๖๘๖..ทำดี..ดีกว่ารอดวง

ดังคำที่นักปราชญ์สอนไว้..”เราปรับเปลี่ยนกระแสลมพายุไม่ได้..แต่ปรับใบเรือให้เหมาะสมได้..” เรือก็คือตัวเรา..มีจิตใจเป็นใบเรือ..ปรับจิตปรับใจได้ก็จบ..

        ผมไม่ค่อยจะได้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล(หวย) เพราะเชื่อมั่นว่า..ไม่มีโชคชะตา(ดวง)ในทางนี้ จึงไม่รอและไม่บนบานศาลใดๆ..ตั้งหน้าทำมาหากิน..

        ด้วยการปฏิบัติหน้าที่ราชการ อย่างตรงไปตรงมา ตามระเบียบปฏิบัติ ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ อาจไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็เชื่อมั่นได้ว่าซื่อสัตย์ต่อตนเองและองค์กร แค่นี้..ชีวิต..ก็ก้าวเดินไปบนเส้นทางแห่งความดีได้ไม่ยากเย็น แม้จะไม่มีรางวัลและไม่มีคำชื่นชมจากใครๆ..แต่ตัวเองก็รับรู้ได้..ทุกวัน

        ผลแห่งการทำความดี..ในหน้าที่ราชการสม่ำเสมอ..ในบั้นปลายใกล้เกษียณ สัมผัสได้ว่า..ชีวิตเปลี่ยนไป..อย่างน้อยๆ ปีการศึกษานี้..ก็มีความสุขในการงานมากขึ้น

        เกิดแรงบันดาลให้มุ่งมั่น..และไปต่อได้เสมอ มีพลังขับเคลื่อนในการแก้ปัญหา ฝ่าวิกฤติ ไม่รู้สึกหวาดหวั่นต่ออุปสรรคใดๆ

        การรู้จักตนเอง..ให้มากพอ และรู้จักการพึ่งตนเอง ตลอดจนความรักความเข้าใจเพื่อนร่วมงาน..เป็นสิ่งที่ทำอยู่เสมอ และคิดว่า..น่าจะดีกว่าวิธีอื่นๆ

        คุณหมอสุรเกียรติ อาชานานุภาพ ได้กล่าวไว้ในบทความตอนหนึ่งว่า..”รักสบาย ไม่ยอมเหนื่อยยาก..ทำหน้าที่น้อย เรียกร้องสิทธิมาก..ทุกข์น้อย สุขยาก..”

        เริ่มจะพบเห็นมากขึ้น..ในผู้คนยุคปัจจุบัน.. แทรกซึมอยู่ในทุกหน่วยงาน..ไม่เรียนรู้การทำความดี..ไม่พยายามปรับตัว..และไม่เข้าใจกฎ กติกา มารยาท

        ใครๆก็อยากสบาย ผมเองก็รักความสะดวกสบาย..แต่ขอแลกด้วยความเหนื่อยยากจะดีกว่า..เพราะความสะดวกสบาย..ไม่ได้เกิดขึ้นหรือหามาได้โดยง่าย

        ส่วนหน้าที่..มีงานต้องรับผิดชอบ ในฐานะผู้นำ..ที่ต้องอำนวยการ ไม่อาจเรียกร้องสิทธิ หรือผลประโยชน์ใดๆได้เลย..จึงถือว่าเป็นข้าราชการที่โชคดีแล้ว

        จึงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ณ เวลานี้ ที่มีความสุข..มากกว่าความทุกข์ หาความสุขจากการบริหารจัดการชีวิตและงาน..จนรู้สึกมีความทุกข์น้อยลงเป็นลำดับ..

        ดังคำที่นักปราชญ์สอนไว้..”เราปรับเปลี่ยนกระแสลมพายุไม่ได้..แต่ปรับใบเรือให้เหมาะสมได้..” เรือก็คือตัวเรา..มีจิตใจเป็นใบเรือ..ปรับจิตปรับใจได้ก็จบ..

        เมื่อก่อน..ผมจะมั่นใจตัวเองมาก..ทำงานได้หลายอย่าง ด้วยตัวคนเดียว..ปิดบังโอกาสของเพื่อนร่วมงาน จนเขาเหล่านั้นไม่สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในความภาคภูมิใจในงาน

        จริงๆ..ไม่มีเจตนาอื่นแอบแฝง แต่เป็นเพราะโมเดลในการทำงานและขนาดของโรงเรียน..ไม่เอื้อให้คิดได้อย่างหลากหลาย..

        ที่สำคัญ..ก็น่าจะเกิดจาก..ยึดติดในอัตตา..ตัวกูของกู เชื่อมั่นและมีอีโก้สูงอยู่พอสมควร พอลดลงบ้างแล้ว..อะไรๆก็ดีขึ้น..ทั้งชีวิตและงานบริหารจัดการ

        ผมจึงคิดอยู่เสมอว่า..การทำความดี..ไม่ต้องรอหรือหวังผลแห่งความดี..เพราะว่ามันดีตั้งแต่ได้ทำแล้ว..หากใครจะเริ่มคิดเริ่มทำ หรือสานต่อ ก็ไม่ใช่เรื่องยากอันใด ก็แค่..

        ทำตัวให้เป็นคนมีค่า..มีหน้าที่ใด ก็จงทำหน้าที่ของตนให้เต็มที่ ยินดีทำงาน ไม่เกี่ยงงานหรือโยนกลอง

        ทำงานด้วยความรับผิดชอบ..ทำงานอย่างจริงจัง..แบบสู้ไม่ถอย กัดไม่ปล่อย

        ทำงานให้มีประสิทธิภาพ..รวดเร็วทันเวลา เป็นไปตามวัตถุประสงค์

        ทำงานรู้จักปรึกษา..มีปัญหาอย่าปล่อยไว้ ปรึกษาเพื่อนหรือหัวหน้า หาแนวทางทำให้ดีขึ้น

        ทำงานรู้จักประสานงานกับเพื่อนร่วมงาน ไม่ถือว่าตนเองเก่งแล้ว ดีแล้ว มองคนอื่นว่าไม่เก่งเท่าตนเอง..แต่จงใช้มนุษยสัมพันธ์ ทำงานแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน..

        อันนี้..ก็ถือว่า..เป็นส่วนหนึ่งของความดี ที่จะช่วยนำพาให้การทำงานประสบความสำเร็จ โดยที่ไม่ต้องรอโชคชะตาวาสนาลิขิต..แต่สร้างผลผลิตที่เป็นคุณค่าชีวิต..ด้วยตัวเอง

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๘  มีนาคม  ๒๕๖๑

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก

คำสำคัญ (Tags)#คุณหมอสุรเกียรติ อาชานานุภาพ#การทำความดี.

หมายเลขบันทึก: 645390, เขียน: 08 Mar 2018 @ 20:34 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 1, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)