แล้งแล้ว


ปั๊มไดโว่  ตัวนี้ อยู่กับผมมา มากกว่า 5 ปี แล้ว...   ผมใช้ปั๊มตัวนี้กับงานในสวนหลายต่อหลายอย่าง

อย่างเช่น..ถ่ายน้ำในบ่อ เพื่อเปลี่ยนน้ำใหม่ ...ดูดโคลนออกจากบ่อปลา สมัยเมื่อผมเลี้ยงปลาดุก เมื่อประมาณ 7-8 ปีที่ผ่านมา ตอนนี้ปลาดุกที่อยู่ค้างบ่อ  ผมจะเลี้ยงไว้ดูเล่น  ไม่คิดขาย หรือกินมันอีกเลย (แม่ปลาดุกหลายตัว ตัวเท่าหัวไหล่ของผมเลยทีเดียว) และทุกครั้งที่ผมให้อาหารมัน มันก็จะโผล่ออกมาให้ผมเห็นเสมอ

แล้งนี้... เริ่มขึ้นอย่างเต็มตัวเมื่อต้นเดือนมีนาคม 2561 ที่ผ่านมา

ผมรู้สึกได้ว่า ปีนี้ หนาวสบาย สบาย..ตลอดเดือนมกราคม - เดือนกุมภาพันธ์  ที่ผ่านมา  อากาศหนาวสบาย สบาย แบบนี้.. มันทำให้ผมรู้สึกว่า ปักษ์ใต้บ้านเรานั้นน่าอยู่..ถึงแม้น อากาศจะหนาว  แต่ก็เป็นช่วงที่สบายที่สุดของภาคใต้   ผมใช้เวลาในช่วงนี้หมดไปในแต่ละวัน.ต่างจากหลาย ๆ เดือนที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมงานสอน  งานบ้าน หรืองานในสวน... 

ในแต่ละวันที่ผ่านไปนั้น..ผมวางแผนการใช้ชีวิตแบบง่าย ๆ ไม่คิดอะไรที่มันเกินกำลังของเรามากนัก

.......................................................................

ซึ่งมันต่างจากช่วงเวลานี้... เป็นอย่างมาก   

ปีนี้ผมเรียนรู้ที่จะเป็นชาวสวนมากกว่าที่เคยเป็น  ...ทำไม?..และเพราะอะไร?... ผมถึงกล่าวเช่นนี้

เพราะกว่า 10 ปี ที่ผ่านมานั้น.. ผมยังไม่เคยคลุกวงในมากเท่าขนาดนี้ ..นั่นเอง 

เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า....

กว่า 10 ปีที่ผ่านมานั้น.ผมมีลูกน้องที่อยู่กับผมมานาน  งานสวน...อะไรที่ผมทำไม่ได้ เป็นไม่มี  เพราะเมื่อผมทำอะไร หรือสิ่งใดไม่ได้  ผมจะมีคนคอยช่วยผมเสมอ

แต่มาวันนี้ เวลานี้ และปีนี้...มันต่างจากหลาย 10 ปี ที่ผ่านมา....ผมไม่มีคนช่วยงานในสวนเหมือนก่อน..

สิ่งนี้เอง..มันทำให้ผมเริ่มเข้าใจมากขึ้นว่า..  ชีวิตคนเรานั้น มันต้องเดินหน้าต่อไปให้ได้เสมอ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเราก็ตามที  หากเรายังมีลมหายใจอยู่  เราต้องยืนให้ได้.. อยู่ให้เป็น

มีอยู่สิ่งหนึ่งนะ..ที่มันทำให้ผมเข้าใจมากขึ้นว่า.."เมื่อเราอยู่กับสิ่งไหน เราก็จะซึมซับสิ่งนั้น"  

งานที่ผมไม่เคยทำ  ก็ได้ทำ...มันทำให้ผมเชื่อสนิทใจเลยครับว่า...การที่เราได้นั่งดู นั่งถาม ในสิ่งที่เราไม่เคยทำ หรือทำไม่เป็นมาก่อน  

มาวันนี้ มันกลับได้ใช้ ...มันทำให้เราไม่เป็นกังวลว่า  เราจะทำไม่ได้ ทำไม่เป็น  ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน..ก็ตามที

แล้งนี้... ผมคิดมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา 

ในความคิดของผมนั้น  ผมคิดแบบมีสติ ผมไม่ได้คาบปากกา ถือสมุดโน๊ต  แต่ผมลงมือทำโดยไม่อิดออด

ผมกำลังจะบอกว่า...แล้งนี้  ผมวางแผนการใช้ชีวิตมากกว่าสองเดือนที่ผ่านมา...แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ สำหรับผม ที่ผมจะทำมันไม่ได้อีกต่อไป

........................................................................

ภาพของความทรงจำ ที่เราเคยดูเขาทำ มันผุดขึ้นมายังกับดอกเห็ด  

ท่อแตก ทำอย่างไร?   ต่อท่อทำอย่างไร? มันต้องเตรียมอะไรบ้าง?

บอกขนาดไม่ถูก ก็เอาตัวอย่างไป  

ลงปั๊มทำอย่างไร? มันมองเหมือนยากสำหรับคนที่ไม่เคยทำอะไรเป็นกิจลักษณะ

ก่อนจะปั๊มน้ำจากบ่อ ขึ้นมารดไม้ผล..ก็ต้องคิดอีกว่า  มันถึงเวลาที่จะต้องทำอะไรก่อนมั้ย  ไม้ผลหากรดน้ำ...มันก็จะแตกยอด   และแล้งนี้มันต้องใส่ปุ๋ยสักหน่อยมั้ย  เพื่อให้ไม้ผลมันออกดอกด้วย ค้นหาข้อมูลเพิ่ม แล้วพบว่าปุ๋ย 8-24-24 เป็นปุ๋ยสูตรเร่งดอก ออกผล  ใส่ปุ๋ยสักหน่อย  แล้วค่อยรดน้ำก็จะเป็นการดี

นั่งคิดอยู่อีกนิด  หญ้าใต้โคนมันก็รก   ใบไม้ก็ปกคลุมอยู่ใต้โคนมากเกินพอ  ใส่ปุ๋ยเลยคงไม่ดีแน่

เป็นอันว่า..ผมต้องตัดหญ้าใต้โคนไม้ผลเสียก่อน  

การตัดหญ้าก็ใช่ว่า...จะง่ายเท่าที่คิด  กว่าจะกระชากเครื่องตัดหญ้าติดได้ก็ปาไปนานโขอยู่  

ผมได้เคล็ดลับจากคนข้างบ้านที่ตะโกนบอกผมว่า   "อาจารย์  เครื่อตัดหญ้าไม่ได้ตัดนาน มันกระชากติดยาก ให้เอาน้ำมันเบ็นซินล่อไปที่หัวเทียนสักหน่อย  รับรองจะติดได้ง่ายขึ้น" (ผมทำตามอย่างว่าง่าย...และก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ  นี้คือบทเรียนที่ผมต้องจดจำมันไปตลอดเลยทีเดียว)

....................................................................

3-4 วันที่ผ่านมา มันทำให้ผมคิดได้ว่า ผมไม่เสียดายวันเวลาที่ผ่านไปเลย  "การได้นั่งดู  ลูกน้องทำงานในสวน การได้ถามเขา ว่าอันนี้มันทำอย่างไร? ไม่ทำได้มั้ย?

มาวันนี้..มันทำให้ผมรู้ได้ครับว่า   "ครูพักลักจำ"...  มันเป็นอย่างนี้นี่เอง

ผมตัดหญ้าใต้โคนไม้ผล และระหว่างอกยางเสร็จลง

ผมไม่รีรอเลย...ที่จะกวาดใบไม้ที่มันหล่นมาปกคลุมใต้โคนต้นออกเสียก่อน..ปุ๋ยเคมีสูตรเร่งดอก 8-24-24 จึงถูกโรยลงไป

กว่างานชิ้นนี้จะเสร็จ  ผมใช้เวลาอยู่หลายวัน 

.........................................................................

มังคุด..ในสวนยางปีนี้ เป็นหนุ่มเป็นสาว แล้ว  มันพร้อมที่จะผลิดอกออกผล   ให้เจ้าของของมัน..  หายเหนื่อย หลังจากที่ดูแลพวกมันมานาน..

.........................................................................

ผมยอมรับครับว่า...แล้งนี้ แต่ละวันที่ผ่านไปนั้น..ผมวางแผนการใช้ชีวิตโดยใช้แรงกายมากกว่า สองเดือนแรก อย่างเห็นได้ชัด

"หยดเหงื่อ... มันเป็นเพื่อนกับผม มานานแล้ว... และมันก็ซื่อสัตย์ต่อผม

ผมเสียมันไป... ก็เพื่อที่จะได้สิ่งอื่นกลับมา

ผมอ้าแขนรับ..เพราะมันเป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์ของผม..  

ผมรับรู้เสมอว่า...ชีวิตของผม..ที่ผมเกิดมานั้น....ผมต้องทำสิ่งใด?และทำมันไปเพื่ออะไร?"

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เดินทางด้วย....ด้ามจอบและหยดเหงื่อ

คำสำคัญ (Tags)#ชีวิต#ครูพักลักจำ#หน้าแล้ง#รดน้ำมังคุด#8-24-24#มังคุดในสวนยาง

หมายเลขบันทึก: 645401, เขียน: 08 Mar 2018 @ 22:08 (), แก้ไข: 15 Mar 2018 @ 23:08 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 2, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก


ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ตามมาชื่นชม

เห็นการทำงานแล้วดูมีความสุข

ขอให้มีความสุขกับงานที่ทำตลอดไปครับ

ขอบคุณ อ.ขจิต มากนะครับ

อาจารย์สบายดีนะครับ 

ด้วยความระลึกถึงครับ