โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้ากับความในใจและความประทับใจ


ในความรู้สึกของฉันคิดว่าโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เป็นโรงพยาบาลใหญ่มากเลย ตึกก็เยอะ ผู้คนก็เดินกันขวักไขว่ และมีทหารอยู่เต็มไปหมดทั้งนอกและในอาคาร เมื่อฉันและเพื่อนๆมากันครบพวกเราก็เดินกันขึ้นไปบนตึกกองเวชศาสตร์ฟื้นฟู เมื่อถึงชั้น6 ที่จะเป็นห้องสำหรับผู้ป่วยในที่จะมาบำบัดรักษา ซึ่งเป็นห้องที่เต็มไปด้วยเตียง อุปกรณ์ในการบำบัด มีคนไข้นั่งหรืออาจนอนอยู่บนเตียงอยู่บ้าง ก่อนที่เราจะได้ไปสังเกตและสัมภาษณ์นั้น ก็มีพี่OT เข้ามาทักทายและแนะนำตัวกับพวกเรา พวกพี่นั้นพูดอย่างเป็นกันเอง ยิ้มแย้มและบอกว่า อยากถามอะไรก็ถามมาได้เลย เข้าไปดูและสัมภาษณ์พวกพี่หรือผู้ป่วยได้เลย แต่ก็ต้องเป็นคำถามที่ไม่ทำร้ายจิตใจมากเกินไปด้วย ตอนแรกๆก็รู้สึกทำตัวไม่ค่อยถูกเพราะ ไม่รู้มาก่อนว่า ระบบโรงพยาบาลในหนึ่งชั่วโมงจะมีพี่OTจะต้องดูแลคนไข้หลายคนในเวลาเดียวกัน ซึ่งพี่ๆก็ค่อนข้างจะวุ่นวายอยู่พอสมควร ส่วนใหญ่ฉันจะได้คุยกับคนไข้และญาติคนไข้มากกว่ากัน ในการสัมภาษณ์ทำให้ได้รู้ว่า ความรู้สึกของตัวคนไข้และคนที่มาดูแลนั้นส่วนใหญ่จะมีแนวความคิดคนละมุมมอง โดยตัวคนไข้จะต้องต่อสู้ต่อตัวโรคหรืออาการที่เป็นอยู่และการรักษาไปพร้อมกัน  แต่ในมุมคนที่ดูแลต้องคอยเรียนรู้และรับคำแนะนำจากพี่OT เพือให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและปฏิบัติลงมือได้อย่างถูกวิธี แต่ในความต้องการของคนไข้และผู้ที่ดูแลก็มีแนวทางเดียวกันขึ้น อยากกลับมาทำกิจกรรมหรือสิ่งที่ต้องการให้มากขึ้นหรือดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ การได้มาที่นี่ทำให้ได้เห็นอะไรหลายอย่างทั้งลักษณะการทำงานในรูปแบบของโรงพยาบาลและวิธีการจัดการและรักษาของพี่ว่า ทำกันอย่างไร  วางแผนและแก้ปัญหาอย่างไรเมื่อมีสิ่งผิดปกติกับคนไข้ เช่น พี่ทำการกระตุ้นกลืนคนไข้คนหนึ่ง เป็นข้าวสวยนิ่มและเต้าหู้ไข่คนไข้ก็กินได้ แต่เมื่อให้ดื่มน้ำโดยใช้หลอดเกิดอาการสำลัก พี่OT ให้คนไข้เปลี่ยนจากหลอดมาเป็นไซริ่งแทน พี่บอกเพื่อช่วยลดปริมาณน้ำ อาการสำลักน่าจะเกิดจากปริมาณน้ำที่มากเกิน เมื่อเริ่มจากปริมาณน้อยไปยังมากก็จริงอย่างที่พี่คิดไว้ พี่OT จึงบอกให้คนดูแลคนไข้ใช้ช้อนชาแทนการดูดน้ำ ซึ่งเป็นเรื่องที่ฉันรู้สึกสนใจมากเลย พี่OTมีวิธีการแก้ไขที่มองอย่างระมัดระวังและใส่ใจในคนไข้ เมื่อคนไข้เริ่มที่จะไม่อยากกินข้าวแล้วพี่ก็บอกว่า อีก 5 คำนะคะ และฉันรู้สึกประทับใจในการประเมินของพี่OTจะมีความเป็นธรรมชาติ เพราะตอนที่ฉันเห็นพี่OTประเมินคนไข้ตั้งแต่ท่านอน>>ท่านั่ง>>ย้ายตัวจากเตียงไปยังเก้าอี้ ซึ่งตอนที่พี่ทำการประเมินฉันรู้สึกได้ว่า เป็นการทำให้ดูมากกว่า การประเมินแล้วทำให้คนไข้กดดัน ถ้าใครที่ไม่ได้รู้การประเมินอาจคิดว่า นี่เป็นแค่การแสดงความสามารถของตัวเอง ไม่ใช่การถูกบังคับให้ทำ เพราะพี่OTมีการถามที่เป็นขั้นเป็นตอน มีการเชื่อมโยงในการถามและให้ทำให้ดูโดยที่คนไข้เต็มใจที่จะทำ

       พี่ๆOTได้ให้ประสบการณ์เรียนรู้นอกห้องเรียนที่เป็นเหมือนบทบาทชีวิตจริงให้เราได้เข้าไปสัมผัส และใส่ใจเราพอก่อนเที่ยงที่จะพัก พวกพี่ก็มาถามแลกเปลี่ยนความรู้และให้ความกระจ่างในสิ่งที่เราไม่เข้าใจหรืออาจเข้าใจผิดก็ตาม และคนไข้เป็นเหมือนตำราให้เราต้องได้เรียนรู้เพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา 
 
ขอขอบคุณพี่ๆOT กองเวชศาสตร์ฟื้นฟู แผนกกิจกรรมบำบัด โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

 นางสาวทิพาพร  ปัทมะเสวี เลขที่ 8

PTOT 5923008

หมายเลขบันทึก: 645235เขียนเมื่อ 3 มีนาคม 2018 22:41 น. ()แก้ไขเมื่อ 3 มีนาคม 2018 22:41 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี