ถอดบทเรียนเคสที่อาจารย์เดียร์

น้องเอ(นามสมมติ) เพศชาย อายุ 15 ปี เรียนม.3 

เป็นโรค Asperger syndrome Personal disorder ภาวะไม่ไว้วางใจ มีบุคลิกภาพแปรปรวนและหวาดกลัว

ปัญหาที่พบเจอ

  • ไม่ส่งการบ้าน ไม่ชอบเขียนหนังสือ
  • กลับบ้านออกไปตุยกับคนแปลกหน้าและถูกหลอกเอาเงินและสิ่งของในบ้าน
  • อยากออกกำลังกายเพราะอ้วน
  • ไม่คุยกับคนในห้อง แยกตัวคนเดียว
  • กระบวนการคิดสับสน
  • ในบางครั้งควบคุมตัวเองไม่ได้
  • ต้องดมถุงเท้าก่อนนอนทุกคืน sensory hypersensitive coordination
  • ได้ยินเสียงดังจะรู้สึกหงุดหงิด Hypersense Auditory
  • เคลื่อนไหวลำบากดูงุ่มง่าม มีปัญหาที่ proprioceptive และtactile


หลังจากได้พบนักกิจกรรมบำบัด

           เริ่มแรกนักกิจกรรมบำบัดได้มีการเข้าหาพร้อมกับคนที่ดูแลน้องเอ เพื่อสร้างสัมพันธภาพและความไว้วางใจ จากนั้นให้คนดูแลเดิมค่อยๆหายไปจนน้องสามารถอยู่กับนักกิจกรรมบำบัดได้เอง [Interactive clinical reasoning]

           นักกิจกรรมบำบัดถามน้องว่าอยากทำอะไร น้องบอกว่าอยากวิ่งลดน้ำหนัก จึงไปวิ่งที่สวนสุขภาพใกล้บ้าน วิ่งไปเจอค่ายมวย น้องเออยากต่อยมวย นักกิจกรรมบำบัดจึงโน้มน้าวน้องเอลองไปคุยกับครูมวยเอง โดยมีนักกิจกรรมบำบัดยืนดูใกล้ๆ เป็นการฝึกให้น้องลองเริ่มต้นพูดคุย สร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่นด้วยตัวเอง [Interactive clinical reasoning]

           ปัญหาไม่ส่งการบ้าน เป็นเพราะไม่ชอบถ่ายทอดผ่านการเขียน ดังนั้นนักกิจกรรมบำบัดจึงให้น้องบอกเล่าเรื่องราวปัญหา เหตุการณ์ผ่านการเขียน [Narrative clinical reasoning] จากนั้นนักกิจกรรมบำบัดจะวงๆจุดเป็นปัญหาที่น้องอาจไม่รู้ ไม่เข้าใจ ให้น้องลองไปคิด น้องจะได้รู้ได้ด้วยตัวเองว่าจุดนี้เป็นปัญหา เกิดความภาคภูมิใจในตัวเอง และให้น้องเอทำตารางการส่งงานไว้ ปัญหาการส่งงานจึงหมดไป [Procedural clinical reasoning]

          ปัญหาการเข้าสังคม ทำงานกลุ่มร่วมกับเพื่อนไม่ได้ ลองชวนเพื่อนมาทำงานกลุ่มที่บ้านและสุดท้ายก็สามรถทำงานส่งรวมกับเพื่อนได้ [Procedural clinical reasoning]

          สุดท้าย ตอนนี้น้องเอ อายุ 25 ปี สามารถดูแลกิจกรรมครอบครัวได้ และดูแลตัวเองได้แล้ว ปัญหาต่างๆและพฤติกรรมบางอย่างลดหรือหมด สามารถมีปฏิสัมพันธ์ การเข้าสังคมในระดับที่ดี รู้จักการแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง



นักกิจกรรมบำบัด

- ตั้งเป้าหมายระยะสั้นและยาวกับน้องเอและครอบครัวของน้องเอ

- เพิ่มการทำกิจกรรมระหว่างน้องเอกับครอบครัว

- นักกิจกรรมบำบัดไปดูสถานที่ สภาพแวดล้อมทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน มีการไปพูดคุยกับคุณครูน้องเอถึงปัญหาและขอความร่วมมือดูแลน้อง

- นักกิจกรรมบำบัด ใช้ therapeutic use of self  เนื่องจากทุกๆกิจกรรมนักกิจกรรมบำบัดต้องทำพร้อมกับน้องไปด้วยเพื่อไม่ให้น้องรู้สึกโดนสั่งให้ทำ แต่เป็นการมีส่วนร่วมกันจริงๆ

- นักกิจกรรมบำบัดใช้ Model PEOP และ MOHO แต่ใช้MOHO เป็นหลัก เพราะเป็นคนไข้กลุ่มจิตเวช ในการรักษามีเกี่ยวข้องกับความตั้งใจ (Volition)

- ดูADLs เยอะมากๆ

- ใช้ CBT หรือ Cognitive behavioral therapy เพื่อให้น้องสามารถคิดได้ด้วยตัวเอง

- นักกิจกรรมบำบัดมักใช้ narrative clinical reasoning เพื่อให้น้องฝึกการถ่ายทอดผ่านเรื่องราวทั้งการเขียนการเล่าเรื่องได้ดีขึ้น

 

หมายเหตุ สามารถไปดูความหมายและการอธิบายเรื่องModelในบันทึก กิจกรรมบำบัดกับกรอบของเรา

ลงชื่อ นางสาวภัคณพิชญ์ พานทอง 5923012

นักศึกษากิจกรรมบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล