เจ้าของเคสที่ 2: อ.เอก (เคสฝ่ายกาย)

รายละเอียด

     ผู้รับบริการเป็นพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญด้านการให้ความรู้ทางสุขภาพ (Health pro) และการออกกำลังกาย อายุ 50 ปี เป็นอัมพาตครึ่งซีก (stroke) (Diagnostic clinical reasoning) มาสามปีกว่า ก่อนหน้าที่จะเข้ารับการบำบัดกับโอทีเคยไปฟื้นฟูมาหลายที่ แต่ไม่หาย

     อ.เริ่มต้นการประเมินด้วยการพูดคุย ตั้งใจรับฟัง (Interactive clinical reasoning) เพื่อรับฟังเรื่องราวจนได้รับรู้ถึงปัญหา ดูว่าทำไมแขนจึงยกไม่ขึ้นแม้ผ่านการฟื้นฟูมาแล้วหลายที่ โดยพิจารณาแบบองค์รวม (Holistic) และพิจารณาตามสิ่งที่ผู้ป่วยต้องการ

     เทคนิคที่ใช้ในการบำบัดคือ Biomechanics (เกี่ยวกับการเคลื่อนไหว) และ mirror neuron (ใช้กระจกเป็นตัวกระตุ้นให้ข้างที่ใช้ไม่ได้กลับมาใช้การได้อีกครั้ง) (Conditional clinical reasoning)

     ในระยะเริ่มต้นจะให้ใช้มือข้างเดียว โดยการใช้มือข้างดีช่วยข้างที่เสียก่อน (Preparatory approach) แล้วจึงใช้เทคนิค mirror neuron โดยการนำกระจกมาส่องแขนข้างที่ใช้งานได้ดี และจินตนาการว่าอีกข้างนั้นใช้งานได้เช่นเดียวกัน เพื่อกระตุ้นการทำงานของสมอง จากนั้นจึงฝึกใส่เสื้อผ้า (occupation-based practice) ฝึกเอื้อม-กำ-นำ-ปล่อย เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างอิสระ จากนั้นจึงเริ่มให้ทำกิจกรรมใหญ่ๆ ไปยังกิจกรรมละเอียด จากนั้นจึงเริ่มเข้าสู่การฝึกตามเป้าประสงค์ อย่างการเล่นอิเล็กโทนเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการพิมพ์แป้นพิมพ์ (purposeful activity approach) และฝึกเขียนเป็นลำดับสุดท้าย

     จากเป้าประสงค์ในการกลับมาเขียนได้อีกครั้ง อ.เอก ให้ผู้ป่วยเล่นอิเล็กโทน (เครื่องดนตรีลักษณะคล้ายคีย์บอร์ด) เพื่อแยกการทำงานของแต่ละนิ้ว เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับการใช้แป้นพิมพ์ในการพิมพ์งาน ที่แต่ละนิ้วจะต้องเกิดการใช้งาน หลังจากนั้นจึงค่อยๆ ฝึกเขียนตัวอักษร

     เนื่องจากผู้ป่วยเป็นคนชอบทำอาหาร (Interests) และจะมีการเด็ดดอกอัญชันเพื่อใช้ในการหุงข้าว อ.จึงให้ผู้ป่วยฝึกฉีกกระดาษลักษณะแบบ pad pinch เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับการเด็ดดอกอัญชันของจริง

     นอกจากนั้นยังมีการทำงานร่วมกันระหว่างสหวิชาชีพ โดยนักกายภาพบำบัดจะเป็นผู้ฟื้นฟูการเคลื่อนไหวของขา และนักกิจกรรมบำบัดจะฟื้นฟูการทำงานของมือและนิ้ว ใช้เวลาในการฝึกไม่ถึงหนึ่งปี ปัจจุบันผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันและทำตามเป้าประสงค์ได้ และยังเป็นโค้ชให้กับผู้ป่วย Stroke คนอื่นๆ อีกด้วย

 

เป้าประสงค์ (Goals)

  • ต้องการเขียน/พิมพ์หนังสือเกี่ยวกับการให้ความรู้ด้านสุขภาพโดยใช้แป้นพิมพ์
  • ต้องการทำอาหาร

 

สิ่งที่นักกิจกรรมบำบัดทำให้ผู้รับบริการ (Procedural clinical reasoning)

  • ทำการสัมภาษณ์ และทำการประเมินผู้รับบริการผ่านการสังเกต
  • วางแผนและตั้งเป้าประสงค์ร่วมกัน ระหว่างนักกิจกรรมบำบัด และผู้รับบริการ โดยยึดความต้องการของผู้รับบริการเป็นหลัก (Client-Centered)
  • ทำการฟื้นฟูเพื่อให้เป็นไปตามเป้าประสงค์ที่ตั้งไว้ ดังนี้
    • ให้ผู้ป่วยเล่นอิเล็กโทนแยกการทำงานของแต่ละนิ้ว เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับการใช้แป้นพิมพ์ในการพิมพ์งาน
    • ให้ผู้ป่วยฝึกฉีกกระดาษลักษณะแบบ pad pinch เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับการเด็ดดอกอัญชันของจริงในการประกอบอาหาร
  • ติดตามผลการรักษา และประเมินซ้ำในแต่ละกิจกรรม

 

ความสำเร็จ

     ผู้รับบริการมีความตั้งใจในการฟื้นฟูอย่างมาก ไม่เพียงแต่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ยังสามารถให้ความรู้กับผู้อื่นต่อได้อีกด้วย

 

โมเดลหรือกรอบอ้างอิงที่ใช้ (Model/FoR)

  • PEOP
  • MOHO ดูความสนใจของผู้รับบริการ (volition)