิดและหันกลับมาสืบสานศิลปะการทอผ้าของแม่ในกาปิดเรื่องแบบนี้ผู้แต่งทำให้ผู้อ่านเห็น เห็นภาพชัดเจนและจะทำให้ผู้อ่านคิดได้ว่าการสืบศิลปะการทอผ้าเป็นสิ่งดีการตอบแทนพระคุณของพ่อแม่ถือเป็นสิ่งที่ดีในชีวิตที่มนุษย์เราควรที่จะทำ เรื่องสั้นเรื่องผ้าทอใจถือว่ามีเนื้อหาที่สมจริงผู้แต่งมีการตั้งชื่อเรื่องที่ดึงดูดความสนใจเป็นอย่างมากเพราะว่าชื่อเรื่องกับเนื้อหามีความสัมพันธ์กันคำว่าผ้าทอใจก็เปรียบ สายใยรักของตัวละครหลักอย่างคำหอมกับแม่ที่มีความขัดแย้งกันสุดท้ายสายใยแห่งรักก็ทำให้ทั้งคู่ได้มาอยู่ด้วยกันและดูแลกัน
กลวิธีในการดำเนินเรื่อง
กลวิธีในการดำเนินเรื่องสั้นผ้าทอใจ มีการดำเนินเรื่องตามลำดับปฏิทินคือ การทำงานเรื่องไปตามลำดับเวลาก่อนหลังของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นเหตุการณ์ที่คำหอม เห็นแม่ทอผ้าก็รู้ว่าจะมีการจัดงานบุญผะเหวดพอเวลาผ่านไปถึงสองสามวันหมู่บ้านก็มีการจัดงานบุญผะเหวดขึ้นจริงๆต่อมาก็จะเป็นเหตุการณ์ที่คำหอมได้มาขอแม่ว่าหลังเรียนจบคำหอมจะไปทำงานในเมืองใช้ชีวิตในเมืองพอเวลาผ่านไปสองเดือนคำหอมเรียนจบก็ไปทำงานในเมืองจริงๆหลังจากนั้นเมื่อคำหอมรู้ว่าแม่ป่วยคำหอมกลับมา เพื่อที่จะมาดูแลแม่เพราะคำหอมคิดได้แล้วว่าจะกลับมาสืบสานศิลปะการทอผ้าของแม่จากเหตุการณ์ในเรื่องถือว่าเป็นการดำเนินเรื่องตามปฏิทินเพราะว่ามีการดำเนินเรื่องตามลำดับเวลา
ลักษณะนิสัยตัวละครในเรื่องสั้นเรื่องผ้าทอใจ
ตัวละครหลักในเรื่องสั้นเรื่องผ้าทอใจ ก็คือคำหอมส่วน ตัวละครรองก็คือ แม่พ่อแล้วก็จิ๋ว
คำหอม เป็นผู้หญิงที่มีลักษณะนิสัยเอาแต่ใจตนเองรักในความสะดวกสบายรักในค่านิยมของคนรุ่นใหม่ จนหลงลืมวัฒนธรรมของตนเอง ลืมกำพืดของตนเอง
แม่ของคำหอม มีลักษณะนิสัยเป็นคนรักในการทอผ้าที่บรรพบุรุษสืบสานมาจนถึงปัจจุบัน เป็นคนรักลูกสิ่งไหนที่ลูกทำแล้วมีความสุขก็ยอมให้ลูกทำถึงแม้ตัวเองจะรู้สึกเสียใจก็ตาม
พ่อของคำหอม มีลักษณะนิสัยเป็น หัวหน้าครอบครัวที่คอยให้กำลังใจทั้งแม่แล้วก็คำหอมคอยดูแลเอาใจใส่ครอบครัว
จิ๋วน้องของคำหอม เป็นเด็กที่ซนชอบไปเที่ยวข้างนอกไม่ชอบอยู่บ้าน
ฉากในเรื่องสั้นเรื่องผ้าทอใจ
ฉากหลักในเรื่องสั้นเรื่องผ้าทอใจส่วนมากจะเป็นฉากในหมู่บ้านชนบทที่แม่พ่อและคำหอมให้จิ๋วอาศัยอยู่ที่ผู้แต่งได้ ใช้ฉากหมู่บ้านชนบทเพราะว่าให้เข้ากับเนื้อเรื่องเพื่อให้ผู้อ่านได้เห็นภาพอย่างชัดเจนและฉากที่เป็นฉากจัดงานบุญผะเหวดและมีการอธิบาย เกี่ยวกับงานบุญผะเหวดทำให้ผู้อ่านได้เข้าถึงประเพณีของคนภาคอีสานมากยิ่งขึ้นได้เห็นภาพได้ชัดเจนการที่ผู้แต่งใช้ฉากชนบทฉากงานประเพณีบุญผะเหวด เพื่อที่จะสื่อให้ผู้อ่านเห็นวัฒนธรรมของภาคอีสานเห็นศิลปะในการทอผ้าของชาวอีสานที่สืบสานต่อมาจากบรรพบุรุษอย่างลึกซึ้งเข้าถึงเนื้อหาที่ผู้แต่งสื่อออกมา
สารัตถะ
แก่นเรื่องหลักคือการกตัญญูต่อพ่อแม่
แก่นเรื่องรองคือการอนุรักษ์ศิลปะในการทอผ้าไหมของชาวอีสาน
การประเมินค่า
คุณค่าด้านสังคม ผู้แต่งสะท้อนให้ผู้อ่านเห็นคุณค่าการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมการทอผ้าของบรรพบุรุษที่สืบทอดมาตั้งแต่อดีตกาล ดังในเหตุการณ์ในเรื่องที่แม่ของคำหอมอยากให้คำคอมทอผ้าต่อจากแม่และมีการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีบุญผะเหวดที่ชาวอีสานอนุรักษ์มาแต่อดีตการชาวอีสานจะรู้ทันทีว่าจะจัดบุญผะเหวดตอนไหน ดังเหตุการณ์ในเรื่องที่เมื่อชาวบ้านทอผ้าก็จะรู้ได้ทันทีว่าอีกไม่กี่วันจะมีการจัดงานบุญผะเหวด
คุณค่าด้านการดำเนินชีวิต ผู้แต่สะท้อนให้ผู้อ่านเห็นว่าการใช้ชีวิตของคนเราควรที่จะเห็นคุณค่าในตนเองและคนรอบข้างและไม่หลงลืมกำพืดของตน ควรใช้ชีวิตอยู่ในพื้นฐานของความพอดี ดังจากเหตุการณ์ในเรื่องที่คำหอมไม่เห็นคุณค่าของตนเองอยากใช้ชีวิตเหมือนเพื่อนที่รวยอยากใช้ชีวิตที่สุขสบายโหยหาแต่สิ่งที่คิดว่าทำให้ตนเองมีความสุขจนลืมบ้านเกิดของตนเองสุดท้ายจนทำให้แม่เสียใจ
คุณค่าด้านครอบครัว ผู้แต่งสะท้อนให้ผู้อ่านเห็นการใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญการดูแลตอบแทนพระคุณพ่อแม่เป็นสิ่งที่ลูกทุกคนควรกระทำ ดังเหตุการณ์ในเรื่องที่คำหอมเอาแต่ใจทำตามใจตัวเองออกไปอยู่ที่อื่นทำให้แม่ต้องคิดมากจนล้มป่วยหนัก การที่คำหอมทำตัวเช่นนี้เป็นการทำให้ครอบครัวไม่มีความสุขถือเป็นการสะท้อนให้เห็นคุณค่าของครอบครัวเป็นอย่างดีการที่เรามีครอบครัวที่มีความสุขจะรวยหรือจนของแค่คนในครอบครัวรักและเข้าใจกันก็เกินพอ