วันที่ 15 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา กุ้งมีโอกาสได้กลับมาที่ เวที HA อีกครั้ง ขอบพระคุณแม่ต้อยและทีม สรพ.ที่เปิดโอกาสให้กุ้งได้มาร่วมแลกเปลี่ยน   หลายท่านอาจจะยังมีข้อสงสัยว่า SHA คืออะไร วันนี้กุ้งจะขอทบทวนอีกครั้งนะคะผ่านบันทึกนี้  https://www.gotoknow.org/posts...

 "ท่าน ผอ.อนุวัฒน์ ท่านได้พูดถึง SHA ไว้อย่างน่าสนใจว่า

HA  มีมาก่อนถ้าเปรียบผลไม้ก็เหมือนทานทุเรียน ที่ทานมากไปก็อาจจะทำให้เกิดร้อนในได้เพราะฉะนั้นโครงการ SHA เข้ามาเหมือนมาทำให้สมดุลย์เปรียบผลไม้ก็คงเหมือนทานมังคุดเเก้ร้อนใน เพราะปรัชญาของ SHA  spirituality จิตวิญญาณเข้ามามีบทบาท เพราะถือเป็นศาสตร์ด้านอ่อน (solf science) เมื่อนำมาใช้ในกระบวนการคุณภาพ ทำให้มีความยืดหยุ่น อ่อนโยน ซ่อนความจริง ความดี ความงามไว้ จุดเด่นของ SHA คือมองระบบสุขภาพในเชิงบวก พอมาเป็น SHA เเล้วเรามองรอบด้านมากขึ้น  คำว่า spirituality คือเราใส่ความรักลงไปในการให้การบริการสุขภาพ ความรักที่ไม่มีเงื่อนไข รักคนไข้'

ท้าวความ ทบทวน กระบวนการ SHA  ได้ดังนี้ และบันทึกนี้ที่แม่ต้อยบันทึกไว้ ได้กล่าวถึงความหมายและคุณค่าของ SHA ไว้อย่างชัดเจน ประโยคทิ้งท้าย ในบันทึกนี้  https://www.gotoknow.org/posts... แม่ต้อยทิ้งคำถามไว้ ว่า จะได้สานต่อ SHA อีกหรือไม่  10ปีที่เริ่มต้นมา  ในวันนี้ ก็ได้พิสูจน์แล้วว่า เจตนารมณ์ของแม่ต้อยได้รับการสานต่อมาจนทุกวันนี้

การแลกเปลี่ยนของเรา ในวันนี้ มีท่านอาจารย์หมอตี๋น้อย รศ.นพ. ชเนนทร์ วนาภิรักษ์ เป็นผู้ดำเนินการอภิปราย และมีกุ้ง กับ พ่อตุลย์ สามีแม่นุ่น สามีผู้ซึ่งสูญเสียภรรยา จากโรคมะเร็งเต้านม 5ปีที่ต่อสู้กับความตายและในที่สุดก็ต้องพ่ายแพ้กับมัน แต่ตลอดระยะเวลาที่ ต่อสู้ หัวใจของเขาไม่เคยคิดจะยอมแพ้ เขาทำทุกวิถีทางเพื่อให้ ภรรยาได้อยู่กับเขาและลูกให้นานที่สุด หัวข้อที่เราได้รับมอบหมายวันนี้คือ "รักสู้โรค"

 

 


<p></p>

โดยกุ้งได้นำเรื่องราวของน้องจ๊ะจ๋า ผู้ป่วยโรคปอดระยะท้ายเป็นเคสที่ดูแลร่วมกันของทีมการุณรักษ์  pain service  ทีมการพยาบาลหอผู้ป่วยPICU  ทีมกุมารแพทย์  จิตอาสาบ้านชีวาศิลป์  ครูพร ครูโครงการเพื่อคุณภาพชีวิตเด็กป่วย ซึ่งกุ้งได้เล่าถึงการทำงาน ร่วมกัน ทุกคนที่มาดูแลน้อง มาพร้อมกับความรักที่จะมอบให้น้องจ๊ะจ๋า ทีมประคับประคองมีหน้าที่เป็นผู้ประสานรอบด้าน(co-ordinate care)และดูแลประเมินความต้องการหรือความเจ็บปวด ไม่สุขสบายทางกายรวมทั้งความทุกข์ทางใจและจิตวิญญาณ อย่างทั่วถ้วน เมื่อเห็นดังนี้แล้วการจัดการอาการทางกายจึงเป็นเรื่องสำคัญความปวดของน้อง จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับการจัดการ โดยทีมได้ ปรับยาเพื่อควบคุมความปวด และ PAIN SERVICE ได้ทำหัตถการที่เรียกว่า Nerve block  จึงพอทำให้จ๊ะจ๋าอยู่ได้และเริ่มมีรอยยิ้ม พ่อแม่เฝ้าหนู 24 ชม.โดยคุยหรือกับทีมการพยาบาล  ICU เด็กซึ่งได้เอื้อให้ครอบครัวได้มีส่วนร่วมในการดูแล

เมื่อความปวดของหนูเริ่มคลี่คลายการค้นหาความต้องการด้านมิติจิตใจ จิตวิญญาณจึงเป็นเรื่องง่าย และในที่สุด เราก็ได้ค้นพบความต้องการและความเป็นตัวตนของจ๋ามากขึ้นเมื่อความฝันของหนูคือ อยากพบนักแต่งเพลงชื่อดัง ครูสลา คุณวุฒิ เพลงที่หนูชอบมากๆคือ “เล่าสู่หลานฟัง” เราจึงพยายามที่จะทำ ความปรารถนาของจ๋าให้เป้นจริง จนในที่สุด ก็สามารถทำได้สำเร็จ แม่เล่าว่าตั้งแต่ครูสลามาเยี่ยมดูน้องมีความสุข มีรอยยิ้ม และมีกำลังใจในการมีชีวิตอยู่  

หัวใจของหนูกลับมามีพลังอีกครั้ง อยู่อย่างมีคุณค่าและมีความหมายเมื่อทีมได้ประสานจิตอาสาครูมุก ครูนุ้ย และพี่เสก มาสอนวาดภาพตามที่จ๋าชอบ และมากไปกว่านั้นป้ากุ้งยังนำภาพไปประมูลได้ตังค์ตั้ง 10,000บาท  จากผู้รับกลายมาเป็นผู้ให้  แม้กายป่วยแต่ใจหนูไม่ป่วย

ซึ่งประโยคนี้หลวงพี่โก๋ พระอาจารย์จิตอาสา จากวัดธรรมอุทยาน ได้เขียนการ์ดอวบพรปีใหม่มาให้หนู่และให้กำลังใจคุณพ่อ คุณแม่จ๊ะจ๋า ให้มีกำลังใจในการต่อสู้  ตอนที่ 1  พักไว้ก่อนนะคะ เดี๋ยวติดตามตอนสอง สรุปบทเรียนและ reflection จากผู้ฟัง